ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ลักษณะทางกายภาพของโรงแรมขนาดเล็ก ประเภทบูติกโฮเตล ในกรุงเทพมหานคร

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ลักษณะทางกายภาพของโรงแรมขนาดเล็ก ประเภทบูติกโฮเตล ในกรุงเทพมหานคร
นักวิจัย : นลินี เริงสมัย
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ , ไตรวัฒน์ วิรยศิริ
ปีพิมพ์ : 2556
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/43907
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (สถ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556

ปัจจุบันในเมืองท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทย รวมถึงกรุงเทพมหานครมีแนวโน้มการเปิดกิจการที่พักแรม หรือโรงแรมเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวถือเป็นอีกอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้ให้กับประเทศไทย แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของโรงแรมเฉพาะที่เปิดกิจการอย่างถูกกฎหมายในกรุงเทพมหานครมีตัวเลขที่ก้าวกระโดด โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงแรมที่มีขนาดเล็ก ประกอบกับการที่นักท่องเที่ยวในปัจจุบันต้องการประสบการณ์ที่แปลกใหม่ ซึ่งนิยมเข้าพัก ในโรงแรมประเภทบูติกโฮเตล โดยมักจะพบในลักษณะของโรงแรมขนาดเล็ก ที่มีการตกแต่งที่เป็นเอกลักษณ์ และค่าพักแรมค่อนข้างสูง ปัญหาที่เกิดขึ้น คือ ยังไม่มีการระบุลักษณะทางกายภาพที่ชัดเจนของโรงแรมขนาดเล็ก ประเภทบูติกโฮเตล จึงทำให้ยากที่จะอธิบายลักษณะของบูติกโฮเตลให้มีความเข้าใจตรงกัน ซึ่งโรงแรมขนาดเล็กเหล่านี้ส่วนใหญ่มีการเปิดกิจการโรงแรมโดยใช้อาคารที่ขออนุญาตในการใช้งานประเภทอื่น เช่น บ้านพักอาศัย ตึกแถวพักอาศัย ตึกแถวพาณิชย์ เป็นต้น มาทำการปรับปรุงดัดแปลงเป็นห้องพัก และออกแบบตกแต่งใหม่ให้มีความโดดเด่น สวยงาม แตกต่างไม่เหมือนใคร งานวิจัยชิ้นนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเกี่ยวกับลักษณะทางกายภาพ ของโรงแรมขนาดเล็ก ประเภทบูติกโฮเต็ล โดยดำเนินการวิจัยจากการทบทวนวรรณกรรมเกี่ยวกับทฤษฎีและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง โรงแรม บูติกโฮเตล และลักษณะทางกายภาพของโรงแรม ร่วมกับการเก็บรวบรวมข้อมูลจากการสอบถามเจ้าของโครงการ หรือผู้แทนเจ้าของโครงการ และการเข้าสังเกตการณ์กรณีศึกษาจริง เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาสังเคราะห์ วิเคราะห์ร่วมกับทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง แล้วจึงทำการสรุปผล จากการเข้าสังเกต และสัมภาษณ์เจ้าของ หรือผู้แทนเจ้าของกรณีศึกษา ผู้วิจัยแบ่งประเภทของกรณีศึกษาตามลักษณะทางสถาปัตยกรรมออกเป็น 4 ประเภท คือ โรงแรมขนาดเล็กที่ดัดแปลงมาจากอาคารประเภทตึกแถว, โรงแรมขนาดเล็กที่ดัดแปลงมาจากบ้านพักอาศัย, โรงแรมขนาดเล็กที่ดัดแปลงมาจากอาคารประเภทอื่น และโรงแรมขนาดเล็กที่สร้างขึ้นใหม่ และสามารถแบ่งตามลักษณะการบริการออกเป็น 2 ลักษณะ คือ แบบบริการห้องพักและอาหารเช้า และแบบบริการเฉพาะห้องพัก ซึ่งมีความแตกต่างกันทั้งในเรื่องของลักษณะของพื้นที่ใช้สอย ขนาดห้องพัก และรูปแบบของห้องพัก โดยเน้นในการเก็บข้อมูลด้านกายภาพ โดยแบ่งออกเป็นองค์ประกอบที่ผู้วิจัยกำหนดจากการวิเคราะห์กฎหมายกายภาพที่เกี่ยวข้อง และการทบทวนวรรณกรรม เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ลักษณะทางกายภาพ ลักษณะของพื้นที่ใช้สอย กับความสัมพันธ์เรื่องแนวความคิดในการออกแบบรวมถึงปัญหาทางกายภาพที่เกิดขึ้น เพื่อหาข้อสรุปแนวทางลักษณะทางกายภาพที่มีความสอดคล้องกัน เพื่อให้ได้รูปแบบทางกายภาพของโรงแรมขนาดเล็ก ประเภทบูติกโฮเตล เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน และสามารถจำแนกประเภทของโรงแรมได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น โดยสามารถสรุปได้ว่าลักษณะทางกายภาพของโรงแรมขนาดเล็ก ประเภทบูติกโฮเตล มีความสัมพันธ์ระหว่างแนวทางในการออกแบบให้มีรูปลักษณ์ที่โดดเด่น สวยงามครอบคลุมทั้งอาคาร และรายละเอียดทั้งโครงการ กับตัวแปรด้านทำเลที่ตั้ง และลักษณะสถาปัตยกรรมของอาคารเดิม จากการศึกษาวิจัยเรื่องลักษณะทางกายภาพที่ตรงกันของโรงแรมขนาดเล็ก ประเภทบูติกโฮเตล ผู้วิจัยเห็นว่าควรมีการเสนอแนะโดยนำองค์ประกอบทางลักษณะทางกายภาพมาใช้เป็นแนวทางในการสร้าง เกณฑ์ทางลักษณะกายภาพ โดยให้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญหรือประกอบวิชาชีพในการออกแบบสามารถระบุ และรับรองความเป็นโรงแรมประเภทบูติกโฮเตล ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค และผู้ประกอบการต่อไป

บรรณานุกรม :
นลินี เริงสมัย . (2556). ลักษณะทางกายภาพของโรงแรมขนาดเล็ก ประเภทบูติกโฮเตล ในกรุงเทพมหานคร.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นลินี เริงสมัย . 2556. "ลักษณะทางกายภาพของโรงแรมขนาดเล็ก ประเภทบูติกโฮเตล ในกรุงเทพมหานคร".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นลินี เริงสมัย . "ลักษณะทางกายภาพของโรงแรมขนาดเล็ก ประเภทบูติกโฮเตล ในกรุงเทพมหานคร."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556. Print.
นลินี เริงสมัย . ลักษณะทางกายภาพของโรงแรมขนาดเล็ก ประเภทบูติกโฮเตล ในกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2556.