ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ระดับของเอ็มอาร์เอ็นเอของยีนเอซีเอดีวีแอลในพลาสมาผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมที่เกิดพิษต่อระบบหัวใจจากยาแอนทราซัยคลินในระยะที่ยังไม่มีอาการแสดงของระบบข้างเคียงต่อระบบหัวใจ

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ระดับของเอ็มอาร์เอ็นเอของยีนเอซีเอดีวีแอลในพลาสมาผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมที่เกิดพิษต่อระบบหัวใจจากยาแอนทราซัยคลินในระยะที่ยังไม่มีอาการแสดงของระบบข้างเคียงต่อระบบหัวใจ
นักวิจัย : อัจฉรา สุภาวเวช
คำค้น : เต้านม -- มะเร็ง -- การรักษา , อาร์เอ็นเอนำรหัส , แอนทราซัยคลิน -- การใช้รักษา , Breast -- Cancer -- Treatment , Messenger RNA , Anthracyclines -- Therapeutic use
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : วิโรจน์ศรีอุฬารพงศ์ , ศริญญา ภูวนันท์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2553
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/36181
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553

ที่มา ยาเคมีบำบัดกลุ่มแอนทราซัยคลินเป็นยาที่มีประสิทธิภาพสูงในการรักษาโรคมะเร็งเต้านม แต่ข้อจำกัดการใช้ยากลุ่มนี้ที่สำคัญคือ ปริมาณยาสะสมที่ทำให้เกิดพิษต่อระบบหัวใจ ซึ่งยังไม่มีวิธีการรักษาที่จำเพาะต่อการเกิดพิษต่อระบบหัวใจ ปัจจุบันมีความพยายามศึกษาไบโอมาร์คเกอร์ที่มีจำเพาะต่อการเกิดพิษต่อระบบหัวใจจากยาแอนทราซัยคลิน โครงการวิจัยเรื่อง Genetic susceptibility of cardiotoxicities from Doxorubicin in breast cancer patients ศึกษาหายีนที่มีการแสดงออกเพิ่มขึ้นหลังได้รับยาด็อกโซรูบิซิโดยวิธีไมโครแอเรย์ ผู้วิจัยเลือกศึกษายีนเอซีเอดีวีแอลเนื่องจากผลิตภัณฑ์ของยีนนี้อยู่ที่ผนังชั้นในของไมโตคอนเดรีย ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีการสลายของกรดไขมัน ซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับกลไกการเกิดพิษต่อระบบหัวใจจากยาแอนทราซัยคลินได้ วิธีการวิจัย ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่รับการรักษาในรพ.จุฬาลงกรณ์ในปี 2552-2553 ที่ได้รับการรักษาด้วยยาเคมีสูตรด็อกโซรูบิซิน 60 มก./ม²และไซโคลฟอสฟาไมค์600 มก./ม² ทุก 3 สัปดาห์จำนวน 4 รอบ โดยมีการตรวจechocardiogramก่อนและหลังให้ยา และมีการเก็บเลือดผู้ป่วยก่อนให้ยาเคมีบำบัดทุกครั้ง เพื่อนำมาศึกษาแบบตัดขวาง หาระดับของเอ็มอาร์เอ็นเอของยีนเอซีเอดีวีแอลในพลาสมาผู้ป่วยด้วยวิธีเรียลไทม์พีซีอาร์ โดยมียีนควบคุมภายในคือยีนแก๊บดีเอช ผลการวิจัย มีผู้ป่วย 51 คนที่เข้าร่วมการวิจัย โดยเลือกตัวอย่างเลือดผู้ป่วย 3 คนจากกลุ่มทดลอง และ 3 คนจากกลุ่มควบคุม โดยใช้เลือดก่อนให้ยาครั้งแรกและก่อนให้ครั้งที่สอง ผลคือไม่สามารถวัดปริมาณเอ็มอาร์เอ็นเอของยีนเอซีเอดีวีแอลในพลาสมาผู้ป่วยก่อนเริ่มยาและหลังให้ยาได้ทั้งกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง แต่ยีนควบคุมภายในสามารถตรวจวัดได้ ได้มีการยืนยันผลการทดลองด้วยการทำอิเลกโตโฟเรซิส แสดงว่าไม่พบยีนนี้ในพลาสมาจริง ผู้วิจัยจึงตัดสินใจหยุดการศึกษา สรุป ไม่มียีนเอซีเอดีวีแอลในพลาสมาผู้ป่วยมะเร็งเต้านมจากการวัดด้วยเรียลไทม์พีซีอาร์ แสดงว่ายีนนี้อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับการเกิดพิษต่อระบบหัวใจจากยาแอนทราซัยคลิน แต่ยีนชนิดนี้อาจจะเป็นตัวชี้นำการเกิดพิษต่อระบบหัวใจจากยาแอนทราซัยคลินได้ ในอนาคตอาจจะการศึกษาหายีนอื่นๆที่เป็นไบโอมาร์คเกอร์ต่อไป

บรรณานุกรม :
อัจฉรา สุภาวเวช . (2553). ระดับของเอ็มอาร์เอ็นเอของยีนเอซีเอดีวีแอลในพลาสมาผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมที่เกิดพิษต่อระบบหัวใจจากยาแอนทราซัยคลินในระยะที่ยังไม่มีอาการแสดงของระบบข้างเคียงต่อระบบหัวใจ.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อัจฉรา สุภาวเวช . 2553. "ระดับของเอ็มอาร์เอ็นเอของยีนเอซีเอดีวีแอลในพลาสมาผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมที่เกิดพิษต่อระบบหัวใจจากยาแอนทราซัยคลินในระยะที่ยังไม่มีอาการแสดงของระบบข้างเคียงต่อระบบหัวใจ".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อัจฉรา สุภาวเวช . "ระดับของเอ็มอาร์เอ็นเอของยีนเอซีเอดีวีแอลในพลาสมาผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมที่เกิดพิษต่อระบบหัวใจจากยาแอนทราซัยคลินในระยะที่ยังไม่มีอาการแสดงของระบบข้างเคียงต่อระบบหัวใจ."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553. Print.
อัจฉรา สุภาวเวช . ระดับของเอ็มอาร์เอ็นเอของยีนเอซีเอดีวีแอลในพลาสมาผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมที่เกิดพิษต่อระบบหัวใจจากยาแอนทราซัยคลินในระยะที่ยังไม่มีอาการแสดงของระบบข้างเคียงต่อระบบหัวใจ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2553.