| ชื่อเรื่อง | : | การวิเคราะห์อิทธิพลปฏิสัมพันธ์ที่มีตัวแปรปรับหนึ่งตัว โดยใช้กลยุทธ์กลุ่มพหุในลิสเรล |
| นักวิจัย | : | วารุณี ลัภนโชคดี |
| คำค้น | : | ตัวแปร (คณิตศาสตร์) , ตัวแปรปรับ |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | นงลักษณ์ วิรัชชัย , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | 9746372793 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/10650 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2540 ศึกษาอิทธิพลปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรปรับชนิดตัวแปรจัดประเภท กับตัวแปรอิสระที่มีต่อตัวแปรตาม โดยใช้กลยุทธ์กลุ่มพหุในลิสเรล และเปรียบเทียบผลการวิเคราะห์ที่ได้กับผลการวิเคราะห์ ที่ใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบสองทาง โมเดลลิสเรลตามทฤษฎีที่พัฒนาขึ้นมี 4 โมเดลตามลักษณะตัวแปรอิสระและตัวแปรตาม ซึ่งวัดในรูปตัวแปรสังเกตได้หรือตัวแปรแฝง ฐานข้อมูลสำหรับการวิจัยครั้งนี้มี 2 ชุด ชุดแรกได้จาก โครงการวิจัยเรื่อง ประสิทธิภาพการใช้ครู : การวิเคราะห์เชิงปริมาณระดับมหภาค ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ ชุดที่ 2 ได้จาก รายงานวิจัยเรื่อง การศึกษาประสิทธิภาพของสื่อการสอนโดยวิธีการวิเคราะห์อภิมาน ของ ศิริยุภา พูลสุวรรณ ฐานข้อมูลชุดแรกประกอบด้วยหน่วยตัวอย่างจำนวน 1,286 โรงเรียน มีตัวแปรสังเกตได้จำนวน 42 ตัวแปร และตัวแปรแฝงจำนวน 2 ตัวแปรส่วนฐานข้อมูลชุดที่ 2 ประกอบด้วยหน่วยตัวอย่างค่าขนาดอิทธิพล 559 ค่า มีตัวแปรสังเกตได้จำนวน 4 ตัวแปร ผลการวิจัยพบว่า การวิเคราะห์อิทธิพลปฏิสัมพันธ์โดยใช้กลยุทธ์กลุ่มพหุในลิสเรลทั้ง 4 กรณีให้ผลการวิเคราะห์ที่ชัดเจน เมื่อเปรียบเทียบผลการวิเคราะห์ที่ได้จากการวิเคราะห์ ด้วยกลยุทธ์กลุ่มพหุในลิสเรล กับการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบสองทาง พบว่า การวิเคราะห์แบบแรกให้ผลการวิเคราะห์ ที่พบอิทธิพลปฏิสัมพันธ์มากครั้งกว่า และพบอิทธิพลปฏิสัมพันธ์ที่ระดับนัยสำคัญ ต่ำกว่าการวิเคราะห์แบบหลัง ผลการวิเคราะห์อิทธิพลปฏิสัมพันธ์ของฐานข้อมูลชุดที่ 1 พบว่า อิทธิพลปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรสังเกตได้สังกัด กับตัวแปรสังเกตได้ ขนาดของโรงเรียนต่อประสิทธิภาพการใช้ครู ในโมเดลที่มีตัวแปรตามเป็นตัวแปรสังเกตได้และตัวแปรแฝง มีนัยสำคัญทางสถิติทั้งสองโมเดล โดยขนาดอิทธิพลของโมเดลแรกมีค่าระหว่าง -0.016 ถึง -0.296 ส่วนขนาดอิทธิพลของโมเดลหลังมีค่าระหว่าง -0.095 ถึง 0.018 สำหรับอิทธิพลปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรสังเกตได้ สังกัดของโรงเรียนกับตัวแปรแฝงภูมิหลังของบุคลากรในโรงเรียน ต่อประสิทธิภาพการใช้ครูในโมเดลที่มีตัวแปรตาม เป็นตัวแปรแฝงมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยขนาดอิทธิพลมีค่าระหว่าง -1332 ถึง 0.103 ส่วนโมเดลที่มีตัวแปรตามเป็นตัวแปรสังเกตได้ อิทธิพลปฏิสัมพันธ์ดังกล่าวไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ ผลการวิเคราะห์อิทธิพลปฏิสัมพันธ์ของฐานข้อมูลชุดที่ 2 พบว่า อิทธิพลปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรสังเกตได้ประเภทของสื่อการสอนกับตัวแปรสังเกตได้ระดับการศึกษาและระหว่างตัวแปรสังเกตได้ประเภทของสื่อการสอนกับตัวแปรสังเกตได้จำนวนตัวอย่างในกลุ่มทดลองต่อตัวแปรสังเกตได้ค่าขนาดอิทธิพลซึ่งเป็นโมเดลที่มีตัวแปรสังเกตได้ทั้งหมดมีนัยสำคัญทางสถิติทั้งสองโมเดลโดยขนาดอิทธิพลของโมเดลแรกมีค่าระหว่าง -0.083 ถึง -0.383 ส่วนขนาดอิทธิพลของโมเดลหลังมีค่าระหว่าง 0.008 ถึง 0.043 |
| บรรณานุกรม | : |
วารุณี ลัภนโชคดี . (2540). การวิเคราะห์อิทธิพลปฏิสัมพันธ์ที่มีตัวแปรปรับหนึ่งตัว โดยใช้กลยุทธ์กลุ่มพหุในลิสเรล.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วารุณี ลัภนโชคดี . 2540. "การวิเคราะห์อิทธิพลปฏิสัมพันธ์ที่มีตัวแปรปรับหนึ่งตัว โดยใช้กลยุทธ์กลุ่มพหุในลิสเรล".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วารุณี ลัภนโชคดี . "การวิเคราะห์อิทธิพลปฏิสัมพันธ์ที่มีตัวแปรปรับหนึ่งตัว โดยใช้กลยุทธ์กลุ่มพหุในลิสเรล."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2540. Print. วารุณี ลัภนโชคดี . การวิเคราะห์อิทธิพลปฏิสัมพันธ์ที่มีตัวแปรปรับหนึ่งตัว โดยใช้กลยุทธ์กลุ่มพหุในลิสเรล. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2540.
|
