ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนากระบวนการของการตรวจติดตามทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพและการมีส่วนร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและชุมชนกับผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ กรณีศึกษาจังหวัดพิจิตร

หน่วยงาน ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนากระบวนการของการตรวจติดตามทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพและการมีส่วนร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและชุมชนกับผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ กรณีศึกษาจังหวัดพิจิตร
นักวิจัย : ธนพล เพ็ญรัตน์ , ณัฐธิยา สกุลศักดิ์ , ธนพล เพ็ญรัตน์ , ณัฐธิยา สกุลศักดิ์ , พวงรัตน์ ขจิตวิชยานุกูล , จิรภัทร์ อนันต์ภัทรชัย , จิรภัทร์ อนันต์ภัทรชัย , พวงรัตน์ ขจิตวิชยานุกูล , วิสาข์ สุพรรณไพบูลย์
คำค้น : การตรวจติดตามทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ , ชุมชน , สิ่งแวดล้อม , สุขภาพ
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2555
อ้างอิง : -
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

จากการดำเนินกิจกรรมการทำเหมืองแร่ทองคำในจังหวัดพิจิตร ที่มีการเริ่มดำเนินการสำรวจตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 โดยบริษัทอัคราไมน์นิ่ง จำกัด ได้รับการร้องเรียนจากชุมชนถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ อย่างไรก็ ตามผลกระทบที่เกิดขึ้นดังกล่าว ยังเป็นข้อขัดแย้งระหว่างชุมชนกับผู้ประกอบการเหมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบต่อสุขภาพที่เกิดขึ้นนั้น ยังไม่สามารถที่จะชี้ชัดถึงสาเหตุของผลกระทบได้ ทั้งนี้น่าจะเกิดจากการเฝ้าระวังของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อการติดตามตรวจสอบในการที่เฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อมและเฝ้าระวังโรคที่เกิดจากผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่อสุขภาพอย่างถูกต้องและเป็นระบบ โดยการเฝ้าระวังทางสุขภาพที่ใช้กับพื้นที่ทั่วไปในปัจจุบันอาจไม่สามารถนำไปสู่การแก้ปัญหาทางสุขภาพที่เหมาะสมกับพื้นที่ที่มีปัญหาจากผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกันได้ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการปนเปื้อนของสารพิษและสิ่งคุกคามทางสุขภาพ การศึกษานี้จึงได้ดำเนินการเพื่อประเมินผลของสิ่งแวดล้อมที่อาจจะเป็นปัจจัยต่อสาเหตุของผลกระทบต่อสุขภาพจากข้อมูลของการตรวจติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เสี่ยงและนำไปใช้ประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อผลกระทบทางสุขภาพและเพื่อรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลกฎหมายระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำเหมืองแร่ รวมทั้งก่อให้เกิดการพัฒนากระบวนการและเครือข่ายในการเฝ้าระวังและตรวจติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมและผลกระทบทางสุขภาพ ให้เป็นกระบวนการที่ได้มาของข้อมูลทางสิ่งแวดล้อมที่ถูกต้อง โปร่งใสและน่าเชื่อถือ การรวบรวมข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมจากแหล่งต่างๆ ซึ่งเริ่มมีการจัดเก็บตั้งแต่ปี 