ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

อิทธิพลของการนิยมความสมบูรณ์แบบและการสนับสนุนของอาจารย์ที่ปรึกษาที่ส่งผลต่อความก้าวหน้าในการทำวิทยานิพนธ์ของนิสิตบัณฑิตศึกษาโดยมีพหุตัวแปรส่งผ่าน

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : อิทธิพลของการนิยมความสมบูรณ์แบบและการสนับสนุนของอาจารย์ที่ปรึกษาที่ส่งผลต่อความก้าวหน้าในการทำวิทยานิพนธ์ของนิสิตบัณฑิตศึกษาโดยมีพหุตัวแปรส่งผ่าน
นักวิจัย : สุริชา ฐานวิสัย
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : อวยพร เรืองตระกูล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2556
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/43467
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับการนิยมความสมบูรณ์แบบและการสนับสนุนของอาจารย์ที่ปรึกษาตามการรับรู้ของนิสิตบัณฑิตศึกษา 2) ศึกษาระดับการรับรู้ความสามารถของตนเอง ความเครียด และความก้าวหน้าในการทำวิทยานิพนธ์ของนิสิตบัณฑิตศึกษา 3) ตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดลอิทธิพลของการนิยมความสมบูรณ์แบบและการสนับสนุนของอาจารย์ที่ปรึกษาที่ส่งผลต่อความก้าวหน้าในการทำวิทยานิพนธ์ของนิสิตบัณฑิตศึกษา โดยมีพหุตัวแปรส่งผ่านกับข้อมูลเชิงประจักษ์ 4) วิเคราะห์ลักษณะการส่งผ่านของการรับรู้ความสามารถของตนเองและความเครียดที่ได้รับอิทธิพลจากการนิยมความสมบูรณ์แบบและการสนับสนุนของอาจารย์ที่ปรึกษาไปยังความก้าวหน้าในการทำวิทยานิพนธ์ ตัวอย่างวิจัยคือ นิสิตปริญญาโท ชั้นปีที่ 2-4 หลักสูตรทำวิทยานิพนธ์ คณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ จำนวน 415 คน ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบสองขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถาม ทีมีค่าความเที่ยงในแต่ละด้านอยู่ในช่วง 0.73-0.88 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติบรรยาย การเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยด้วยสถิติทีสำหรับตัวอย่างที่เป็นอิสระจากกัน และวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้าง (SEM) ด้วยโปรแกรม LISREL ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1) การนิยมความสมบูรณ์แบบของอาจารย์ที่ปรึกษาและการสนับสนุนของอาจารย์ที่ปรึกษาผ่านการรับรู้ของนิสิตอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.72 และ 3.92 ตามลำดับ 2) การรับรู้ความสามารถของตนเอง และความก้าวหน้าในการทำวิทยานิพนธ์อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.72 และ 4.03 ตามลำดับ ส่วนความเครียดในการทำวิทยานิพนธ์อยู่ในระดับปานกลาง ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.12 3) โมเดลอิทธิพลเชิงสาเหตุที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยมีค่า Chi-square=55.50, df=44, p=0.12, GFI=0.98, AGFI=0.96, RMR=0.02 และ RMSEA= 0.03 โดยตัวแปรในโมเดลอธิบายความแปรปรวนของความก้าวหน้าในการทำวิทยานิพนธ์ได้ร้อยละ 59.00 และ 4) การรับรู้ความสามารถของตนเองและความเครียดในการทำวิทยานิพนธ์ มีบทบาทการส่งผ่านแบบบางส่วนจากการนิยมความสมบูรณ์แบบและการสนับสนุนของอาจารย์ที่ปรึกษาไปยังความก้าวหน้าในการทำวิทยานิพนธ์

บรรณานุกรม :
สุริชา ฐานวิสัย . (2556). อิทธิพลของการนิยมความสมบูรณ์แบบและการสนับสนุนของอาจารย์ที่ปรึกษาที่ส่งผลต่อความก้าวหน้าในการทำวิทยานิพนธ์ของนิสิตบัณฑิตศึกษาโดยมีพหุตัวแปรส่งผ่าน.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุริชา ฐานวิสัย . 2556. "อิทธิพลของการนิยมความสมบูรณ์แบบและการสนับสนุนของอาจารย์ที่ปรึกษาที่ส่งผลต่อความก้าวหน้าในการทำวิทยานิพนธ์ของนิสิตบัณฑิตศึกษาโดยมีพหุตัวแปรส่งผ่าน".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุริชา ฐานวิสัย . "อิทธิพลของการนิยมความสมบูรณ์แบบและการสนับสนุนของอาจารย์ที่ปรึกษาที่ส่งผลต่อความก้าวหน้าในการทำวิทยานิพนธ์ของนิสิตบัณฑิตศึกษาโดยมีพหุตัวแปรส่งผ่าน."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556. Print.
สุริชา ฐานวิสัย . อิทธิพลของการนิยมความสมบูรณ์แบบและการสนับสนุนของอาจารย์ที่ปรึกษาที่ส่งผลต่อความก้าวหน้าในการทำวิทยานิพนธ์ของนิสิตบัณฑิตศึกษาโดยมีพหุตัวแปรส่งผ่าน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2556.