| ชื่อเรื่อง | : | การผลิตรีคอมบิเนนท์โปรตีนของไวรัสเด็งกี่ในยีสต์พิเชียพาสทอรีส |
| นักวิจัย | : | พูนสุข กีฬาแปง , Poonsook Keelapang |
| คำค้น | : | Biological sciences , BT-B-07-2E-B4-102 , Dengue viruses , Microbiology , Pichia pastoris , พิเชีย พาสทอรีส , รีคอมบิแนนท์โปรตีน , ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ , สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ , ไข้เลือดออก |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2543 |
| อ้างอิง | : | http://www.nstda.or.th/thairesearch/node/1678 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การติดเชื้อไวรัสเด็งกี่สามารถก่อให้เกิดอาการของไข้เด็งกี่, ไข้เลือดออกเด็งกี่ รวมไปถึงกลุ่มอาการช็อคจากไวรัสเด็งกี่ การติดเชื้อไวรัสนี้พบมากในแถบศูนย์สูตรและบริเวณใกล้เคียง การติดเชื้อไวรัสนี้ยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญอย่างหนึ่งของประเทศไทย และในปัจจุบันนี้โรคนี้แพร่กระจายไปสู่บริเวณอื่นของโลกด้วยเช่นกัน การที่แพทย์สามารถทำการวินิจฉัยโรคนี้ได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว จะทำให้สามารถวินิจฉัยแยกโรคของผู้ป่วยออกจากภาวะไข้เนื่องจากการติดเชื้อ ไวรัสชนิดอื่น และสามารถให้การดูแลรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่ระยะแรกของโรค ซึ่งจะป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้และยังสามารถแจ้งเตือนถึง การระบาดของไวรัสให้ประชาชนบริเวณนั้นทราบได้ทันท่วงที อาการของผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสเด็งกี่ มักแตกต่างกันไปในแต่ละรายและในบางรายมีอาการใกล้เคียงกับผู้ป่วยโรคอื่น เช่น ไข้มาลาเรีย, ไข้ไทฟอยด์, ไข้หวัดใหญ่ หรือ โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ การตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อไวรัสเด็งกี่จึงยังคงมีความสำคัญ แต่วิธีที่ใช้ในปัจจุบันยังคงมีความไม่สมบูรณ์หลายประการ ส่วนใหญ่อาศัยเทคโนโลยีที่ทำได้เฉพาะในห้องปฏิบัติการที่มีเครื่องมือพร้อม และบุคคลากรที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีเท่านั้น ไม่สามารถนำไปใช้งานได้จริงในชนบทและยังต้องใช้เวลาในการทดสอบพอสมควร ซึ่งอาจทำให้การรายงานผลล่าช้าและส่งผลกระทบต่อการดูแลรักษาได้ Pichia pastoris เป็นยีสต์ในกลุ่มที่มีความสามารถพิเศษในการใช้เมทธานอลเป็นทั้งแหล่งอาหาร และแหล่งพลังงาน การค้นพบยีนที่ควบคุมการสร้างเอนไซม์แอลกอฮอลออกซิเดส ซึ่งเป็นเอนไซม์ตัวแรกในขบวนการเมตาบอลิซึมของเมทธานอลได้นำไปสู่การพัฒนา ยีสต์สายพันธุ์นี้ให้เป็นระบบเซลเจ้าบ้านสำหรับสังเคราะห์โปรตีนที่มี ประสิทธิภาพสูง ซึ่งจากการสืบค้นข้อมูลพบว่าเพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมาระบบการสังเคราะห์โปรตีน โดยอาศัยยีสต์สายพันธุ์นี้ได้ถูกนำไปประยุกต์ใช้ผลิตโปรตีนด้วยระบบนี้คือ ให้ผลผลิตสูง, ใช้อาหารที่มีราคาถูก, และการเพิ่มขนาดการผลิตทำได้ง่าย นอกจากนี้ยีสต์ยังสามารถดัดแปลงอณูของโปรตีนภายหลังการสังเคราะห์ด้วยขบวน การที่ซับซ้อนเช่นเดียวกับที่พบในเซลสัตว์ชั้นสูงทั่วไป เมื่อกลางปีที่ผ่านมานี้ได้มีผู้รายานผลงานวิจัยที่แสดงว่าสามารถที่จะผลิต โปรตีนของเชื้อไวรัสเด็งกี่ ซีโรไทป์หนึ่ง สายัพนธุ์สิงคโปร์ได้ในยีสต์ P. pastoris โดยเมื่อทำการผลิตโปรตีนที่เป็นโครงสร้างหลักคือ แคปซิด พรีเอ็ม และ อี ร่วมกัน