| ชื่อเรื่อง | : | งานบริหารการศึกษาของโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดเทศบาลในภาคเหนือ |
| นักวิจัย | : | บัญชา นภาชัยเทพ |
| คำค้น | : | Elementary schools -- Thailand , Elementary school administration -- Thailand , โรงเรียนประถมศึกษา -- ไทย , การบริหารโรงเรียนประถมศึกษา -- ไทย |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | นพพงษ์ บุญจิตราดุลย์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2520 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/35813 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2520 วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อศึกษาโครงสร้างของการบริหารภายในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดเทศบาลในภาคเหนือ 2. เพื่อศึกษางานบริหารการศึกษาภายในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดเทศบาลในภาคเหนือ โดยเฉพาะในด้านความสัมพันธ์กับชุมชน งานวิชาการ งานบุคคล งานกิจการ นักเรียน และงานธุรการ การเงิน และบริการ 3. เพื่อทราบปัญหาเกี่ยวกับโครงสร้างระบบบริหารภายในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดเทศบาลในภาคเหนือ และงานบริหารการศึกษาทั้ง 5 ประเภทในโรงเรียนดังกล่าว วิธีดำเนินการวิจัย กลุ่มตัวอย่างมี 3 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้บริหารจำนวน 36 คน กลุ่มนักวิชาการจำนวน 163 คน และกลุ่มประชาชนจำนวน 96 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ที่สร้างขึ้นเอง ตามเกณฑ์มาตรฐานโรงเรียนประถมศึกษาของกรมสามัญศึกษา การรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง โดยส่งข้อมูลไป 312 ฉบับ ได้รับคืนมา 295 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 94.55 สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลใช้วิธีวิเคราะห์โดยหาค่าความถี่ ค่าร้อยละ และเสนอผลเป็นตารางประกอบคำบรรยาย สรุปผลการวิจัย 1. โครงสร้างระบบบริหารการศึกษา สังกัดเทศบาลในภาคเหนือ ยึดหลักการจัดโรงเรียนแบบสายการบังคับบัญชา (Hierarchy) โดยมีโครงสร้างเป็นสายบังคับบัญชาสายเดียว (The line from of the structure) 2. โรงเรียนประถมศึกษาสังกัดเทศบาลในภาคเหนือ โดยส่วนรวมปฏิบัติงานด้านบุคลากร ธุรการ การเงิน กิจการนักเรียน และวิชาการได้เป็นอย่างดี ส่วนงานด้านความสัมพันธ์กับชุมชนนั้นโรงเรียนยังปฏิบัติได้น้อย เมื่อพิจารณาตามความคิดเห็นของกลุ่มประชากรตัวอย่างทั้ง 3 กลุ่มที่ให้ความสำคัญต่องานทั้ง 5 ประเภท ตามลำดับดังนี้ 2.1 ผู้บริหารให้ความสำคัญในงานด้านต่าง ๆ เรียงตามลำดับจากดีที่สุด ดังนี้ ธุรการ การเงิน บุคลากร วิชาการ กิจการนักเรียน และความสัมพันธ์กับชุมชน เป็นอันดับสุดท้าย 2.2 นักวิชาการให้ความสำคัญในงานต่าง ๆ เรียงตามลำดับจากดีที่สุดดังนี้ บุคลากร ธุรการ การเงิน กิจการนักเรียน วิชาการ และความสัมพันธ์กับชุมชนเป็นอันดับสุดท้าย 2.3 ประชาชนให้ความสำคัญในงานด้านต่าง ๆ เรียงลำดับจากดีที่สุด ดังนี้ บุคลากร วิชาการ ธุรการ การเงิน กิจการนักเรียน และความสัมพันธ์กับชุมชนเป็นอันดับสุดท้าย 3. ปัญหาเกี่ยวกับโครงสร้างระบบบริหารภายในโรงเรียน ขาดหน่วยงานที่จะให้คำปรึกษา และประสานงานในองค์การ ความรับผิดชอบจึงขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลในตำแหน่งต่าง ๆ ส่วนปัญหาในการบริหารงานทั้ง 5 ประเภท มีดังนี้ ความสัมพันธ์กับชุมชน โรงเรียนปฏิบัติงานด้านนี้น้อย ขาดหน่วยงานประสานงาน ทำให้ได้รับความร่วมมือจากประชาชนไม่ดีเท่าที่ควร งานวิชาการ ขาดการนิเทศการศึกษาและการกระตุ้นให้บุคคลที่มีส่วนร่วมรับผิดชอบในการจัดการศึกษาตำแหน่งต่าง ๆ มาร่วมกันปรับปรุงงานวิชาการ งานบริหารบุคคล ครูใหญ่มีส่วนร่วมในการคัดเลือกบรรจุ แต่งตั้ง โอนย้าย ให้คุณให้โทษ บุคลากรน้อย ครูมีโอกาสน้อยที่จะได้ร่วมแสดงความคิดเห็นในการบริหารโรงเรียน งานกิจการนักเรียน ยังมีปัญหาทางด้านความประพฤติและระเบียบวินัยและการช่วยเหลือนักเรียนที่ขาดแคลน และยากจน ชุมนุมกิจกรรมเสริมหลักสูตรยังมีน้อย งานธุรการ การเงินและบริการ ครูธุรการมีจำนวนไม่เพียงพอ และการเงินที่จัดสรรสำหรับหมวดค่าใช้สอยตามความจำเป็นน้อย |
| บรรณานุกรม | : |
บัญชา นภาชัยเทพ . (2520). งานบริหารการศึกษาของโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดเทศบาลในภาคเหนือ.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัญชา นภาชัยเทพ . 2520. "งานบริหารการศึกษาของโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดเทศบาลในภาคเหนือ".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัญชา นภาชัยเทพ . "งานบริหารการศึกษาของโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดเทศบาลในภาคเหนือ."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2520. Print. บัญชา นภาชัยเทพ . งานบริหารการศึกษาของโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดเทศบาลในภาคเหนือ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2520.
|