2544 ถึงเดือนมกราคม 2555 พบว่าคุณภาพน้ำ การตรวจสอบคุณภาพน้ำจากบ่อสังเกตการณ์ และบ่อน้าใต้ดินบริเวณโดยรอบโครงการ ปรากฏว่าปริมาณไซยาไนด์ไม่เกินค่ามาตรฐานกำหนดและส่วนใหญ่ปริมาณโลหะหนักมีค่าเป็นไปตามมาตรฐาน เว้น แต่บางพารามิเตอร์และบางบ่อที่มีปริมาณโลหะหนัก ได้แก่ เหล็ก (Fe) แมงกานีส Mn) นิกเกิล (Ni) และสารหนู (As) ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ระดับเสียง มีค่าระดับเสียงสูงสุดเกินกว่าค่ามาตรฐาน ซึ่งการศึกษานี้ได้ดำเนินการจัดทำข้อมูลโดยใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) โดยเป็นข้อมูลที่สามารถนำไปใช้ในการช่วยประเมินสถานการณ์ของผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ผลการวิจัยนี้พบว่าประชาชนมีข้อวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินกิจกรรมเหมืองแร่ทองคำเป็นอย่างมากโดยประเด็นเหล่านี้ ได้แก่ คุณภาพน้ำตามแหล่งน้ำธรรมชาติ รวมถึงคุณภาพน้ำประปา ซึ่งมีความต้องการให้เกิดกระบวนการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องทุก 3 เดือน รวมทั้งมีส่วนร่วมในการเก็บตัวอย่างน้ำของหน่วยงานต่างๆ ที่มาเก็บตัวอย่างในพื้นที่ พร้อมทั้งรับทราบผลของการวิเคราะห์คุณภาพน้ำ การศึกษานี้ได้มีการสร้างเครือข่ายเพื่อการร่วมสร้างกิจกรรมเพื่อการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำโดยตัวแทนประชาชน โดยการส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายภาคประชาชนในรูปของคณะกรรมการที่ประกอบด้วยผู้มีส่วนได้เสียในทุกภาคส่วน ทั้งภาคประชาชน ภาคเอกชน (ผู้แทนของผู้ประกอบการเหมืองแร่ทองคำ ภาคราชการที่เกี่ยวข้อง และนักวิชาการจากมหาวิทยาลัย การดำเนินการสร้างเครือข่ายความรู้ให้กับชุมชน ทำให้เกิดการสร้างเครือข่ายความรู้ที่ถูกต้องให้กับประชาชน เพื่อร่วมกันจัดทำโครงการการพัฒนาเครือข่ายความรู้ชุมชนท้องถิ่นเพื่อติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมและผลกระทบต่อสุขภาพขึ้น และสามารถติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาวะของประชาชนในท้องถิ่นของตนได้ รวมทั้งยังเป็นการพัฒนากระบวนการและเครือข่ายในการเฝ้าระวังและตรวจติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อผลกระทบทางสุขภาพของประชาชน ให้เป็นกระบวนการที่ได้มาของข้อมูลทางสิ่งแวดล้อมที่ถูกต้อง โปร่งใสและน่าเชื่อถือ จากปัญหาในพื้นที่ศึกษาที่การดำเนินกิจกรรมการพัฒนาโครงการนั้น ส่งผลทำให้เกิดผลกระทบสิ่งแวดล้อม และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมนั้นอาจเป็นสาเหตุของผลกระทบต่อสุขภาพต่อประชาชนที่อาศัยในชุมชนรอบๆ เหมืองแร่ทองคำ รวมทั้งได้นำไปสู่ประเด็นข้อขัดแย้งระหว่างชุมชนและบริษัท อัคราไมนิ่ง จำกัด จนเกิดการฟ้องร้องเพื่อให้หยุดการสัมปทานกิจกรรมเหมืองแร่ในพื้นที่ด้วย ซึ่งผลจากการศึกษานี้ได้นำไปสู่ข้อค้นพบหลายๆ ประการ และสามารถที่จะสรุปเป็นประเด็นที่เป็นข้อเสนอแนะ เพื่อเป็นแนวทางแก้ไขในเชิงระบบที่สำคัญ ได้แก่ การจัดการด้านการใช้ประโยชน์จากที่ดินที่ยังขาดประสิทธิภาพทั้งในระดับพื้นที่และระดับประเทศ โดยการขาดการประเมินศักยภาพของพื้นที่ในรายละเอียดว่า พื้นที่แต่ละพื้นที่มีศักยภาพและแนวทางในการที่จะใช้พัฒนาศักยภาพการใช้ประโยชน์จากที่ดิน