ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ค่าอ้างอิงของระดับฮีโมโกลบินเอวันซีในผู้ป่วยที่มีภาวะฮีโมโกลบินผิดปกติชนิดฮีโมโกลบินอีที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน โดยวิธีทางอิมมูนในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ค่าอ้างอิงของระดับฮีโมโกลบินเอวันซีในผู้ป่วยที่มีภาวะฮีโมโกลบินผิดปกติชนิดฮีโมโกลบินอีที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน โดยวิธีทางอิมมูนในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
นักวิจัย : ลลิตา วัฒนะจรรยา
คำค้น : ฮีโมโกลบินผิดปกติ , Hemoglobinopathy
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สมพงษ์ สุวรรณวลัยกร , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2550
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/42316
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550

ความสำคัญและที่มาของการวิจัย : ระดับฮีโมโกลบินเอวันซีใช้เป็นดัชนีบ่งชี้ถึงผลรวมของการควบคุมระดับกลูโคสในเลือดในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งพบว่ามีความสัมพันธ์กับการเกิดภาวะแทรกซ้อนเรื้อรังจากโรคเบาหวาน แต่อย่างไรก็ตามมีหลายปัจจัยที่มีผลกระทบต่อระดับฮีโมโกลบินเอวันซีนี้ รวมทั้งโรคธาลัสซีเมียและภาวะฮีโมโกลบินผิดปกติชนิดต่างๆ ซึ่งการศึกษาที่ผ่านมายังมีข้อมูลน้อยเกี่ยวกับค่าอ้างอิงของระดับฮีโมโกลบินเอวันซีในภาวะฮีโมโกลบินผิดปกติชนิดฮีโมโกลบินอีทั้งชนิดแฝงและชนิดโฮโมไซโกส ซึ่งเป็นชนิดที่พบได้บ่อยในประเทศไทย วัตถุประสงค์ในการวิจัย : เพื่อศึกษาค่าอ้างอิงของระดับฮีโมโกลบินเอวันซีในผู้ป่วยฮีโมโกลบินอีทั้งชนิดแฝงและชนิดโฮโมไซโกส ที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน โดยวิธีทางอิมมูนที่ใช้ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ วิธีการทำวิจัย : เก็บข้อมูลและตัวอย่างเลือดจากผู้ป่วยฮีโมโกลบินอีที่ไม่ได้เป็นเบาหวานทั้งชนิดแฝงและชนิดโฮโมไซโกส กลุ่มละ 60 คน และกลุ่มฮีโมโกลบินปกติ 60 คน ทำการวัดระดับน้ำตาลก่อนอาหารและระดับฮีโมโกลบินเอวันซี โดยใช้เครื่อง Roche Cobas Integra และหาค่าอ้างอิงโดยคำนวณเป็นค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัย : ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของระดับฮีโมโกลบินเอวันซีในกลุ่มฮีโมโกลบินปกติ กลุ่มฮีโมโกลบินอีชนิดแฝงและชนิดโฮโมไซโกส เท่ากับร้อยละ 5.22±0.39 (ค่าอ้างอิงร้อยละ4.44-6.0) ร้อยละ5.45±0.35 (ค่าอ้างอิงร้อยละ4.75-6.15) และร้อยละ5.23±0.33 (ค่าอ้างอิงร้อยละ4.57-5.89) ตามลำดับ เมื่อนำมาเปรียบเทียบกันโดยใช้ ANCOVA โดยปรับเรื่องอายุ ดัชนีมวลกาย และระดับน้ำตาลก่อนอาหาร พบว่าค่าเฉลี่ยของฮีโมโกลบินเอวันซีในกลุ่มฮีโมโกลบินอีชนิดแฝงแตกต่างกับอีก 2 กลุ่มอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (กลุ่มฮีโมโกลบินปกติ และกลุ่มฮีโมโกลบินอีชนิดแฝง p=0.032, กลุ่มฮีโมโกลบินอีชนิดแฝงและกลุ่มฮีโมโกลบินอีชนิดโฮโมไซโกส p=0.017) แต่ค่าความแตกต่างนั้นเท่ากับ 0.2 ซึ่งถือว่าไม่มีนัยสำคัญทางคลินิกที่ชัดเจน สรุปผลการวิจัย : แม้ว่าความแตกต่างของค่าเฉลี่ยของระดับฮีโมโกลบินเอวันซี ระหว่างกลุ่มจะมีนัยสำคัญทางสถิติแต่ผลต่อการรักษาผู้ป่วยทางคลินิกน้อย ดังนั้นในทางปฏิบัติสามารถใช้ค่าอ้างอิงเดียวกันกับกลุ่มประชากรปกติได้

บรรณานุกรม :
ลลิตา วัฒนะจรรยา . (2550). ค่าอ้างอิงของระดับฮีโมโกลบินเอวันซีในผู้ป่วยที่มีภาวะฮีโมโกลบินผิดปกติชนิดฮีโมโกลบินอีที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน โดยวิธีทางอิมมูนในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ลลิตา วัฒนะจรรยา . 2550. "ค่าอ้างอิงของระดับฮีโมโกลบินเอวันซีในผู้ป่วยที่มีภาวะฮีโมโกลบินผิดปกติชนิดฮีโมโกลบินอีที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน โดยวิธีทางอิมมูนในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ลลิตา วัฒนะจรรยา . "ค่าอ้างอิงของระดับฮีโมโกลบินเอวันซีในผู้ป่วยที่มีภาวะฮีโมโกลบินผิดปกติชนิดฮีโมโกลบินอีที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน โดยวิธีทางอิมมูนในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550. Print.
ลลิตา วัฒนะจรรยา . ค่าอ้างอิงของระดับฮีโมโกลบินเอวันซีในผู้ป่วยที่มีภาวะฮีโมโกลบินผิดปกติชนิดฮีโมโกลบินอีที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน โดยวิธีทางอิมมูนในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2550.