| ชื่อเรื่อง | : | การพัฒนาแผนการผลิตหลักสำหรับอุตสาหกรรมแบบผลิตตามสั่ง |
| นักวิจัย | : | ภัทราภรณ์ สัจจนดำรงค์ |
| คำค้น | : | การควบคุมการผลิต , การวางแผนการผลิต , การจัดการโรงงาน , Production control , Production planning , Factory management |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ธารทัศน์ โมกขมรรคกุล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2550 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/39499 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550 ปัจจุบันโรงงานต่างๆในประเทศไทย เริ่มมีการนำระบบอีอาร์พีมาใช้ในการบริหารและการจัดการกระบวนการต่างๆ ภายในโรงงานเพิ่มมากขึ้น ในส่วนของฝ่ายผลิตสำหรับโรงงานที่นำระบบอีอาร์พีมาใช้ ล้วนคาดหวังว่าระบบอีอาร์พีจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้แผนกวางแผนสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ปัญหาของระบบอีอาร์พีในส่วนของการวางแผนการผลิต คือ ระบบการวางแผนความต้องการด้านวัสดุที่อยู่ในระบบอีอาร์พีโดยทั่วไป ไม่ได้รองรับการคำนวณเกี่ยวกับกำลังการผลิตไว้ได้อย่างดีพอ และโรงงานที่มีรูปแบบการผลิตตามสั่งมักใช้คำสังซื้อจากลูกค้าเป็นข้อมูลในการวางแผนความต้องการวัสดุโดยตรง ดังนั้นแผนการผลิตที่ได้ บางครั้งอาจเป็นแผนที่ไม่สามารถปฏิบัติให้ทันกำหนดส่งได้จริง เนื่องมาจากกำลังผลิตมีไม่เพียงพอ หรือมีความหนาแน่นของงานในช่วงใดช่วงหนึ่งมากเกินไป งานวิจัยนี้ ได้พัฒนาเครื่องมือช่วยในการวางแผนการผลิตหลักของโรงงานโดยใช้หลักการการหาค่าที่เหมาะสมที่สุดด้วยวิธีการโปรแกรมเชิงเส้นตรง โดยเรียกเครื่องมือนี้ว่า MPO (Master Planning Optimizer) ซึ่งเป็นการประมวลผลด้วย Solver Engine ผ่านทางโปรแกรม Microsoft Excel เพื่อสร้างแผนการผลิตหลักที่ทำให้เกิดต้นทุนรวมต่ำที่สุด บนเงื่อนไขที่จำกัดทั้งในส่วนของกำลังการผลิตของโรงงานและจำนวนวัตถุดิบที่มีอยู่ จากนั้นค่อยนำแผนการผลิตหลักที่คำนวณได้นี้ไปใช้วางแผนความต้องการด้านวัสดุต่อไป ผลการทดสอบการใช้งาน MPO ในโรงงานผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปแห่งหนึ่ง พบว่าเมื่อนำ MPO มาใช้แทนการวางแผนการผลิตแบบปัจจุบัน ซึ่งอาศัยความสามารถและประสบการณ์ของผู้วางแผนเป็นหลัก พบว่าผู้วางแผนสามารถจัดแผนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในแง่ของการลดเวลาในการจัดแผนการผลิตลง จากปกติประมาณ 2-3 วันต่อสัปดาห์ ลดเหลือเพียง 3-5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ รวมถึงสามารถลดกำลังคนที่ใช้ในการจัดแผน และลดความผิดพลาดของข้อมูลที่เกิดจากบุคคล อีกทั้งยังสามารถนำเครื่องมือนี้มาจำลองสถานการณ์เพื่อคำนวณเกี่ยวกับการเพิ่มกำลังการผลิต เมื่อกำลังการผลิตที่มีอยู่ตามปกติไม่เพียงพอ หรือเมื่อฝ่ายขายถามถึงความสามารถในการรับงานเพิ่ม ทางฝ่ายวางแผนก็สามารถหาคำตอบได้อย่างรวดเร็วและถูกต้องมากขึ้น ยังผลให้การประสานงานระหว่างแผนกมีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น |
| บรรณานุกรม | : |
ภัทราภรณ์ สัจจนดำรงค์ . (2550). การพัฒนาแผนการผลิตหลักสำหรับอุตสาหกรรมแบบผลิตตามสั่ง.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ภัทราภรณ์ สัจจนดำรงค์ . 2550. "การพัฒนาแผนการผลิตหลักสำหรับอุตสาหกรรมแบบผลิตตามสั่ง".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ภัทราภรณ์ สัจจนดำรงค์ . "การพัฒนาแผนการผลิตหลักสำหรับอุตสาหกรรมแบบผลิตตามสั่ง."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550. Print. ภัทราภรณ์ สัจจนดำรงค์ . การพัฒนาแผนการผลิตหลักสำหรับอุตสาหกรรมแบบผลิตตามสั่ง. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2550.
|
