ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

อุทกพลศาสตร์ และการถ่ายเทมวลสาร ของกระบวนการดูดซึมเมทานอลและเบนซีนในรูปฟองอากาศ

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : อุทกพลศาสตร์ และการถ่ายเทมวลสาร ของกระบวนการดูดซึมเมทานอลและเบนซีนในรูปฟองอากาศ
นักวิจัย : พัชรพร ประจักษ์สูตร์
คำค้น : เมทานอล -- การดูดซึมและการดูดซับ , เบนซิน -- การดูดซึมและการดูดซับ , ชลศาสตร์ , ฟอง , Methanol -- Absorption and adsorption , Benzene -- Absorption and adsorption , Hydrodynamics , Bubbles
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : พิสุทธิ์ เพียรมนกุล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2551
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/36218
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551

วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้คือศึกษากระบวนการดูดซึมสารอินทรีย์ระเหยชนิดที่ละลายน้ำได้มากและน้อยในตัวแปรการถ่ายเทมวลสารและอุทกศาสตร์ของฟองอากาศที่สัมพันธ์กับประสิทธิภาพการบำบัด ทำการทดลองในถังปฏิกิริยาแบบฟองอากาศขนาดเล็ก โดยมีเมทานอลและเบนซีนเป็นตัวแทนของสารอินทรีย์ระเหยที่ละลายน้ำได้มากและน้อย ตามลำดับ น้ำประปาและสารลดแรงตึงผิวชนิดประจุลบที่ความเข้มข้น 0.2 0.6 และ 1 ซีเอ็มซี เป็นของเหลวที่ใช้เป็นสารดูดซึมภายในถังปฏิกิริยา ใช้อุปกรณ์เติมอากาศประเภทรูเติมอากาศแบบแข็งช่องเปิดเดี่ยวที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางแตกต่างกัน 4 ค่าคือ 0.65 1.25 2.50 และ 4.50 มิลลิเมตรในการสร้างฟองก๊าซ ในการนี้ อุปกรณ์ก๊าซโครมาโทกราฟี และระบบวิเคราะห์ถ่ายภาพความเร็วสูงได้ถูกประยุกต์ใช้เพื่อวิเคราะห์ความเข้มข้นของเฟสก๊าซที่เข้าและออกจากระบบ รวมไปถึงตัวแปรด้านอุทกพลศาสตร์ ตามลำดับ จากผลการทดลองพบว่า ประสิทธิภาพในการบำบัดก๊าซเมทานอลมีค่าสูง (ร้อยละ 86.53 - 97.96) ในกรณีของเบนซีนมีค่าต่ำ (ร้อยละ 5.57 – 8.50) และขนาดของรูเติมอากาศไม่ได้มีผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการบำบัดสารอินทรีย์ระเหยทั้งสองชนิด จากการวิเคราะห์ตัวแปรด้านอุทกพลศาสตร์ของฟองก๊าซทำให้สามารถเลือกอัตราการไหลของก๊าซที่เหมาะสมเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการบำบัดที่สูงและไม่เกิดผลเสียจากความปั่นป่วนซึ่งทำให้เกิดการหลุดออกของก๊าซซึ่งส่งผลให้ประสิทธิภาพในการบำบัดสารอินทรีย์ระเหยลดลง จากการวิเคราะห์ตัวแปรด้านการถ่ายเทมวลสารพบว่าค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทมวลสารโดยรวม (K[subscript L]a และ K[subscript G]a) สัมพันธ์กับค่าพื้นที่ผิวสัมผัสจำเพาะ (a) และค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทมวลสารย่อยในเฟสก๊าซและของเหลว (K[subscript G] และ K[subscript L]) ซึ่งสอดคล้องกับเฟสที่ควบคุมการถ่ายเทมวลสารสำหรับกรณีเมทานอลและเบนซีน ตามลำดับ โดยในกรณีที่มีสารลดแรงตึงผิวในสารดูดซึมพบว่าค่าสัมประสิทธิ์ K[subscript G]a ค่าเพิ่มขึ้นในกรณีเมทานอล ในขณะที่ค่า K[subscript L]a ลดลงในกรณีเบนซีนเมื่อความเข้มข้นของสารลดแรงตึงผิวสูงขึ้น โดยประสิทธิภาพการบำบัดสารเบนซีนที่เพิ่มสูงขึ้นในการทดลองนี้กล่าวได้ว่าผลดีจากการเพิ่มสูงขึ้นของค่าความแตกต่างความเข้มข้น (∆C) ในสมการการถ่ายเทมวลสาร (dC[subscript L]/dt = k[subscript L]a(C[subscript L][superscript s] - C[subscript L]) มีสัดส่วนที่สูงกว่าผลเสียจากการลดลงของค่า K[subscript L]a ทั้งนี้ค่า K[subscript G แปรผันตรงกับค่า a สำหรับเมทานอล แต่ค่า K[subscript L] และค่า a มีลักษณะหักล้างซึ่งกันและกันสำหรับเบนซีน

บรรณานุกรม :
พัชรพร ประจักษ์สูตร์ . (2551). อุทกพลศาสตร์ และการถ่ายเทมวลสาร ของกระบวนการดูดซึมเมทานอลและเบนซีนในรูปฟองอากาศ.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พัชรพร ประจักษ์สูตร์ . 2551. "อุทกพลศาสตร์ และการถ่ายเทมวลสาร ของกระบวนการดูดซึมเมทานอลและเบนซีนในรูปฟองอากาศ".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พัชรพร ประจักษ์สูตร์ . "อุทกพลศาสตร์ และการถ่ายเทมวลสาร ของกระบวนการดูดซึมเมทานอลและเบนซีนในรูปฟองอากาศ."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551. Print.
พัชรพร ประจักษ์สูตร์ . อุทกพลศาสตร์ และการถ่ายเทมวลสาร ของกระบวนการดูดซึมเมทานอลและเบนซีนในรูปฟองอากาศ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2551.