ซึ่งเมื่อพิจาราณาถึงการเป็นพื้นที่การเกษตรกรรม พื้นที่ดังกล่าวสามารถทำให้ประชาชนใช้พื้นที่เป็นแหล่งงานของตนเองในการสร้างรายได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด รวมทั้งการเป็นพื้นที่ที่มีลักษณะเป็นภูเขาหินปูน ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวในเชิงธรรมชาติควบคู่ไปกับการใช้พื้นที่ในเชิงเกษตรกรรมได้อย่างไม่กระทบที่รุนแรงต่อพื้นที่และชุมชน ซึ่งเป็นการพัฒนาที่ชุมชนสามารถอยู่ร่วมได้ และยังสามารถสร้างรายได้เพิ่มให้กับชุมชนและท้องถิ่นในด้านอื่นๆ อีกด้วย เช่น การผลิตอาหารในราคาที่สูงขึ้น การจ้างงานภาคบริการ และการมีอาชีพเสริมที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการท่องเที่ยว เป็นต้น นอกจากนี้การดำเนินโครงการของเหมืองแร่ทองคำในพื้นที่ศึกษา ยังขาดการคำนึงถึงพื้นที่ที่จะเป็นพื้นที่กันชน (buffer zone) ในการที่จะสามารถลดผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อชุมชน โดยเฉพาะปัญหาเรื่องเหตุรำคาญ ทั้งฝุ่นและเสียงดัง ที่เป็นประเด็นที่สำคัญของผลกระทบที่เห็นได้ชัดในพื้นที่ ในกรณีของสาเหตุของผลกระทบทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ที่เป็นประเด็นของข้อขัดแย้ง คณะนักวิจัยเสนอแนะว่ากระบวนการทั้ง EIA และ EHIA ควรจะได้รับการทบทวนกระบวนการให้ชัดเจนและเหมาะสมขึ้น เพื่อให้สามารถเป็นเครื่องมือหรือกระบวนการที่ก่อให้เกิดการปกป้องสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาประเทศร่วมกันได้ รวมถึง การคำนึงถึงความไม่แน่นอน (uncertainty) ของผลการประเมินและการตรวจติดตามที่ต้องนำมาร่วมในการประเมินด้วย นอกจากนี้ยังควรจัดให้มีการมีส่วนร่วมของชุมชนในทุกขั้นตอน เพื่อสามารถทำให้กระบวนการเฝ้าระวังทางสิ่งแวดล้อมเป็นกระบวนการที่โปร่งใสและได้รับการยอมรับจากชุมชนด้วย จากการที่โรคที่เกิดจากการได้รับสารพิษจากสิ่งแวดล้อมส่วนใหญ่นั้นเกิดจากการได้รับสารพิษหรือสิ่งคุกคาม ที่มีลักษณะของการสัมผัสในระดับต่ำ (low dose exposure) และระยะเวลานาน (long term exposure) จากการดำเนินชีวิตประจำวันของชุมชน ทำให้กว่าที่ร่างกายจะแสดงความเป็นพิษนั้นต้องใช้เวลานาน ซึ่งอาจใช้เวลาหลายปี หรือเป็นสิบปี เช่น โรคมะเร็ง เป็นต้น ขณะที่อาการของโรคที่เกิดขึ้นก็อาจไม่สามารถระบุได้อย่างเด่นชัด การศึกษานี้ ชี้ให้เห็นว่าการเฝ้าระวังทางสุขภาพที่ใช้กับพื้นที่ศึกษานั้น ยังเป็นระบบการดำเนินการที่ใช้ในพื้นที่ทั่วไป ซึ่งอาจไม่สามารถนำไปสู่การแก้ปัญหาทางสุขภาพที่เหมาะสมกับพื้นที่ที่มีปัญหาจากผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกันได้ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการปนเปื้อนของสารพิษและสิ่งคุกคามทางสุขภาพ การเฝ้าระวังทางอนามัยสิ่งแวดล้อมนั้น จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลที่เป็นข้อมูลพื้นฐานในการจัดการป้องกันและ แก้ไขผลกระทบได้อย่างรวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์ ซึ่งจากการวิเคราะห์สถานการณ์ของข้อมูลทั้งข้อมูลทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพยังไม่เพียงพอที่จะสามารถสรุปถึงความสัมพันธ์ได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ปัจจัยที่สำคัญของกรณีปัญหานี้คือ การขาดฐานข้อมูล (database) ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ที่เป็นการนำเอาข้อมูลทั้งข้อมูลทางสิ่งแวดล้อม ข้อมูลทางสถานการณ์ทางสุขภาพ ข้อมูลประชากร และจัดทำระบบและรูปแบบของการเฝ้าระวังจาเป็นที่จะต้องคำนึงถึงความจำเพาะ (specificity) ของการเฝ้าระวังให้เหมาะสมกับสภาพปัญหาของพื้นที่ให้เป็นระบบฐานข้อมูลเดียวกัน รวมถึงการจัดให้มีการประกันและการควบคุมคุณภาพ (QA/QC) ในทุกขั้นตอนของการดำเนินการเฝ้าระวัง และจัดทำข้อมูล เพื่อที่จะให้ฐานข้อมูลที่ได้เป็นเครื่องมือที่สำคัญของระบบเฝ้าระวังทางอนามัยสิ่งแวดล้อม การศึกษา นี้แสดงให้เห็นถึงรูปแบบของการเฝ้าระวังในลักษณะของเครือข่ายการทำงาน โดยการผลักดันในเชิงนโยบายสามารถ เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจนในระดับจังหวัดและศูนย์เขตที่รับผิดชอบ ในการที่จะสามารถกำหนดเป็นนโยบายในเชิงรุกได้ อย่างมีประสิทธิภาพ


บรรณานุกรม :
ธนพล เพ็ญรัตน์ , ณัฐธิยา สกุลศักดิ์ , ธนพล เพ็ญรัตน์ , ณัฐธิยา สกุลศักดิ์ , พวงรัตน์ ขจิตวิชยานุกูล , จิรภัทร์ อนันต์ภัทรชัย , จิรภัทร์ อนันต์ภัทรชัย , พวงรัตน์ ขจิตวิชยานุกูล , วิสาข์ สุพรรณไพบูลย์ . (2555). การพัฒนากระบวนการของการตรวจติดตามทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพและการมีส่วนร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและชุมชนกับผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ กรณีศึกษาจังหวัดพิจิตร.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
ธนพล เพ็ญรัตน์ , ณัฐธิยา สกุลศักดิ์ , ธนพล เพ็ญรัตน์ , ณัฐธิยา สกุลศักดิ์ , พวงรัตน์ ขจิตวิชยานุกูล , จิรภัทร์ อนันต์ภัทรชัย , จิรภัทร์ อนันต์ภัทรชัย , พวงรัตน์ ขจิตวิชยานุกูล , วิสาข์ สุพรรณไพบูลย์ . 2555. "การพัฒนากระบวนการของการตรวจติดตามทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพและการมีส่วนร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและชุมชนกับผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ กรณีศึกษาจังหวัดพิจิตร".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
ธนพล เพ็ญรัตน์ , ณัฐธิยา สกุลศักดิ์ , ธนพล เพ็ญรัตน์ , ณัฐธิยา สกุลศักดิ์ , พวงรัตน์ ขจิตวิชยานุกูล , จิรภัทร์ อนันต์ภัทรชัย , จิรภัทร์ อนันต์ภัทรชัย , พวงรัตน์ ขจิตวิชยานุกูล , วิสาข์ สุพรรณไพบูลย์ . "การพัฒนากระบวนการของการตรวจติดตามทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพและการมีส่วนร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและชุมชนกับผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ กรณีศึกษาจังหวัดพิจิตร."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 2555. Print.
ธนพล เพ็ญรัตน์ , ณัฐธิยา สกุลศักดิ์ , ธนพล เพ็ญรัตน์ , ณัฐธิยา สกุลศักดิ์ , พวงรัตน์ ขจิตวิชยานุกูล , จิรภัทร์ อนันต์ภัทรชัย , จิรภัทร์ อนันต์ภัทรชัย , พวงรัตน์ ขจิตวิชยานุกูล , วิสาข์ สุพรรณไพบูลย์ . การพัฒนากระบวนการของการตรวจติดตามทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพและการมีส่วนร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและชุมชนกับผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ กรณีศึกษาจังหวัดพิจิตร. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; 2555.