ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

กลวิธีการบรรเลงจเปยฏองเวงของครูจุม แสงจันทร์

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : กลวิธีการบรรเลงจเปยฏองเวงของครูจุม แสงจันทร์
นักวิจัย : อรอุมา เวชกร
คำค้น : เจรียง , พิณ -- การแสดง , จเปยฏองเวง -- การแสดง , Jum Changchan -- Performances , Lute -- Performance , จุม แสงจันทร์ -- การแสดง
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะศิลปกรรมศาสตร์ , ขำคม พรประสิทธิ์
ปีพิมพ์ : 2555
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/42560
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ศศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555

งานวิจัยเรื่อง กลวิธีการบรรเลงจเปยฎองเวงของครูจุม แสงจันทร์ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบริบทและประวัติชีวิตครูจุม แสงจันทร์ ศึกษากลวิธีการบรรเลงและบทเพลงจเปยฎองเวง วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างทางเจรียงกับการดำเนินทำนองจเปยฎองเวง โดยใช้วิธีการเก็บข้อมูลภาคสนาม เป็นเวลา ๑๒ เดือน ผลการศึกษาพบว่าบริบทของเจรียงปรากฏทั้งหมด ๘ ประเภท คือ เจรียงซันตูจ เจรียงนอรแก้ว เจรียงปังนา เจรียงกันตรอบกัย เจรียงตรัว เจรียงจเปยฎองเวง เจรียงจรวง เจรียงเบริน และพบว่าจเปยฎองเวง เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องดีด ใช้บรรเลงรวมวงและการบรรเลงเดี่ยว การตั้งเสียงของจเปยฎองเวงในการรวมวง ยึดเสียงตามปี่อ้อ สายเอกและสายทุ้ม ระดับเสียงห่างกัน ๔ เสียง และสำหรับการบรรเลงเดี่ยวผู้บรรเลงสามารถปรับให้เสียงสูงหรือเสียงต่ำก็ได้ตามความต้องการของผู้บรรเลง ครูจุม แสงจันทร์ เป็นนักดีดจเปยฎองเวงที่มีชื่อเสียงที่สุด มีผลงานการบันทึกเสียงเจรียงจเปยฎองเวง และเจรียงตรัว เคยได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง การประกวดเจรียงเดี่ยว และรางวัลชนะเลิศ การประกวด ตรัว ครูจุม แสงจันทร์ มีโอกาสเจรียงถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและอีกครั้งหนึ่งเจรียงถวายพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ปัจจุบันครูจุม แสงจันทร์ ประกอบอาชีพนักเจรียงและทำสวน การศึกษากลวิธีการบรรเลงจเปยฎองเวง ปรากฏกลวิธีสำหรับการบรรเลงทั้งหมด ๗ วิธี คือ กลวิธีการดีดขึ้น กลวิธีการดีดลง กลวิธีการกรอ กลวิธีการสะบัด กลวิธีการกล้ำเสียง กลวิธีการกดสาย และกลวิธีการดีดสองสายพร้อมกัน การวิเคราะห์สำนวนเพลงที่ใช้สำหรับการเจรียงทั้งหมด ๔ เพลงได้แก่ เพลงพัดเจือยเจีย ใช้เจรียงสำหรับดำเนินเรื่องราวและประกอบการเล่านิทาน มีลักษณะการดำเนินทำนองเก็บ เพลงพัดเจือยกราย ใช้เจรียงสำหรับชมธรรมชาติมีลักษณะการดำเนินทำนองเก็บ ทำนองกระสวนจังหวะซ้ำ มีลูกตกซ้ำติดต่อกัน และมีการปิดวรรคเพลงสำนวนเดียวกัน เพลงซโรเม ใช้เจรียงสำหรับบทแสดงความรู้สึกผิดหวัง เสียใจ มีลักษณะการดำเนินทำนองเก็บที่มีโน้ตซ้ำกันสลับไปมา เพลงบ็อทโศก ใช้เจรียงสำหรับบทแสดงความโศกเศร้าสูญเสียคนที่รัก มีลักษณะการดำเนินทำนองเก็บที่มีโน้ตซ้ำกันสลับไปมา และมีการบรรเลงซ้ำทำนองเดิม การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างทางเจรียงกับการดำเนินทำนองจเปยฎองเวงของครูจุม แสงจันทร์ ปรากฏการดำเนินทำนองร้อง ๘ รูปแบบ และปรากฏระเบียบวิธีการบรรเลง ๓ ช่วงได้แก่ ช่วงต้น ช่วงดำเนินเรื่องและช่วงจบบรรเลง ความสัมพันธ์ระหว่างทางเจรียงกับการดำเนินทำนองจเปยฎองเวง ได้แก่ การใช้เสียงร้องในกลุ่มเสียงของการดำเนินทำนองของจเปยฎองเวงอยู่ภายในขอบเขต ๔ เสียง การใช้เสียงลูกตกและเสียงเอื้อนมีการใช้เสียงที่เป็นเสียงของนมที่ ๔ นับจากเสียงทางต่ำ มาเป็นหลักในการร้องของทุกเพลง

บรรณานุกรม :
อรอุมา เวชกร . (2555). กลวิธีการบรรเลงจเปยฏองเวงของครูจุม แสงจันทร์.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อรอุมา เวชกร . 2555. "กลวิธีการบรรเลงจเปยฏองเวงของครูจุม แสงจันทร์".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อรอุมา เวชกร . "กลวิธีการบรรเลงจเปยฏองเวงของครูจุม แสงจันทร์."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555. Print.
อรอุมา เวชกร . กลวิธีการบรรเลงจเปยฏองเวงของครูจุม แสงจันทร์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2555.