ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

แนวทางการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิผลกิจกรรมทางเศรษฐกิจของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : แนวทางการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิผลกิจกรรมทางเศรษฐกิจของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต
นักวิจัย : ณัฏฐ์ หลักชัยกุล
คำค้น : เศรษฐศาสตร์ -- การศึกษาและการสอน , Economics -- Study and teaching
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : จรูญศรี มาดิลกโกวิท , เฟื่องอรุณ ปรีดีดิลก , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2555
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/36163
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และสภาพการเรียนรู้การดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ 2) วิเคราะห์ประสิทธิผลกิจกรรมทางเศรษฐกิจ 3) วิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเรียนรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิผลกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และ 4) นำเสนอแนวทางการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิผลกิจกรรมทางเศรษฐกิจ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตจำนวน 426 กลุ่มใน 20 จังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และกรณีศึกษากลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต จำนวน 4 กลุ่มในจังหวัดชัยภูมิ กาฬสินธุ์ นครราชสีมา และอุบลราชธานี เก็บรวบรวมข้อมูลกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตโดยใช้แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ และการสนทนากลุ่ม การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัย พบว่า กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตมีเงินฝากสัจจะสะสมลดน้อยลง เพราะจำนวนสมาชิกฝากเงินไม่เพิ่มขึ้น และมีจำนวนเงินให้กู้ยืมลดลง และไม่เพียงพอกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นมาก สวัสดิการด้านฌาปนกิจสงเคราะห์มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ศูนย์สาธิตการตลาด ยุ้งฉาง และธนาคารข้าวมีจำนวนลดน้อยลง การเรียนรู้การดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ส่วนใหญ่มีลักษณะแบบไม่เป็นทางการ เป็นการเรียนรู้ในวิถีชีวิตที่เกิดขึ้นภายในชุมชน ส่งผลให้เกิดการพัฒนาศักยภาพผู้นำ แต่ขาดกระบวนการเรียนรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิผลกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เช่น การจัดทำระบบบัญชี และทักษะการบริหารจัดการ ในภาพรวมกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตมีประสิทธิผลกิจกรรมทางเศรษฐกิจอยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 40.6 มีประสิทธิผลอยู่ในระดับสูง ร้อยละ 17.1 และมีประสิทธิผลต่ำ ร้อยละ 10.8 หากพิจารณาตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจ พบว่า กิจกรรมการออมเพื่อการผลิต และการจัดสวัสดิการมีประสิทธิผลสูงที่สุด ส่วนการส่งเสริมอาชีพมีประสิทธิผลต่ำที่สุด ในภาพรวมปัจจัยที่ส่งผลต่อการเรียนรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิผลอยู่ในระดับปานกลาง ปัจจัยด้านบรรยากาศ และสภาพแวดล้อมส่งผลต่อการเรียนรู้มากที่สุด รองลงมาได้แก่ ปัจจัยด้านการบริหารจัดการ และระเบียบข้อบังคับกลุ่ม ส่วนปัจจัยด้านการสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอกส่งผลต่อการเรียนรู้น้อยที่สุด แนวทางการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิผลกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ส่งเสริมการมีสัจจะ อบรมอาชีพ และจัดสวัสดิการให้ครอบคลุมการเกิด แก่ เจ็บ และตาย จัดการเรียนรู้เนื้อหากิจกรรมทางเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับความต้องการ และวิถีชีวิต เป็นผู้เอื้ออำนวยการเรียนรู้ และส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ภายในกลุ่ม ให้ความสำคัญกับสภาพวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และภูมิปัญญาชาวบ้าน

บรรณานุกรม :
ณัฏฐ์ หลักชัยกุล . (2555). แนวทางการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิผลกิจกรรมทางเศรษฐกิจของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ณัฏฐ์ หลักชัยกุล . 2555. "แนวทางการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิผลกิจกรรมทางเศรษฐกิจของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ณัฏฐ์ หลักชัยกุล . "แนวทางการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิผลกิจกรรมทางเศรษฐกิจของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555. Print.
ณัฏฐ์ หลักชัยกุล . แนวทางการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิผลกิจกรรมทางเศรษฐกิจของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2555.