| ชื่อเรื่อง | : | ความสัมพันธ์ระหว่างกลไกควบคุมตามหลักการกำกับดูแลกิจการ กับผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่มิใช่สถาบันการเงิน |
| นักวิจัย | : | กิตติชัย สถิตย์มั่นวิวัฒน์ |
| คำค้น | : | การกำกับดูแลกิจการ -- ไทย , บริษัทมหาชน -- ไทย |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ศุภมิตร เตชะมนตรีกุล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี |
| ปีพิมพ์ | : | 2548 |
| อ้างอิง | : | 9745313289 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/12900 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (บช.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2548 ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างกลไกควบคุมตามหลักการกำกับดูแลกิจการ กับผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่มิใช่สถาบันการเงิน โดยใช้การวิเคราะห์ถดถอยเชิงพหุในการประมาณการและทดสอบความสัมพันธ์ และใช้ข้อมูลภาคตัดขวางในปี พ.ศ. 2546 ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จำนวน 285 บริษัท โดยใช้ค่า Tobin's Q Ratio แทนผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน สำหรับกลไกควบคุมวัดจากสัดส่วนของระดับการเปิดเผยข้อมูล ที่เกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการ สัดส่วนของกรรมการอิสระในคณะกรรมการบริษัท การควบรวมตำแหน่งของผู้บริหาร และสัดส่วนของกรรมการที่เป็นเครือญาติในคณะกรรมการบริษัท ผลการศึกษาพบว่าการที่กรรมการมีลักษณะเป็นเครือญาติกัน มีอิทธิพลทางลบต่อผลการดำเนินงานสำหรับสัดส่วนของระดับการเปิดเผยข้อมูล ที่เกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการ สัดส่วนของกรรมการอิสระในคณะกรรมการบริษัท และการควบรวมตำแหน่งของผู้บริหารไม่มีอิทธิพลต่อผลการดำเนินงาน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในขณะที่ขนาดของบริษัทมีอิทธิพลทางบวกต่อผลการดำเนินงาน แต่อายุของบริษัทมีอิทธิพลในทางลบกับผลการดำเนินงานของบริษัท เมื่อจำแนกการทดสอบเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมพบว่าให้ผลการทดสอบที่เหมือนกัน สำหรับตัวแปรการควบรวมตำแหน่งของผู้บริหารที่ไม่มีอิทธิพล อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับผลการดำเนินงานในการทดสอบภาพรวม ในขณะที่สัดส่วนกรรมการอิสระในคณะกรรมการบริษัท ในกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างมีอิทธิพลต่อผลการดำเนินงาน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนกลุ่มสินค้าอุปโภคและบริโภค และกลุ่มวัตถุดิบและสินค้าอุตสาหกรรมพบว่า สัดส่วนกรรมการที่เป็นเครือญาติในคณะกรรมการบริษัท มีอิทธิพลต่อผลการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สำหรับกลุ่มทรัพยากรพบว่ามีเพียงกลไกควบคุม ที่วัดจากสัดส่วนกรรมการที่เป็นเครือญาติ ที่ไม่มีอิทธิพลต่อผลการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้เมื่อจำแนกการทดสอบเป็นกลุ่มขนาดรายได้พบว่า การควบรวมตำแหน่งของผู้บริหารไม่มีอิทธิพลต่อผลการดำเนินงาน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเช่นเดียวกันกับการจำแนกกลุ่มอุตสาหกรรม นอกจากนี้เมื่อวัดผลการดำเนินงานด้วยอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์พบว่า การที่ผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทเป็นกลุ่มกรรมการที่เป็นเครือญาติ มีอิทธิพลในทางลบต่อผลการดำเนินงานเช่นเดียวกับระดับหนี้สิน และอัตราส่วนสินทรัพย์ลงทุน ในขณะที่ขนาดของบริษัทมีอิทธิพลในทางบวกต่อผลดำเนินงาน |
| บรรณานุกรม | : |
กิตติชัย สถิตย์มั่นวิวัฒน์ . (2548). ความสัมพันธ์ระหว่างกลไกควบคุมตามหลักการกำกับดูแลกิจการ กับผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่มิใช่สถาบันการเงิน.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กิตติชัย สถิตย์มั่นวิวัฒน์ . 2548. "ความสัมพันธ์ระหว่างกลไกควบคุมตามหลักการกำกับดูแลกิจการ กับผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่มิใช่สถาบันการเงิน".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กิตติชัย สถิตย์มั่นวิวัฒน์ . "ความสัมพันธ์ระหว่างกลไกควบคุมตามหลักการกำกับดูแลกิจการ กับผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่มิใช่สถาบันการเงิน."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2548. Print. กิตติชัย สถิตย์มั่นวิวัฒน์ . ความสัมพันธ์ระหว่างกลไกควบคุมตามหลักการกำกับดูแลกิจการ กับผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่มิใช่สถาบันการเงิน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2548.
|
