| ชื่อเรื่อง | : | การสำรวจสายพันธุ์ ระบบการผลิต และการตลาดของมะละกอที่ปลูกในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว |
| นักวิจัย | : | ลำแพน ขวัญพูล |
| คำค้น | : | Papaya , Processing marketing , srakaew , การผลิต ตลาด , มะละกอ , สระแก้ว , สายพันธุ์ |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2553 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=PDG5120010 , http://research.trf.or.th/node/3301 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | จากการสำรวจพื้นที่การปลูกมะละกอของจังหวัดสระแก้ว ของเกษตรกรจำนวน 150 ราย ครอบครุม พื้นที่ 908.5 ไร่ โดยเฏาตรกรร้อยละ 64.7 เป็นเพศชาย มีอายุระหว่าง31-49 ปี เกษตรกรส่วนใหญ่จล การศึกษาระดับประถม มีประสบการณ์ปลูกมะละกอน้อยกว่า5 ปี แรงงานส่วนใหญ่เป็นแรงงานใน ครอบครัวและมีการจ้างแรงงานถึงร้อยละ 80 เกษตรกรกว่าร้อยละ 90 ทำสวนแบบสวนเดี่ยวและปลูก มะละกอเป็นอาชีพเสริม โดยพันธุ์ที่นิยมปลูกมากที่สุดคือแขกดำ ซึ่งได้จากการเก็บเมล็ดพันธุ์ของแหล่งน้ำ ส่วนใหญ่ได้จากสระหรือบ่อขุด และนิยมให้น้ำแบบลากสายยาง สภาพพื้นที่ปลูกส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม ดินร่วนปนทราย ร้อยละ 70 ของแปลงมะละกอ เคยปลูกมันสำปะหลังมาก่อน เกษตรกรส่วนใหญ่ใช้ระยะ ปลูก 2?2 เมตร เกษตรกรร้อยละ 80 นิยมใช้ปุ๋ยเคมีในการผลิต โดยแปลงเกษตรกรร้อยละ 90 พบต้นเป็นโรคจุดด่างวงแหวน ต้นทุนรวมในการผลิตระบบสวนเดี่ยวทั้งไม่ยกร่องและแปลงประมาณ 250 บาท/ไร่/เดือน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าปุ๋ย สำหรับปริมาณผลผลิตมะละพันธุ์แขกดำและแขกนวลโดยเฉลี่ย 6 กก./ต้น/เดือน ส่วนพันธุ์ปลักไม้ลายและฮาวายเท่ากับ 5 และ 2.6 กิโลกรัม/ต้น/เดือน ตามลำดับ โดยผลผลิตมะละกอร้อยละ 56 ขายในรูปผลสุก สำหรับราคาหน้าสวนมะละกอพันธุ์แขกดำและแขกนวลเกรด 1 ผลดิบประมาณ 2.5 บาท/กิโลกรัม ส่วนราตาผลสุกพันธุ์แขกดำประมาณ 6 บาท/กิโลกรัม ขณะที่ราคาผลสุกพันธุ์ปลักไม้ลายและ ฮาวายประมาณ 14.75 และ 10.5 บาท/กิโลกรัม ตามลำดับ คุณภาพมะละกอพันธุ์แขกดำและพันธุ์แขกนวลที่ขายในรูปผลดิบตรงตามลักษณะประจำพันธุ์มาก ที่สุด 4 ข้อ น้ำหนักเฉลี่ยเท่ากับ 1228 และ 1175 กรัม ตามลำดับ ทรงเรียวยาว สีผิวเป็นสีเขียวเข้ม สีเนื้อขาว ขุ่น และมีความกรอบปานกลาง ความหนาเนื้อเท่ากับ 2.36 และ 2.47 เซนติเมตร ตามลำดับ สำหรับพันธุ์แขกดำ ที่ขายในรูปผลสุก พบว่ามีน้ำหนักผลเแลี่ย 1250 กรัม สีเนื้อตรงกับเลข 7-8 มีความหนาเนื้อเท่ากับ 1.63 กิโลกรัม ความหนาเนื้อเท่ากับ 2.5 เซนติเมตร และมีความหวานเฉลี่ยเท่ากับ 8 เปอร์เซ็นต์ สำหรับมะละกอ พันธุ์ปลักไม้ลายตรงตามลักษณะประจำพันธุ์มากที่สุด 4 ข้อ น้ำหนักผลเฉลี่ย 1300 กรัม ผลเป็นทรงแท่ง สีเนื้อตรงกับเลข 7-8 ความหนาแน่นเนื้อเท่ากับ 1.0 กิโลกรัม ความหนาเนื้อโดยเฉลี่ย 2.64 เซนติเมตร และมีความ หวานเท่ากับ 13 เปอร์เซ็นต์ และผลมะละกอพันธุ์ฮาวายตรงตามลักษณะประจำพันธุ์มากที่สุด 5 ข้อ น้ำหนัก ผลโดยเฉลี่ย 300 กรัม ผลเป็นลูกแพร์ สีเนื้อตรงกับเลข 7 ความหนาแน่นเนื้อโดยเฉลี่ย 0.5 กิโลกรัม ความหนา เนื้อเฉลี่ย 2.3 เซนติเมตร และมีความหวนเท่ากับ 14 เปอร์เซ็นต์ The basic research on