| ชื่อเรื่อง | : | การเมืองภายในของไทยกับการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจของไทยต่อเวียดนาม ปี ค.ศ. 1988-1997 |
| นักวิจัย | : | นภารัตน์ พิรวัฒนกุล |
| คำค้น | : | ไทย -- ความสัมพันธ์กับต่างประเทศ -- เวียดนาม , ไทย -- ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับต่างประเทศ -- เวียดนาม , การลงทุนของต่างประเทศ -- เวียดนาม |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ชัยโชค จุลศิริวงศ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะรัฐศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2544 |
| อ้างอิง | : | 9740312993 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/11657 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ร.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2544 วิทยานิพนธ์นี้มุ่งศึกษาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจด้านการค้าและการลงทุน ระหว่างไทยกับเวียดนามระหว่างปี ค.ศ. 1988-1997 โดยในปี ค.ศ. 1988 รัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ดำริที่จะปรับความสัมพันธ์กับ 3 ประเทศอินโดจีน โดยเฉพาะเวียดนาม ด้วยการประกาศนโยบายเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า ซึ่งสอดคล้องกับที่เวียดนามเริ่มหันมาเปิดประเทศต้อนรับการลงทุนจากภายนอก ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ตระหนักถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจของเวียดนามที่กำลังเติบโต และพร้อมจะขยายตัวต่อไปในอนาคต จึงนับเป็นโอกาสอันดีที่ไทยจะเข้าไปบุกเบิกตลาดการค้า-การลงทุน อันจะเอื้อประโยชน์ให้กับการพัฒนาประเทศในฐานะหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจร่วมกัน แต่ปรากฏว่ากระทั่งถึงปี ค.ศ. 1997 ปริมาณและมูลค่าการค้า-การลงทุนระหว่างไทยกับเวียดนามกลับมีทิศทางการขยาย ตัวในอัตราต่ำ ซึ่งไม่สอดคล้องกับนโยบายมุ่งสู่อินโดจีนตามที่รัฐบาลได้กำหนดไว้ ทั้งนี้จากการศึกษาพบว่าการที่ปริมาณและมูลค่าการค้า-การลงทุนระหว่างไทยและ เวียดนามขยายตัวในอัตราต่ำนั้นเกิดจากสาเหตุสำคัญ 2 ประการได้แก่ ประการแรก การดำเนินนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลไทยแต่ละสมัยขาดความต่อเนื่อง และประการที่สอง นักธุรกิจไทยประสบปัญหาในการดำเนินธุรกิจกับเวียดนาม อันเป็นผลพวงมาจากสาเหตุที่ 1 รวมถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในเวียดนามด้วย ได้แก่ การที่เวียดนามยังมีระบบการบริหารงานแบบคอมมิวนิสต์ รวมถึงกฎระเบียบการค้า-การลงทุนที่ยังคลุมเครือ ตลอดจนการขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ อาทิ การสื่อสาร, การคมนาคม, กาวิทยานิพนธ์นี้มุ่งศึกษาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจด้านการค้าและการลงทุน ระหว่างไทยกับเวียดนามระหว่างปี ค.ศ. 1988-1997 โดยในปี ค.ศ. 1988 รัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ดำริที่จะปรับความสัมพันธ์กับ 3 ประเทศอินโดจีน โดยเฉพาะเวียดนาม ด้วยการประกาศนโยบายเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า ซึ่งสอดคล้องกับที่เวียดนามเริ่มหันมาเปิดประเทศต้อนรับการลงทุนจากภายนอก ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ตระหนักถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจของเวียดนามที่กำลังเติบโต และพร้อมจะขยายตัวต่อไปในอนาคต จึงนับเป็นโอกาสอันดีที่ไทยจะเข้าไปบุกเบิกตลาดการค้า-การลงทุน อันจะเอื้อประโยชน์ให้กับการพัฒนาประเทศในฐานะหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจร่วมกัน แต่ปรากฏว่ากระทั่งถึงปี ค.