| ชื่อเรื่อง | : | โครงการวิจัยและพัฒนาระบบโทรคมนาคมสำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นที่ 3 (ระยะที่ 2 ปีที่ 1) |
| นักวิจัย | : | สวัสดิ์ ตันตระรัตน์ |
| คำค้น | : | WCDMA , Wireless communication , ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ , ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ , โทรคมนาคม 3G |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | http://www.nstda.or.th/thairesearch/node/20149 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | "เป็นที่ทราบกันอยู่ว่า ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นที่ 1 (first generation – 1G) เป็นระบบแอนาล็อก กล่าวคือ สัญญาณที่รับ/ส่งระหว่างมือถือและสถานีฐานเป็นแบบการรับ/ส่งโดยใช้มอดดูเลชั่นแบบแอนาล็อก (analog modulation) ส่วนระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นที่ 2 (second generation – 2G) นั้น การรับ/ส่งสัญญาณจะใช้มอดดูเลชั่นแบบดิจิตัล (digital modulation) ซึ่งมีข้อดีกว่าแบบแอนาล็อกหลายประการ ในระบบ 1G จะสามารถรับส่งสัญญาณได้เฉพาะเสียงพูด ส่วนระบบ 2G นอกจากจะรับส่งเสียงพูดแล้ว ยังสามารถรับส่งสัญญาณข้อมูลแบบดิจิตัลได้ ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นที่ 3 (third generation – 3G) เป็นระบบที่เพิ่มขีดความสามารถจากระบบ 2G ให้สามารถส่งข้อมูลดิจิตัลได้เร็วขึ้น ให้อยู่ในระดับที่สามารถใช้อินเตอร์เน็ตและมัลติมีเดียได้ มาตรฐานหลักๆ ของระบบ 3G มี cdma2000 ของสหรัฐอเมริกา และ WCDMA ของประเทศญี่ปุ่นร่วมกับยุโรป ในเฟสแรกของโครงการได้ศึกษามาตรฐานของ cdma2000 และ WCDMA และได้ช่วยกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัวและสนใจระบบ 3G ในประเทศไทย จากการประเมินศักยภาพ พอสรุปได้ว่า WCDMA น่าจะเป็นที่ยอมรับและนำไปใช้มากกว่า cdma2000 รวมทั้งในประเทศไทย ดังนั้นประเทศไทยจึงควรที่จะพัฒนาอุปกรณ์สำหรับระบบ WCDMA การที่ประเทศไทยไม่มีความสามารถในการสร้างอุปกรณ์โทรคมนาคมขึ้นภายในประเทศ ทำให้แต่ละปีประเทศไทยต้องเสียเงินตราจำนวนมหาศาลในการซื้ออุกรณ์เหล่านี้มาใช้ หากไม่เริ่มสร้างความสามารถในด้านนี้ ก็จะต้องซื้อจากต่างประเทศตลอดไป ดังนั้น การเริ่มส่งเสริมและพัฒนาฐานความรู้ความสามารถ รวมทั้งการสร้างบุคลากรด้านนี้ขึ้นมาให้เพียงพอ ก็จะทำให้ประเทศไทยสามารถผลิตอุปกรณ์เหล่านี้ขึ้นภายในประเทศได้ในอนาคต แม้จะไม่สามารถแข่งขันในตลาดโลกก็ยังสามารถลดการนำเข้าได้เป็นจำนวนมาก ประเทศที่เป็นตัวอย่างที่ดีประเทศหนึ่งในการพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคมคือประเทศเกาหลี ซึ่งได้เริ่มโดยกำหนดระบบ cdma2000 เป็นมาตรฐานระบบโทรศัพท์มือถือของประเทศ พร้อมกับมอบให้ ETRI (Electronic and Telecommunication Research Institute) ทำงานวิจัยและพัฒนา เพื่อส่งต่อให้อุตสาหกรรมนำไปปรับปรุงเพื่อผลิตต่อไป ในช่วงแรก ETRI ได้ลงทุนซื้อเทคโนโลยีจากบริษัท Qualcomm มาพัฒนาต่อ ปัจจุบันนี้ Qualcomm กลับต้องเป็นฝ่ายจ่ายค่าลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญาแก่ ETRI ปีละร่วมหลายพันล้านบาท เป้าหมายของโครงการ คือ การสร้างฐานความรู้ความสามารถของคนไทย และกระตุ้นให้มีการผลิตบุคลากรด้านโทรคมนาคมและระบบไร้สายต่างๆ ให้ถึงจุดมวลวิกฤติ (critical mass) เพื่อว่าภายในระยะเวลา 6-10 ปีข้างหน้าประเทศไทยจะสามารถผลิตระบบและอุปกรณ์สำหรับระบบโทรคมนาคมและระบบไร้สายต่างๆ ได้ เมื่อมีความสามารถดังกล่าวเป็นพื้นอยู่แล้ว ประเทศไทยก็จะสามารถพัฒนาอุปกรณ์และพัฒนาระบบใหม่ต่างๆ เคียงคู่กับต่างประเทศได้ ในเฟสที่สองของโครงการ จะพัฒนาอุปกรณ์ของสถานีฐานและอุปกรณ์เคลื่อนที่ (มือถือ) สำหรับระบบ WCDMA โดยมีระยะเวลา 3 ปี การพัฒนาจะแบ่งระบบเป็นส่วนย่อยๆ ส่วนย่อยต่างๆ จะถูกนำมารวมเป็นระบบทั้งหมด (system integration) ในกรณีนี้ฮาร์ดแวร์และซอฟแวร์บางส่วนที่พัฒนาเองไม่ได้ในระยะสั้น ก็จะจัดซื้อมา แต่ในระยะยาวประเทศไทยควรที่จะมีศักยภาพในการพัฒนาระบบย่อยให้ได้มากที่สุด คาดว่าในเฟสนี้ของโครงการจะมีระบบย่อยบางระบบที่สามารถนำไปพัฒนาในเชิงพาณิชย์ได้ |
| บรรณานุกรม | : |
สวัสดิ์ ตันตระรัตน์ . (2545). โครงการวิจัยและพัฒนาระบบโทรคมนาคมสำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นที่ 3 (ระยะที่ 2 ปีที่ 1).
ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ. สวัสดิ์ ตันตระรัตน์ . 2545. "โครงการวิจัยและพัฒนาระบบโทรคมนาคมสำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นที่ 3 (ระยะที่ 2 ปีที่ 1)".
ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ. สวัสดิ์ ตันตระรัตน์ . "โครงการวิจัยและพัฒนาระบบโทรคมนาคมสำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นที่ 3 (ระยะที่ 2 ปีที่ 1)."
ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2545. Print. สวัสดิ์ ตันตระรัตน์ . โครงการวิจัยและพัฒนาระบบโทรคมนาคมสำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นที่ 3 (ระยะที่ 2 ปีที่ 1). ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ; 2545.
|
