ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ร่วมกับการตกตะกอนทางเคมีเพื่อกำจัดเซลล์สาหร่ายในระบบผลิตน้ำประปา

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ร่วมกับการตกตะกอนทางเคมีเพื่อกำจัดเซลล์สาหร่ายในระบบผลิตน้ำประปา
นักวิจัย : เฉลิมเกียรติ บุญลือ
คำค้น : น้ำประปา , สาหร่าย -- การควบคุม , น้ำ -- การทำให้บริสุทธิ์ -- การกำจัดจุลชีพ , เสียงอัลตราโซนิค , น้ำ -- การทำให้บริสุทธิ์ -- การรวมตะกอน , Water-supply , Algae -- Control , Water -- Purification -- Microbial removal , Ultrasonics , Water -- Purification -- Coagulation
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : อรอนงค์ ลาภปริสุทธิ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2555
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/42186
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555

ปัญหายูโทรฟิเคชั่น กำลังเป็นปัญหาต่อคุณภาพน้ำในทะเลสาบและอ่างเก็บน้ำทั่วโลก ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบในกระบวนการผลิตน้ำประปา ปริมาณสาหร่ายที่มากจะรบกวนต่อระบบผลิตน้ำประปา โดยสาหร่ายบางชนิดทำให้เกิดสี กลิ่นและรสที่ผิดปกติ รวมทั้งอุดตันในระบบทรายกรอง จึงต้องเพิ่มการใช้สารเคมีช่วยในการตะกอนมากขึ้น งานวิจัยนี้จึงศึกษาความเป็นไปได้ โดยการใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ร่วมกับการตกตะกอนทางเคมี เพื่อกำจัดสาหร่ายสีเขียวในน้ำ ศึกษาผลของระยะเวลาของการให้คลื่นเสียงที่เหมาะสมในการกำจัดเซลล์สาหร่าย โดยศึกษาการยับยั้งสาหร่ายสีเขียวสายพันธุ์ Chlorella vulgaris sp. และสายพันธุ์ Scenedesmus sp. ให้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ที่ความถี่ 40 กิโลเฮิรตซ์ ความเข้มพลังงานที่ 100 วัตต์ ทดลองโดยให้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ ที่เวลาแตกต่างกัน พบว่าเมื่อเวลาผ่านไป 30 วินาที สามารถลดปริมาณสาหร่ายสีเขียวสายพันธุ์ Chlorella vulgaris sp. ได้ 41% และที่สภาวะเดียวกันพบว่า สามารถลดปริมาณสาหร่ายสีเขียวสายพันธุ์ Scenedesmus sp. ได้ 70.2% ที่เวลา 10 วินาที เมื่อนำสาหร่ายสีเขียวทั้ง 2 ชนิดผสมกัน (mixed culture) พบว่าสามารถลดปริมาณเซลล์สาหร่ายได้สูงสุด 45.4% ที่เวลา 30 วินาที เทียบกับน้ำตัวอย่างที่ไม่ผ่านกระบวนการให้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ จากนั้นทดลองเพื่อหาระดับพลังงานที่เหมาะสมต่อการตกตะกอน พบว่าที่ระดับพลังงาน 60 วัตต์มีประสิทธิภาพการกำจัดสูงสุด โดยพบว่าสามารถลดปริมาณเซลล์สาหร่ายสายพันธุ์ Scenedesmus sp. ได้สูงสุด 71.67% Chlorella vulgaris sp. ได้ 51.60% และสาหร่ายผสม 58.22% เมื่อทำการตกตะกอนทางเคมีร่วม พบว่าประสิทธิภาพการตกตะกอนสาหร่ายสีเขียวสายพันธุ์ Chlorella vulgaris sp. Scenedesmus sp. และ mixed culture เพิ่ม 30.84% 21.71% และ 41.26% ตามลำดับ โดยไม่ทำให้เซลล์สาหร่ายแตก ความเข้มข้นของเซลล์สาหร่ายเพิ่มขึ้นต่างกัน 10 เท่า จะทำให้ประสิทธิภาพการบำบัดลดลงประมาณ 10% ซึ่งอาจสรุปได้ว่าปริมาณเซลล์สาหร่ายที่เพิ่มสูงขึ้น มีผลต่อประสิทธิภาพการบำบัดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

บรรณานุกรม :
เฉลิมเกียรติ บุญลือ . (2555). การใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ร่วมกับการตกตะกอนทางเคมีเพื่อกำจัดเซลล์สาหร่ายในระบบผลิตน้ำประปา.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เฉลิมเกียรติ บุญลือ . 2555. "การใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ร่วมกับการตกตะกอนทางเคมีเพื่อกำจัดเซลล์สาหร่ายในระบบผลิตน้ำประปา".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เฉลิมเกียรติ บุญลือ . "การใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ร่วมกับการตกตะกอนทางเคมีเพื่อกำจัดเซลล์สาหร่ายในระบบผลิตน้ำประปา."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555. Print.
เฉลิมเกียรติ บุญลือ . การใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ร่วมกับการตกตะกอนทางเคมีเพื่อกำจัดเซลล์สาหร่ายในระบบผลิตน้ำประปา. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2555.