ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

รูปแบบการสื่อสารในครอบครัว ตามการรับรู้ของเด็กและเยาวชน ที่กระทำผิดกฎหมายและไม่กระทำผิดกฎหมายในกรุงเทพมหานคร

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : รูปแบบการสื่อสารในครอบครัว ตามการรับรู้ของเด็กและเยาวชน ที่กระทำผิดกฎหมายและไม่กระทำผิดกฎหมายในกรุงเทพมหานคร
นักวิจัย : ศักดา ขำคม
คำค้น : ครอบครัว , การสื่อสารในครอบครัว , เด็กเกเร , เยาวชน
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : นันทิกา ทวิชาชาติ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2540
อ้างอิง : 9746383787 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/11163
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2540

ศึกษารูปแบบการสื่อสารในครอบครัวของเด็กและเยาวชน อายุ 12-16 ปี ที่กระทำผิดกฎหมายและไม่กระทำผิดกฎหมาย และหาความสัมพันธ์ระหว่างรูปแบบการสื่อสารในครอบครัว กับการกระทำผิดกฎหมายของเด็กและเยาวชน โดยใช้กลุ่มตัวอย่างกลุ่มละ 150 ราย ซึ่งกลุ่มที่กระทำผิดกฎหมายเป็นเด็กและเยาวชนที่ถูกควบคุมประพฤติ ในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กกลางกรุงเทพมหานคร ส่วนกลุ่มที่ไม่กระทำผิดกฎหมายเป็นเด็กนักเรียนของโรงเรียน ในโครงการขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานคร เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถามที่ใช้วัดรูปแบบการสื่อสารในครอบครัวนำ มาวิเคราะห์ข้อมูลโดยคำนวณหาค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานการทดสอบค่า Unpaired t-test และค่าไคสแควร์ จากการศึกษาพบว่า 1. เด็กและเยาวชนที่กระทำผิดกฎหมาย มีรูปแบบการสื่อสารในครอบครัวแบบเชิงบวกและแบบเปิด น้อยกว่าเด็กและเยาวชนที่ไม่กระทำผิดกฎหมาย อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ .001 ตามลำดับ 2. เด็กและเยาวชนชายที่กระทำผิดกฎหมายมีรูปแบบการสื่อสารในครอบครัว แบบเชิงลบมากกว่าแบบเปิดและเชิงบวกน้อยกว่าเด็กและเยาวชนชายที่ไม่กระทำผิดกฎหมาย อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05, .01 และ .001 ตามลำดับ 3. เด็กและเยาวชนหญิงที่กระทำผิดกฎหมาย มีรูปแบบการสื่อสารในครอบครัวแบบเปิดน้อยกว่าเด็กและเยาวชนหญิงที่ไม่กระทำผิดกฎหมาย อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 4. รูปแบบการสื่อสารในครอบครัวแบบเชิงบวกและแบบเปิด มีความสัมพันธ์กับการกระทำผิดและไม่กระทำผิดกฎหมาย ของเด็กและเยาวชน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ .001 ตามลำดับ ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า รูปแบบการสื่อสารในครอบครัว มีบทบาทสำคัญต่อการเกิดพฤติกรรมกระทำผิด และไม่กระทำผิดกฎหมาย ของเด็กและเยาวชน กล่าวคือ การสื่อสารในครอบครัวแบบเชิงบวกและแบบเปิด ซึ่งพบมากในครอบครัวของเด็กและเยาวชนที่ไม่กระทำผิดกฎหมาย จึงควรสนับสนุนและส่งเสริมให้แต่ละครอบครัว ได้มีการสื่อสารในลักษณะทั้งสองแบบ อันจะช่วยส่งเสริมสุขภาพจิตในครอบครัว และอาจจะช่วยป้องกันปัญหาพฤติกรรมต่างๆ ของเด็กและเยาวชน

บรรณานุกรม :
ศักดา ขำคม . (2540). รูปแบบการสื่อสารในครอบครัว ตามการรับรู้ของเด็กและเยาวชน ที่กระทำผิดกฎหมายและไม่กระทำผิดกฎหมายในกรุงเทพมหานคร.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศักดา ขำคม . 2540. "รูปแบบการสื่อสารในครอบครัว ตามการรับรู้ของเด็กและเยาวชน ที่กระทำผิดกฎหมายและไม่กระทำผิดกฎหมายในกรุงเทพมหานคร".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศักดา ขำคม . "รูปแบบการสื่อสารในครอบครัว ตามการรับรู้ของเด็กและเยาวชน ที่กระทำผิดกฎหมายและไม่กระทำผิดกฎหมายในกรุงเทพมหานคร."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2540. Print.
ศักดา ขำคม . รูปแบบการสื่อสารในครอบครัว ตามการรับรู้ของเด็กและเยาวชน ที่กระทำผิดกฎหมายและไม่กระทำผิดกฎหมายในกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2540.