| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างระดับแอมฟิเรกูลินในเลือดกับการแพร่กระจาย ของมะเร็งไปตับ ในผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ |
| นักวิจัย | : | ชวลิต ชยางศุ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2556 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/43805 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556 วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของระดับแอมฟิเรกูลินในเลือดกับการแพร่กระจายของมะเร็งลำไส้ใหญ่ไปตับ วิธีดำเนินการ ประชากรที่ศึกษาคือ ผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และ/หรือทวารหนักที่มาเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ระหว่างเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2556 ถึง เดือนมีนาคม พ.ศ. 2557 จำนวน 120 ราย โดยทำการเก็บตัวอย่างเลือด (ซีรั่ม) ก่อนเริ่มการรักษาหลักตามระยะของโรคมะเร็ง เพื่อนำไปตรวจหาระดับแอมฟิเรกูลิน (amphiregulin, AREG) ด้วยวิธี ELISA โดยรายงานผลเป็นหน่วยพิโคกรัมต่อมิลลิลิตร หลังจากนั้นจึงนำไปวิเคราะห์รวมกับข้อมูลทางคลินิกพยาธิวิทยาของผู้ป่วยแต่ละราย รายงานผลเป็นค่าเฉลี่ยและค่ากลางตามกลุ่มระยะของโรคมะเร็ง หาค่าความไว (sensitivity) และความจำเพาะ (specificity) ด้วย ROC curve ในการแยกกลุ่มผู้ป่วยระยะต้นกับระยะแพร่กระจาย วิเคราะห์ความสัมพันธ์ต่อปัจจัยพยากรณ์โรคที่ไม่ดีและการแพร่กระจายไปยังตับ ระหว่างกลุ่มที่มีค่าแอมฟิเรกูลินสูงและต่ำ โดยกำหนดความสำคัญทางสถิติไว้ที่ p=0.05 ผลการศึกษา ผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และ/หรือทวารหนักที่เข้าการศึกษา 120 ราย แบ่งเป็นโรคระยะที่ 1-3 จำนวน 78 ราย (ร้อยละ 65.5) และโรคระยะที่ 4 หรือโรคกลับเป็นซ้ำ 41 ราย (ร้อยละ34.5) ในกลุ่มผู้ป่วยโรคระยะที่ 4 และผู้ป่วยที่โรคกลับเป็นซ้ำ จะมีค่ากลางของระดับแอมฟิเรกูลินเท่ากับ 31.55 pg/mL ซึ่งมีค่าสูงกว่ากลุ่มผู้ป่วยโรคระยะที่ 1-3 ที่มีค่าเท่ากับ 15.48 pg/mL อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ p=0.001 เมื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มที่มีระดับแอมฟิเรกูลินสูง (>25 pg/mL) และกลุ่มที่มีระดับแอมฟิเรกูลินต่ำ (≤25 pg/mL) พบว่ากลุ่มที่มีระดับแอมฟิเรกูลินสูง จะมีความสัมพันธ์กับการมีโรคแพร่กระจายไปยังตับและเยื่อบุผนังช่องท้อง (p<0.001) และสัมพันธ์กับปัจจัยพยากรณ์โรคที่ไม่ดีได้แก่ การมี poor differentiated หรือ mucinous histolgical grade (p=0.014), M1 (p=0.001), lymphovascular invasion (p=0.016) และ perineural invasion (p<0.001) สรุปผลการศึกษา ระดับแอมฟิเรกูลินในเลือด (ซีรั่ม) ที่สูงมากกว่า 25 pg/mL มีความสัมพันธ์กับการมีโรคแพร่กระจายไปตับและเยื่อบุผนังช่องท้อง นอกจากนั้นยังพบว่ามีความสัมพันธ์กับปัจจัยพยากรณ์โรคที่ไม่ดี ในผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และ/หรือทวารหนัก |
| บรรณานุกรม | : |
ชวลิต ชยางศุ . (2556). การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างระดับแอมฟิเรกูลินในเลือดกับการแพร่กระจาย ของมะเร็งไปตับ ในผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ชวลิต ชยางศุ . 2556. "การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างระดับแอมฟิเรกูลินในเลือดกับการแพร่กระจาย ของมะเร็งไปตับ ในผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ชวลิต ชยางศุ . "การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างระดับแอมฟิเรกูลินในเลือดกับการแพร่กระจาย ของมะเร็งไปตับ ในผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556. Print. ชวลิต ชยางศุ . การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างระดับแอมฟิเรกูลินในเลือดกับการแพร่กระจาย ของมะเร็งไปตับ ในผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2556.
|