ศ. 1997 ปริมาณและมูลค่าการค้า-การลงทุนระหว่างไทยกับเวียดนามกลับมีทิศทางการขยาย ตัวในอัตราต่ำ ซึ่งไม่สอดคล้องกับนโยบายมุ่งสู่อินโดจีนตามที่รัฐบาลได้กำหนดไว้ ทั้งนี้จากการศึกษาพบว่าการที่ปริมาณและมูลค่าการค้า-การลงทุนระหว่างไทยและ เวียดนามขยายตัวในอัตราต่ำนั้นเกิดจากสาเหตุสำคัญ 2 ประการได้แก่ ประการแรก การดำเนินนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลไทยแต่ละสมัยขาดความต่อเนื่อง และประการที่สอง นักธุรกิจไทยประสบปัญหาในการดำเนินธุรกิจกับเวียดนาม อันเป็นผลพวงมาจากสาเหตุที่ 1 รวมถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในเวียดนามด้วย ได้แก่ การที่เวียดนามยังมีระบบการบริหารงานแบบคอมมิวนิสต์ รวมถึงกฎระเบียบการค้า-การลงทุนที่ยังคลุมเครือ ตลอดจนการขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ อาทิ การสื่อสาร, การคมนาคม, กาวิทยานิพนธ์นี้มุ่งศึกษาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจด้านการค้าและการลงทุน ระหว่างไทยกับเวียดนามระหว่างปี ค.ศ. 1988-1997 โดยในปี ค.ศ. 1988 รัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ดำริที่จะปรับความสัมพันธ์กับ 3 ประเทศอินโดจีน โดยเฉพาะเวียดนาม ด้วยการประกาศนโยบายเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า ซึ่งสอดคล้องกับที่เวียดนามเริ่มหันมาเปิดประเทศต้อนรับการลงทุนจากภายนอก ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ตระหนักถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจของเวียดนามที่กำลังเติบโต และพร้อมจะขยายตัวต่อไปในอนาคต จึงนับเป็นโอกาสอันดีที่ไทยจะเข้าไปบุกเบิกตลาดการค้า-การลงทุน อันจะเอื้อประโยชน์ให้กับการพัฒนาประเทศในฐานะหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจร่วมกัน แต่ปรากฏว่ากระทั่งถึงปี ค.ศ. 1997 ปริมาณและมูลค่าการค้า-การลงทุนระหว่างไทยกับเวียดนามกลับมีทิศทางการขยาย ตัวในอัตราต่ำ ซึ่งไม่สอดคล้องกับนโยบายมุ่งสู่อินโดจีนตามที่รัฐบาลได้กำหนดไว้ ทั้งนี้จากการศึกษาพบว่าการที่ปริมาณและมูลค่าการค้า-การลงทุนระหว่างไทยและ เวียดนามขยายตัวในอัตราต่ำนั้นเกิดจากสาเหตุสำคัญ 2 ประการได้แก่ ประการแรก การดำเนินนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลไทยแต่ละสมัยขาดความต่อเนื่อง และประการที่สอง นักธุรกิจไทยประสบปัญหาในการดำเนินธุรกิจกับเวียดนาม อันเป็นผลพวงมาจากสาเหตุที่ 1 รวมถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในเวียดนามด้วย ได้แก่ การที่เวียดนามยังมีระบบการบริหารงานแบบคอมมิวนิสต์ รวมถึงกฎระเบียบการค้า-การลงทุนที่ยังคลุมเครือ ตลอดจนการขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ อาทิ การสื่อสาร, การคมนาคม, การโทรคมนาคม และ การก่อสร้าง ก็ล้วนแต่เป็นอุปสรรคที่ทำให้การค้า-การลงทุนระหว่างไทยและเวียดนามขยายตัวในอัตราต่ำทั้งสิ้น |
| บรรณานุกรม | : |
นภารัตน์ พิรวัฒนกุล . (2544). การเมืองภายในของไทยกับการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจของไทยต่อเวียดนาม ปี ค.ศ. 1988-1997.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นภารัตน์ พิรวัฒนกุล . 2544. "การเมืองภายในของไทยกับการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจของไทยต่อเวียดนาม ปี ค.ศ. 1988-1997".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นภารัตน์ พิรวัฒนกุล . "การเมืองภายในของไทยกับการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจของไทยต่อเวียดนาม ปี ค.ศ. 1988-1997."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2544. Print. นภารัตน์ พิรวัฒนกุล . การเมืองภายในของไทยกับการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจของไทยต่อเวียดนาม ปี ค.ศ. 1988-1997. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2544.
|
