| ชื่อเรื่อง | : | การพัฒนาแบบประเมินผู้บริหารทางการพยาบาลระดับสูงที่มีศักยภาพโดดเด่น โรงพยาบาลทั่วไป |
| นักวิจัย | : | พิลักษณ์ระวี ระหว่างบ้าน |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | บุญใจ ศรีสถิตย์นรากูร , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะพยาบาลศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2556 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/44066 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (พย.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556 การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาแบบประเมินผู้บริหารทางการพยาบาลระดับสูงที่มีศักยภาพโดดเด่น โรงพยาบาลทั่วไป 2) เพื่อตรวจสอบคุณภาพแบบประเมินผู้บริหารทางการพยาบาลระดับสูงที่มีศักยภาพโดดเด่น โรงพยาบาลทั่วไป วิธีการดำเนินการวิจัยประกอบด้วย 2 ขั้นตอน ขั้นที่ 1 พัฒนาแบบประเมินจากการทบทวนวรรณกรรมร่วมกับการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ 4 คน สร้างเป็นแบบประเมินผู้บริหารทางการพยาบาลระดับสูงที่มีศักยภาพโดดเด่น โรงพยาบาลทั่วไป ลักษณะเป็นแบบมาตรประมาณค่า (Rating scale) 5 ระดับ จำนวน 35 ข้อ แล้วนำไปตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาจากผู้ทรงคุณวุฒิ (Content validity) 5 คน ได้ค่า CVI .91 และตรวจสอบค่าความสอดคล้องภายในรวมทั้งฉบับ ได้ค่า Alpha .97 ขั้นที่ 2 ตรวจสอบคุณสมบัติการวัดเชิงจิตวิทยา (Psychometric properties) โดยนำแบบประเมินผู้บริหารทางการพยาบาลระดับสูงที่มีศักยภาพโดดเด่นจากขั้นที่ 1 มาตรวจสอบความตรงตามโครงสร้าง (Construct validity) โดยวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ (Exploratory factor analysis) สกัดปัจจัยด้วยวิธีองค์ประกอบหลัก หมุนแกนปัจจัยโดยวิธีแวริแมกซ์ กลุ่มตัวอย่างได้แก่ หัวหน้าพยาบาลและรองหัวหน้าพยาบาล โรงพยาบาลทั่วไป จำนวน 140 คน ผลการวิเคราะห์ได้องค์ประกอบผู้บริหารทางการพยาบาลระดับสูงที่มีศักยภาพโดดเด่น 6 ด้าน บรรยายด้วย 35 รายการแล้วนำผลการวิเคราะห์ไปสร้างแบบประเมินผู้บริหารทางการพยาบาลระดับสูงที่มีศักยภาพโดดเด่น โรงพยาบาลทั่วไป และตรวจสอบความเที่ยงการประเมิน (Rater reliability) ระหว่างผู้ประเมิน 3 กลุ่ม กลุ่มตัวอย่างที่ประเมินประกอบด้วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลทั่วไป หัวหน้าพยาบาลโรงพยาบาลทั่วไป และหัวหน้าหอผู้ป่วยโรงพยาบาลทั่วไป กลุ่มละ 30 คน แล้วตรวจสอบความเที่ยง (Reliability) โดยวิเคราะห์ค่าความสอดคล้องภายใน (Internal consistency) ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. ผลการตรวจสอบคุณภาพแบบประเมินโดยการตรวจความตรงตามโครงสร้าง พบว่า องค์ประกอบศักยภาพผู้บริหารทางการพยาบาลระดับสูงที่มีศักยภาพโดดเด่น ประกอบด้วย 6 ด้าน ได้แก่ 1) การสร้างแรงบันดาลใจในตนเองและการปฏิบัติงานที่ท้าทาย 2) การทำงานเป็นทีมและการสร้างเครือข่าย 3) ความรู้และทักษะในการพัฒนางานให้ก้าวทันวิทยาการสมัยใหม่ 4) วิจัยและการจัดการความรู้ 5) ความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างนวัตกรรม 6) กลยุทธ์ในการบริหารและพัฒนาผู้ที่มีศักยภาพโดดเด่น องค์ประกอบทั้ง 6 ด้าน มีค่าน้ำหนักปัจจัยระหว่าง .426-.770 อธิบายความแปรปรวนได้ร้อยละ 67.74 และตรวจสอบค่าความสอดคล้องภายในรวมทั้งฉบับ ได้ค่า Alpha .96 2. ผลการตรวจสอบความเที่ยงการประเมิน วิเคราะห์โดยใช้สถิติ Intraclass Correlation Coefficient เท่ากับ .77 (p=.ooo) และผลการตรวจสอบความเที่ยงโดยการหาค่าความสอดคล้องภายใน วิเคราะห์โดยใช้สูตร Cronbach’s Alpha Coeffient เท่ากับ .78 |
| บรรณานุกรม | : |
พิลักษณ์ระวี ระหว่างบ้าน . (2556). การพัฒนาแบบประเมินผู้บริหารทางการพยาบาลระดับสูงที่มีศักยภาพโดดเด่น โรงพยาบาลทั่วไป.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. พิลักษณ์ระวี ระหว่างบ้าน . 2556. "การพัฒนาแบบประเมินผู้บริหารทางการพยาบาลระดับสูงที่มีศักยภาพโดดเด่น โรงพยาบาลทั่วไป".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. พิลักษณ์ระวี ระหว่างบ้าน . "การพัฒนาแบบประเมินผู้บริหารทางการพยาบาลระดับสูงที่มีศักยภาพโดดเด่น โรงพยาบาลทั่วไป."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556. Print. พิลักษณ์ระวี ระหว่างบ้าน . การพัฒนาแบบประเมินผู้บริหารทางการพยาบาลระดับสูงที่มีศักยภาพโดดเด่น โรงพยาบาลทั่วไป. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2556.
|