ผลทำให้ได้อนุภาคที่คล้ายไวรัสแต่ขนาดเล็กกว่าสะสมภายในเซลที่สร้างขึ้น นอกจากนี้โปรตีน อี ที่ผลิตขึ้นมีการดัดแปลงอณูของโปรตีนภายหลังการสังเคราะห์ด้วยการเติมน้ำตาล เช่นเดียวกับที่พบตามธรรมชาติ ดังนั้นในโครงการวิจัยนี้ คณะผู้วิจัยต้องการที่จะทำการศึกษา พัฒนาและประเมินระบบการสังเคราะห์โปรตีนโดยใช้ยีสต์ Pichia เป็นเซลเจ้าบ้าน โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะหารูปแบบของยีนที่เหมาะสมในการผลิตโปรตีนเปลือกหุ้ม หรือ โปรตีน อี ซึ่งเป็นองค์ประกอบโครงสร้างหลักที่พบบนผิวด้านนอกของเชื้อไวรัสเด็งกี่ ซีโรไทป์สอง สายพันธุ์ 16681 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ได้จากการแยกเชื้อจากคนไข้ในประเทศไทยและเป็นโปรโตไทป์ ของซับไทป์ IIIa ที่พบแพร่กระจายในประเทศไทยมากที่สุด ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีรายงานการผลิตโปรตีน อี ของเชื้อไวรัสนี้ในยีสต์ในรูปโปรตีนที่ละลายน้ำได้ จากศึกษาเบื้องต้นของคณะผู้วิจัยพบว่าเราสามารถผลิตโปรตีน อี ในรูปโปรตีนที่ละลายน้ำได้โดยใช้ยีนที่ขาดส่วนที่กำหนดการสร้าง transmembrane region ทางปลาย 3 คณะผู้วิจัยต้องการที่จะทำการศึกษาเพิ่มเติมเนื่องจากยังมีปัจจัยอื่นอีกที่ สามารถเพิ่มคุณภาพและปริมาณของโปรตีนที่ผลิตขึ้น เราจึงจะทำการศึกษาผลของโปรตีนพรีเอ็มที่มีต่อระดับการสร้างโปรตีน อี ในรูปแบบที่ขาดส่วน transmembrane region และรูปแบบที่มีครบทั้งโมเลกุลในยีสต์ P. pastoris ทั้งนี้เพราะมีรายงานการศึกษาในเซลสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมว่าโปรตีน พริเอ็ม มีความจำเป็นต่อการนำโปรตีน อี ที่ผลิตขึ้นส่งออกนอกเซล และยังช่วยให้โปรตีน อีก ที่สร้างขึ้นมีเสถียรภาพสูงขึ้นด้วย และจะเพิ่มลำดับเบสที่กำหนดการสร้างฮีสติดีนจำนวน 6 โมเลกุลเข้าไปกับส่วนของยีนที่กำหนดการสร้างโปรตีน อี เพื่อช่วยให้การแยกและการเตรียมรีคอมบิเนนท์โปรตีนให้บริสุทธิ์ทำได้ง่ายและ รวดเร็วขึ้น นอกจากนั้นแล้วจะทดสอบหาสภาวะที่เหมาะสมในการเลี้ยงและการกระตุ้นยีสต์ให้ การผลิตรีคอมบิเนนท์โปรตีนที่ได้โดยการทดสอบการทำงาน และประเมินความเหมาะสมที่จะนำไปใช้เป็นแอนติเจนสำหรับการตรวจหาการติดเชื้อ ไวรัสเด็งกี่ กล่าวโดยสรุปโครงงานวิจัยนี้จะนำมาซึ่งทั้งความรู้พื้นฐานของการศึกษาการ สังเคราะห์เมมเบรนโปรตีน ในรูปของโปรตีนที่ละลายน้ำได้ และการผลิตรีคอมบิเนนท์โปรตีนในยีสต์ Pichia pastoris ผลผลิตรีคอมบิเนนท์โปรตีน อี ของเชื้อไวรัสเด็งกี่ที่ได้คาดว่าจะมีประโยชน์ในการนำไปประยุกต์ใช้สำหรับ การศึกษา กลไกการเกิดโรค การตรวจวินิจฉัยการรักษา และการป้องกันโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเด็งกี่ในอนาคตได้ |
| บรรณานุกรม | : |
พูนสุข กีฬาแปง , Poonsook Keelapang . (2543). การผลิตรีคอมบิเนนท์โปรตีนของไวรัสเด็งกี่ในยีสต์พิเชียพาสทอรีส.
ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ. พูนสุข กีฬาแปง , Poonsook Keelapang . 2543. "การผลิตรีคอมบิเนนท์โปรตีนของไวรัสเด็งกี่ในยีสต์พิเชียพาสทอรีส".
ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ. พูนสุข กีฬาแปง , Poonsook Keelapang . "การผลิตรีคอมบิเนนท์โปรตีนของไวรัสเด็งกี่ในยีสต์พิเชียพาสทอรีส."
ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2543. Print. พูนสุข กีฬาแปง , Poonsook Keelapang . การผลิตรีคอมบิเนนท์โปรตีนของไวรัสเด็งกี่ในยีสต์พิเชียพาสทอรีส. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ; 2543.
|
