| ชื่อเรื่อง | : | การคัดแยกแอกติโนมัยซีตที่ผลิตเซลลูเลสและสารปฏิชีวนะ |
| นักวิจัย | : | ศิราภรณ์ สุขวโรทัย |
| คำค้น | : | แอคติโนมัยซิส -- การแยก , ปฏิชีวนะ , เซลลูเลส , Actinomyces -- Separation , Antibiotics , Cellulase |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ประกิตติ์สิน สีหนนทน์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิทยาศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2550 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/42468 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550 แยกแอกติโนมัยซีตได้ทั้งหมด 115 สายพันธุ์ จากตัวอย่างดิน 36 ตัวอย่าง ที่สุ่มเก็บตัวอย่างจาก 11 จังหวัดในประเทศไทย เมื่อนำมาทดสอบความสามารถในการสร้างเซลลูเลสเบื้องต้นบนอาหารแข็งคาร์บอกซีเมทิลเซลลูโลส และวัดอัตราส่วนของเส้นผ่านศูนย์กลางบริเวณใสต่อเส้นผ่านศูนย์กลางโคโลนีที่เวลา 7 วันพบว่า มีแอกติโนมัยซีตที่สามารถสร้างเซลลูเลสได้จำนวน 71.30% โดยแอกติโนมัยซีตสายพันธุ์ NKP3-2 ที่แยกได้จากดินใน อ.โกรกพระ จ.นครสวรรค์ มีประสิทธิภาพสูงสุดเท่ากับ 4.3 เซนติเมตร สายพันธุ์ NV1-4 ที่แยกได้จากดินใน อ.เวียงสา จ .น่านและสายพันธุ์ LK3-10 ที่แยกได้จากดินใน อ.เกาะคา จ.ลำปาง มีค่าเท่ากับ 3.8 และ 2.9 เซนติเมตร ตามลำดับ ได้ทำการศึกษาเซลลูเลสแอกติวิตีของสายพันธุ์ NKP3-2 พบว่ามีเซลลูเลสแอกติวิตีสูงสุดเท่ากับ 390.38 mU/ml เมื่อนำมาทดสอบการสร้างสารปฏิชีวนะเบื้องต้นโดยวิธี Dual-culture ยับยั้งราโรคพืช 6 ชนิด ได้แก่ Pythium aphanidermatum DOAC 1662 Phytophthora parasitica DOAC 0005 Collectotrichum capsici DOAC 1196 Fusarium oxysporum f.sp. lycopersici DOAC 0874 Fusarium oxysporum f.sp. cubense DOAC 0893 และ Alternaria porri DOAC 1756 มีแอกติโนมัยซีตที่สามารถสร้างสารปฏิชีวนะยับยั้งราโรคพืชได้จำนวน 66.96% พบว่าสายพันธุ์ LK3-10 NKP3-2 และ NV1-4 สามารถยับยั้งราโรคพืชได้ทั้ง 6 ชนิด โดยสายพันธุ์ LK3-10 สามารถยับยั้งรา Pythium aphanidermatum (∆γ=31ซม.) และ Fusarium oxysporum f.sp. lycopersici (∆γ=11.7มม.)ได้ดีที่สุด สายพันธุ์ NKP3-2 สามารถยับยั้งรา Pythium aphanidermatum (∆γ=28.8มม.) ได้รองลงมา และสายพันธุ์ NV1-4 สามารถยับยั้งรา Pythium aphanidermatum (∆γ=25.2มม.) และ Fusarium oxysporum f.sp. lycopersici (∆γ=9.5มม.) ได้น้อยที่สุดเมื่อเทียบกับสายพันธุ์ NKP3-2 และ LK3-10 จากการศึกษาลักษณะทางสัณฐานวิทยาและการศึกษาทางอณูพันธุศาสตร์พบว่า ลำดับเบส 16S rRNA ของแอกติโนมัยซีตสายพันธุ์ NKP3-2 มีความคล้ายกับ Streptomyces sp. 1A01654 มากที่สุด ที่ระดับความเหมือน 98% แอกติโนมัยซีตสายพันธุ์ LK3-10 มีความคล้ายกับ Streptomyces sp. AB2A, Streptomyces hygroscopicus subsp. hygroscopicus และ Streptomyces hygroscopicus ที่ระดับความเหมือน 99% แอกติโนมัยซีตสายพันธุ์ NV1-4 มีความคล้ายกับ Streptomyces hygroscopicus strain 3088 ที่ระดับความเหมือน 100% ดังนั้นการนำแอกติโนมัยซีตทั้งสามสายพันธุ์ซึ่งช่วยย่อยสลายเซลลูโลสและทั้งยังช่วยทำลายราโรคพืชทั้ง 6 ชนิด มาประยุกต์ใช้ร่วมกันในกระบวนการทำปุ๋ยหมัก น่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งทางด้านการเกษตรต่อไป |
| บรรณานุกรม | : |
ศิราภรณ์ สุขวโรทัย . (2550). การคัดแยกแอกติโนมัยซีตที่ผลิตเซลลูเลสและสารปฏิชีวนะ.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ศิราภรณ์ สุขวโรทัย . 2550. "การคัดแยกแอกติโนมัยซีตที่ผลิตเซลลูเลสและสารปฏิชีวนะ".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ศิราภรณ์ สุขวโรทัย . "การคัดแยกแอกติโนมัยซีตที่ผลิตเซลลูเลสและสารปฏิชีวนะ."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550. Print. ศิราภรณ์ สุขวโรทัย . การคัดแยกแอกติโนมัยซีตที่ผลิตเซลลูเลสและสารปฏิชีวนะ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2550.
|
