ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การให้ความคุ้มครองทางการทูตต่อนิติบุคคลและผู้ถือหุ้น : ศึกษาคำพิพากษาศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ระหว่างปี ค.ศ. 1970 - 2010

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การให้ความคุ้มครองทางการทูตต่อนิติบุคคลและผู้ถือหุ้น : ศึกษาคำพิพากษาศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ระหว่างปี ค.ศ. 1970 - 2010
นักวิจัย : ปริยาภา ลาภอนันต์
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ชุมพร ปัจจุสานนท์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิติศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2556
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/43660
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (น.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556

การให้ความคุ้มครองทางการทูตเป็นวิธีการเรียกร้องโดยรัฐแทนคนชาติซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นหลักกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศ บุคคลธรรมดาสามารถได้รับความคุ้มครองทางการทูตฉันใด นิติบุคคลและผู้ถือหุ้นก็สมควรได้รับความคุ้มครองทางการทูตฉันนั้น ทว่าประเด็นปัญหาประการแรกคือรัฐใดควรเป็นรัฐที่มีสิทธิให้ความคุ้มครองทางการทูตต่อนิติบุคคล ประการที่สองคือการให้ความคุ้มครองทางการทูตโดยรัฐเจ้าของสัญชาติผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นกลไกทางเงินทุนหลักของบริษัท หากเป็นกรณีที่สิทธิโดยตรงของผู้ถือหุ้นได้รับความเสียหาย รัฐเจ้าของสัญชาติผู้ถือหุ้นย่อมมีสิทธิให้ความคุ้มครองทางการทูตได้ทันที อย่างไรก็ดีหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปกล่าวคือเมื่อความเสียหายเกิดแก่บริษัท ความเสียหายเช่นว่าอาจกระทบกระเทือนต่อสิทธิหรือผลประโยชน์ต่างๆที่ผู้ถือหุ้นพึงมีจึงเกิดคำถามว่าในทางกฎหมายระหว่างประเทศนั้น รัฐเจ้าของสัญชาติผู้ถือหุ้นจะสามารถให้ความคุ้มครองทางการทูตต่อคนชาติของตนในกรณีเช่นนี้ได้หรือไม่ ความไม่ชัดเจนในกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยการให้ความคุ้มครองทางการทูตต่อนิติบุคคลและผู้ถือหุ้นนั้นกระจ่างชัดมากยิ่งขึ้นเมื่อคำพิพากษาศาลยุติธรรมระหว่างประเทศจำนวน 3 คดี ได้แก่ คดี Barcelona Traction คดี ELSI และคดี Diallo รวมถึงร่างข้อบทว่าด้วยการให้ความคุ้มครองทางการทูตได้กล่าวถึงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการนำหลักกฎหมายมาบังคับใช้กับข้อเท็จจริงที่เป็นประเด็นปัญหาดังข้างต้น โดยคำพิพากษาศาลทั้งสามคดีแสดงให้เห็นว่าบุคคลที่ถูกละเมิดสิทธิเท่านั้นย่อมมีสิทธิเรียกร้อง ฉะนั้นในกรณีที่บริษัทได้รับความเสียหาย รัฐเจ้าของสัญชาติบริษัทเท่านั้นที่มีสิทธิให้ความคุ้มครองทางการทูต แต่ก็มีเงื่อนไขบางประการที่ส่งผลให้รัฐเจ้าของสัญชาติผู้ถือหุ้นมีสิทธิให้ความคุ้มครองทางการทูตแม้สิทธิที่ถูกละเมิดจะเป็นสิทธิของบริษัทก็ตามที เมื่อหลักการให้ความคุ้มครองทางการทูตต่อนิติบุคคลและผู้ถือหุ้นมีกรอบและเงื่อนไขที่ชัดเจน รัฐต่างๆย่อมสามารถประเมินข้อได้เปรียบและข้อเสียเปรียบของตนได้ล่วงหน้าก่อนการอ้างสิทธิเพื่อให้ความคุ้มครองทางการทูต

บรรณานุกรม :
ปริยาภา ลาภอนันต์ . (2556). การให้ความคุ้มครองทางการทูตต่อนิติบุคคลและผู้ถือหุ้น : ศึกษาคำพิพากษาศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ระหว่างปี ค.ศ. 1970 - 2010.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปริยาภา ลาภอนันต์ . 2556. "การให้ความคุ้มครองทางการทูตต่อนิติบุคคลและผู้ถือหุ้น : ศึกษาคำพิพากษาศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ระหว่างปี ค.ศ. 1970 - 2010".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปริยาภา ลาภอนันต์ . "การให้ความคุ้มครองทางการทูตต่อนิติบุคคลและผู้ถือหุ้น : ศึกษาคำพิพากษาศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ระหว่างปี ค.ศ. 1970 - 2010."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556. Print.
ปริยาภา ลาภอนันต์ . การให้ความคุ้มครองทางการทูตต่อนิติบุคคลและผู้ถือหุ้น : ศึกษาคำพิพากษาศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ระหว่างปี ค.ศ. 1970 - 2010. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2556.