ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของการใช้การวิจัยก่อรูปในการพัฒนานิสัยรักการอ่านของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของการใช้การวิจัยก่อรูปในการพัฒนานิสัยรักการอ่านของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
นักวิจัย : สมเกียรติ แซ่เต็ง
คำค้น : ความสนใจในการอ่าน , การอ่าน
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สิริพันธุ์ สุวรรณมรรคา , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2551
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/14401
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551

วัตถุประสงค์ของการวิจัย คือ 1) เพื่อศึกษาเกี่ยวกับวิธีการและขั้นตอนการดำเนินการพัฒนานิสัยรักการอ่าน 2) เพื่อศึกษาวิธีการและขั้นตอนของการวิจัยก่อรูปในการพัฒนานิสัยรักการอ่านของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 3) เพื่อสร้างแผนกิจกรรมตามแนวทางการวิจัยก่อรูปเพื่อพัฒนานิสัยรักการอ่านของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 4) เพื่อศึกษาผลการใช้การวิจัยก่อรูปที่มีต่อการพัฒนานิสัยรักการอ่านของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 การวิจัยและพัฒนาประกอบด้วยการศึกษา พหุกรณีศึกษาและการทดลอง พหุกรณีศึกษา คือ นักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาที่มีความดีเด่นเกี่ยวกับการอ่าน จำนวน 3 คน และกลุ่มตัวอย่างในการทดลอง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเขาน้อยวิทยาคม จังหวัดตราด จำนวน 24 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมกลุ่มละ 12 คน โดยใช้แบบแผนการสุ่มภายในบล็อก เครื่องมือในการวิจัย คือ แบบวัดลักษณะนิสัยรักการอ่าน พัฒนาโดย จิตรลดา อารีย์สันติชัย แบบสังเกตและแบบบันทึกรายงานตนเอง การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ การวิเคราะห์เนื้อหาและการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบสองทาง (two way ANOVA ) ผลการวิจัย พบว่า 1. วิธีการพัฒนานิสัยรักการอ่าน แบ่งตามลักษณะของปัจจัยที่สามารถส่งผลถึงนิสัยรักการอ่าน ได้ 2 วิธีคือ 1) วิธีพัฒนานิสัยรักการอ่านโดยอาศัยปัจจัยที่เกิดขึ้นภายในตัวผู้อ่าน และ 2) วิธีพัฒนานิสัยรักการอ่านโดยอาศัยปัจจัยที่เกิดขึ้นภายนอกตัวผู้อ่าน จากการศึกษาพบว่ากรณีศึกษาทั้ง 3 คน ใช้วิธีพัฒนานิสัยรักการอ่านโดยอาศัยปัจจัยที่เกิดขึ้นภายในตนเองโดยมีขั้นตอนการสร้างนิสัยรักการอ่าน 3 ขั้นตอน คือ 1) การกำหนดเป้าหมายของการอ่านอย่างมุ่งมั่นแน่วแน่ 2) การเตือนตนเองอยู่ตลอดเวลา และ 3) เลือกอ่านหนังสือที่ชอบ 2. วิธีการวิจัยก่อรูปที่ใช้ในการพัฒนานิสัยรักการอ่าน คือ การวิจัยก่อรูปเพื่อปรับปรุงทฤษฎี มี 6 ขั้นตอน ดังนี้ 1) เลือกแนวคิด ทฤษฎี ในการพัฒนานิสัยรักการอ่าน 2) ออกแบบขั้นตอนการพัฒนานิสัยรักการอ่านตามแนวคิดที่เลือก 3) เก็บรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อพัฒนาขั้นตอนการพัฒนานิสัยรักการอ่าน 4) ปรับปรุงและแก้ไขขั้นตอนการพัฒนานิสัยรักการอ่านที่ออกแบบไว้ 5) ทำซ้ำในขั้นตอนที่ 3 และขั้นตอนที่ 4 และ 6) นำเสนอขั้นตอนการพัฒนานิสัยรักการอ่านตามแนวคิดที่เลือก 3. แผนการจัดกิจกรรมตามแนวการวิจัยก่อรูปเพื่อพัฒนานิสัยรักการอ่าน ประกอบด้วย 4 แผน ใช้เวลาในการดำเนินการทั้งสิ้น 4 สัปดาห์ โดยใช้แนวคิดของการเสริมแรงตนเองเป็นแนวคิดหลักในการพัฒนานิสัยรักการอ่าน 4. ผลการใช้การวิจัยก่อรูปในการพัฒนานิสัยรักการอ่านของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 พบว่า นักเรียนกลุ่มทดลอง ที่ได้รับการจัดกิจกรรมตามแนวทางการวิจัยก่อรูปมีคะแนนนิสัยรักการอ่านสูงกว่านักเรียนกลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ 0.05

บรรณานุกรม :
สมเกียรติ แซ่เต็ง . (2551). ผลของการใช้การวิจัยก่อรูปในการพัฒนานิสัยรักการอ่านของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สมเกียรติ แซ่เต็ง . 2551. "ผลของการใช้การวิจัยก่อรูปในการพัฒนานิสัยรักการอ่านของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สมเกียรติ แซ่เต็ง . "ผลของการใช้การวิจัยก่อรูปในการพัฒนานิสัยรักการอ่านของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551. Print.
สมเกียรติ แซ่เต็ง . ผลของการใช้การวิจัยก่อรูปในการพัฒนานิสัยรักการอ่านของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2551.