| ชื่อเรื่อง | : | ปัญหากฎหมายของการกลับคืนสู่ฐานะเดิมของการบอกล้างโมฆียะกรรม |
| นักวิจัย | : | ธีรพงศ์ กิจชัยนุกูล |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ศนันท์กรณ์ โสตถิพันธุ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิติศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2556 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/43657 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (น.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556 เมื่อมีการบอกล้างโมฆียะกรรมแล้วประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 176 กำหนดให้ถือว่านิติกรรมนั้นตกเป็นโมฆะมาแต่เริ่มแรก และให้ผู้เป็นคู่กรณีกลับคืนสู่ฐานะเดิม ถ้าเป็นการพ้นวิสัยที่จะให้กลับคืนเช่นนั้นได้ก็ให้ได้รับค่าเสียหายชดใช้ให้แทน ซึ่งบทบัญญัติมาตรา 176 นี้มิได้กำหนดรายละเอียดของการกลับคืนสู่ฐานะเดิมไว้ จึงก่อให้เกิดปัญหาในการปรับใช้บทกฎหมายดังกล่าวเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหลายกรณีแนวคำพิพากษาศาลฎีกาของไทยตัดสินไว้แตกต่างกัน เพื่อให้เกิดความชัดเจนในหลักกฎหมายการกลับคืนสู่ฐานะเดิมของการบอกล้างโมฆียะกรรมจึงได้ทำการศึกษาเปรียบเทียบกฎหมายประเทศอังกฤษและฝรั่งเศสเพื่อให้การปรับใช้กฎหมายการกลับคืนสู่ฐานะเดิมของไทยมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น หลักกฎหมายการกลับคืนสู่ฐานะเดิมของการบอกล้างโมฆียะกรรมนั้น ในเบื้องต้นเมื่อมีการบอกล้างโมฆียะกรรมแล้ว ต่างฝ่ายต่างต้องคืนทรัพย์สินที่ได้รับไว้ให้กับอีกฝ่ายหนึ่งทั้งหมด โดยไม่จำต้องพิจารณาถึงความสุจริตของคู่กรณี โดยต้องเป็นการคืนทรัพย์สินเพื่อความมุ่งหมายที่จะให้ทุกฝ่ายได้กลับคืนสู่ฐานะเดิม ดังนี้กฎหมายอังกฤษและฝรั่งเศสจึงได้มีหลักเกณฑ์บังคับให้ฝ่ายที่จะบอกล้างสัญญาหรือใช้สิทธิเรียกร้องให้กลับคืนสู่ฐานะเดิมต้องมีการคืนทรัพย์สินหรือเตรียมการที่จะคืนทรัพย์สินที่ตนได้รับมาให้กับอีกฝ่ายหนึ่งด้วย เพื่อให้การกลับคืนสู่ฐานะเดิมมีประสิทธิ์ภาพสูงสุด การกลับคืนสู่ฐานะเดิมตามกฎหมายไทยจึงควรนำหลักเรื่องการชำระหนี้ต่างตอบแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 369 มาปรับใช้ด้วย นอกจากนี้ในปัญหาเรื่องดอกผล และค่าใช้จ่ายในการรักษาหรือปรับปรุงทรัพย์สินนั้นถือว่าเป็นปัญหาในเรื่องการกลับคืนสู่ฐานะเดิมเช่นกัน โดยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทยเมื่อได้มีการบอกล้างโมฆียะกรรมแล้วถือว่ากรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินโอนกลับมายังผู้เป็นเจ้าของเดิม การเรียกคืนทรัพย์สินจึงอาจนำมาตรา 1376 ซึ่งให้นำหลักกฎหมายเรื่องลาภมิควรได้มาใช้ซึ่งต้องนำมาใช้เท่าที่ไม่ขัดกับหลักการกลับคืนสู่ฐานะเดิม ซึ่งอาจนำมาตรา 415 มาปรับใช้กับเรื่องดอกผล และนำมาตรา 416 มาปรับใช้กับเรื่องค่าใช้จ่าย เพื่อให้ทุกฝ่ายได้กลับคืนสู่ฐานะเดิมอย่างเป็นธรรมที่สุด นอกจากนี้ตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาซึ่งได้พิพากษาในเรื่องการใช้คืนดอกเบี้ยไว้แตกต่างกันหลายฉบับนั้น สำหรับปัญหาเรื่องดอกเบี้ยต้องถือว่าการกลับคืนสู่ฐานะเดิมเป็นหนี้อย่างหนึ่งซึ่งเป็นหนี้ที่กฎหมายกำหนดไว้ตามมาตรา 176 เมื่อเป็นหนี้ที่ต้องชดใช้เงินซึ่งหากผิดนัดกฎหมายลักษณะหนี้กำหนดให้มีสิทธิคิดดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดได้ ซึ่งการที่นำหลักลูกหนี้ผิดนัดตามกฎหมายลักษณะหนี้มาปรับใช้ย่อมคุ้มครองได้ทั้งลูกหนี้ผู้ต้องคืนเงินและเจ้าหนี้ได้เป็นอย่างดี ในส่วนของการเรียกร้องค่าเสียหายอื่นๆ นอกจากค่าเสียหายจากการกลับคืนสู่ฐานะเดิมตกเป็นพ้นวิสัยนั้น ควรต้องให้เรียกได้โดยใช้หลักกฎหมายเรื่องละเมิดซึ่งต้องพิจารณาถึงความผิดและความเสียหายเท่าที่กฎหมายละเมิดคุ้มครอง โดยไม่ถือว่าการบอกล้างสัญญาเป็นการตัดสิทธิการเรียกค่าเสียหายทั้งหมด แต่ถือว่าการบอกล้างสัญญาย่อมไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากการไม่ชำระหนี้ หรือเรียกให้ชำระหนี้ตามนิติกรรมสัญญาเดิมได้อีกต่อไปเท่านั้น |
| บรรณานุกรม | : |
ธีรพงศ์ กิจชัยนุกูล . (2556). ปัญหากฎหมายของการกลับคืนสู่ฐานะเดิมของการบอกล้างโมฆียะกรรม.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ธีรพงศ์ กิจชัยนุกูล . 2556. "ปัญหากฎหมายของการกลับคืนสู่ฐานะเดิมของการบอกล้างโมฆียะกรรม".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ธีรพงศ์ กิจชัยนุกูล . "ปัญหากฎหมายของการกลับคืนสู่ฐานะเดิมของการบอกล้างโมฆียะกรรม."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556. Print. ธีรพงศ์ กิจชัยนุกูล . ปัญหากฎหมายของการกลับคืนสู่ฐานะเดิมของการบอกล้างโมฆียะกรรม. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2556.
|
