| ชื่อเรื่อง | : | การพัฒนาการสื่อสารเตือนภัยในพื้นที่เสี่ยงภัยผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ |
| นักวิจัย | : | ญาธินี ตันติวิวัฒน์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิเทศศาสตร์ , พิรงรอง รามสูต |
| ปีพิมพ์ | : | 2556 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/43331 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (นศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556 การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาบทบาทและแนวทางปฏิบัติด้านการสื่อสารของภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารแจ้งเตือนภัย 2) เพื่อศึกษารูปแบบการใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่และความคาดหวังของประชาชนในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามันต่อการสื่อสารแจ้งเตือนภัยผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ และ 3) เพื่อเสนอแนวทางการพัฒนาการสื่อสารแจ้งเตือนภัยสึนามิผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ในพื้นที่เสี่ยงภัยชายฝั่งทะเลอันดามันของประเทศไทย วิธีการวิจัยประกอบด้วยการศึกษาเอกสารและการสัมภาษณ์เชิงลึก ประกอบกับการเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามกับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยสึนามิ รวม 400 ราย และการสัมภาษณ์ตัวแทนประชาชนอีก 15 ราย และการสัมภาษณ์ข้อคิดเห็นจากตัวแทนผู้เชี่ยวชาญ อีก 5 ราย ผลการศึกษาพบว่าศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ (ศภช.) มีบทบาทหลักเป็นผู้ส่งสารหลักในกระบวนการสื่อสาร และ มีแนวทางการปฏิบัติตอบสนองต่อสถานการณ์ภัยพิบัติแบบดั้งเดิม (Traditional Model) ใช้ข้อความสั้นเป็นช่องทางการสื่อสารเจาะจงไปยังภาครัฐส่วนกลาง-ภูมิภาค-ท้องถิ่น ธุรกิจโรงแรมและสื่อมวลชน โดยมีผู้นำในภาคส่วนท้องถิ่นกระจายข้อมูลต่อไปยังประชาชนผู้เสี่ยงภัยสอดคล้องกับแนวคิดทฤษฎีการสื่อสาร 2 ขั้นตอน โดยมีผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นผู้เชื่อมโยงและถ่ายทอดสัญญาณการสื่อสาร และบางส่วนมีบทบาทเสริมเป็นผู้เฝ้าประตูข่าวสารที่กระจายข้อความสั้นของผู้ให้บริการเครือข่ายบางรายไปยังผู้เสี่ยงภัย สำหรับจุดแข็งและโอกาสของการพัฒนาให้โทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นเครื่องมือหลักในการสื่อสารเตือนภัยสึนามิ พบจากการสำรวจด้วยแบบสอบถามผู้เสี่ยงภัยจำนวน 400 คนในพื้นที่ชายฝั่งอันดามันว่า ผู้เสี่ยงภัยมีการใช้งานสมาร์ทโฟนมากที่สุด (58%) มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เนตค่อนข้างสูง (64.50%) เกือบทั้งหมดมีการพกพามือถือติดตัวตลอด และมีการใช้งานมือถือสูงขึ้นในช่วงเสี่ยงภัย โดยผู้เสี่ยงภัยคาดหวังให้มีการเตือนภัยผ่านมือถืออยู่ในระดับมากโดยเฉพาะในรูปแบบข้อความสั้น ซึ่งสอดคล้องกับแผนแม่บทโทรคมนาคมของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่กำหนดภาระหน้าที่ให้กับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่มีส่วนในการสื่อสารเตือนภัยเพื่อป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในการสรุปสังเคราะห์ ผู้วิจัยเสนอ 3 แนวทางในการพัฒนาการการสื่อสารเตือนภัยผ่านเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ดังนี้ 1)การผสานความร่วมมือระหว่างรัฐ ผู้ให้บริการเครือข่าย และประชาชน เพื่อให้ผู้เสี่ยงภัยมีสิทธิได้รับการแจ้งเตือนภัยผ่านข้อความสั้นทันทีและทั่วถึง 2) การบูรณาการการใช้เทคโนโลยีสื่อสารสมัยใหม่ เพื่อใช้งานระบบออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือเสริมกับข้อความสั้น รองรับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนและการใช้อินเทอร์เน็ตที่มีมากขึ้น 3) การใช้ทักษะและความรู้เข้าขับเคลื่อน เพื่อสร้างความเข้าใจต่อภัยพิบัติ ควบคู่กับการสร้างความรู้เท่าทันสื่อ เพื่อลดปัญหาการแพร่กระจายข่าวลือในช่วงภัยพิบัติ |
| บรรณานุกรม | : |
ญาธินี ตันติวิวัฒน์ . (2556). การพัฒนาการสื่อสารเตือนภัยในพื้นที่เสี่ยงภัยผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ญาธินี ตันติวิวัฒน์ . 2556. "การพัฒนาการสื่อสารเตือนภัยในพื้นที่เสี่ยงภัยผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ญาธินี ตันติวิวัฒน์ . "การพัฒนาการสื่อสารเตือนภัยในพื้นที่เสี่ยงภัยผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556. Print. ญาธินี ตันติวิวัฒน์ . การพัฒนาการสื่อสารเตือนภัยในพื้นที่เสี่ยงภัยผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2556.
|