Survey of variety, production system and marketing of papaya in Sakaeo Province was conducted in the area of 908 rais and the target population of 150 farmers. It was found that farmers have their experience in papaya’s cultivating less than 5 years. The labor was mainly from member of family and also employer. The production system is mostly single crop and Khak Dam variety is the most widely cultivated. Sandy loam was the major soil type and cassava was the mainly crops had grown in papaya planting area. Chili pepper and eggplant were mainly cultivated among the papaya plot. Chemical fertilizer and chemical substances for controlling disease, weed and pest was mainly used in all period. More than 90% of papaya plots found papaya ring spot. The production cost for single crop systems mainly for fertilizer with approximately 250 baht/rai/month. The average of papaya product was totally 6 kg/tree/month for both Khak Dam and Khak Nuan while it was about 5 and 2.6 kg/tree/month for Pak Mai Lai and Hawaii, respectively. The production value for green papaya was around 2.5 baht/kg while for ripe stage was 6 baht/kg for both Khak Dam and Khak Nuan and 14.75 and 10.5 baht/kg for Pak Mai Lai and Hawaii, respectively. Fruit qualities for Khak Dam and Khak Neon at green stage were approximately 1,228 and 1,175 grams, respectively with long shape and dark green peel color. The pulp color was representing cloud white with moderate crispness. The pulp thickness was 2.36 and 2.47 cm, respectively. Fruit weight for Khak Dam at ripe stage was 1,250 gram and the pulp color was representing 7-8 scores. Fruit firmness was approximately 1.63 kg, while the pulp thickness was 2.5 cm and the sweetness was about 8%. Fruit weight for Pak Mai Lai was approximately 1,300 grams, with bar shape. The pulp color score was 7-8 and the pulp firmness was about 1.0 kg. Pulp thickness was about 2.6 cm and the sweetness content was 13%. In Hawaii variety, the fruit weight was approximately 300 grams, pear shape and the pulp color score was 7. The average of firmness was about 0.5 kg and pulp thickness was about 2.3 cm, while the sweetness content at 14%. |
| บรรณานุกรม | : |
ลำแพน ขวัญพูล . (2553). การสำรวจสายพันธุ์ ระบบการผลิต และการตลาดของมะละกอที่ปลูกในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ลำแพน ขวัญพูล . 2553. "การสำรวจสายพันธุ์ ระบบการผลิต และการตลาดของมะละกอที่ปลูกในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ลำแพน ขวัญพูล . "การสำรวจสายพันธุ์ ระบบการผลิต และการตลาดของมะละกอที่ปลูกในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2553. Print. ลำแพน ขวัญพูล . การสำรวจสายพันธุ์ ระบบการผลิต และการตลาดของมะละกอที่ปลูกในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2553.
|
