| ชื่อเรื่อง | : | การใช้กระบวนการ เอ ไอ ซี ในการสื่อสารเพื่อการมีส่วนร่วมของตัวแทนจากกลุ่มอาชีพ ในกระบวนการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 (พ.ศ.2540-2544) |
| นักวิจัย | : | กัญญารักษ์ ศรีทองรุ่ง |
| คำค้น | : | การสื่อสาร , การพัฒนาประเทศ , แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 (2540-2544) |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ยุบล เบ็ญจรงค์กิจ , สมชาย กรุสวนสมบัติ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิเทศศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2542 |
| อ้างอิง | : | 9743347259 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/10317 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (นศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542 การวิจัยมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษารูปแบบของการสื่อสารโดยใช้กระบวนการ เอ ไอ ซี (A-I-C : Appreciation-Influence-Control) ที่ใช้ในการสัมมนาระดับภูมิภาคเพื่อระดมความคิดจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 และพฤติกรรมการมีส่วนร่วมของตัวแทนจากกลุ่มอาชีพ จุดเด่น จุดด้อย และปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น ความพึงพอใจและประโยชน์ของการมีส่วนร่วม และข้อเสนอแนะแนวทางการมีส่วนร่วมในแผนฯ ต่อไป เก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก กลุ่มผู้นำกระบวนการ เอ ไอ ซี มาใช้ 5 ราย และกลุ่มอาชีพที่เข้าร่วมสัมมนา 25 ราย ประกอบด้วย ประชาชน นักพัฒนา นักวิชาการ นักธุรกิจ และข้าราชการจาก 5 อนุภูมิภาค ผลการศึกษาพบว่า กระบวนการ เอ ไอ ซี เป็นเครื่องมือที่สร้างให้เกิดการมีส่วนร่วม และใช้ในการวางแผนได้ดีพอสมควร โดยใช้พลังแห่งการรับรู้ การมีปฏิสัมพันธ์ และการจัดการ มีขั้นตอนระดมความคิด 5 ขั้น เกือบทุกขั้นจะมีการคิดคนเดียว คิดในกลุ่มเล็ก และกลุ่มใหญ่ มีการแสดงออกโดยใช้รูปแบบการสื่อสารที่หลากหลาย ผลการสื่อสารที่เกิดขึ้น กลุ่มประชาชนที่ไม่ใช่ผู้นำและมีการศึกษาน้อยยังไม่ค่อยกล้าพูด ด้านเพศและวัยไม่พบว่ามีผลต่อการสื่อสารมากนัก การไม่รู้จักกันมาก่อนทำให้ฟังกันมากขึ้น แต่ทำให้ไม่เปิดใจเท่าที่ควรในตอนแรก กลยุทธ์ที่พบว่าทำให้คนกล้าหรืออยากแสดงความคิดเห็นเพราะมีการให้ความรัก ความเข้าใจ ใช้หลักประชาธิปไตย มีการคิดอย่างเป็นระบบ คิดทางบวก บรรยากาศเป็นกันเอง เป็นกระบวนการที่ง่าย และหลักการสอดคล้องกับพระพุทธศาสนา จุดเด่นและประโยชน์ของ เอ ไอ ซี พบว่าช่วยลดช่องว่างของความแตกต่างด้านต่างๆ ได้ในระดับหนึ่ง ลดความขัดแย้ง ช่วยให้กล้าแสดงความคิดเห็นมากขึ้น มีการรับฟังกันโดยไม่มีการตำหนิ กลุ่มอาชีพต่างๆ ได้เรียนรู้กัน เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของและมีความผูกพันกับแผนฯ 8 เกิดเครือข่ายในการพัฒนา ส่วนข้อด้อยและข้อจำกัดนั้นพบว่า เกิดปัญหาด้านการสื่อสารและเกิดความข้ดแย้ง การเชิญคนยังไม่ครบถ้วนและบางรายไม่เป็นตัวแทนที่แท้จริง เป็นการประชุมที่มีลักษณะเฉพาะ ต้องมีผู้ชำนาญเตรียมการและเป็นวิทยากร นอกจากนี้พบว่า ผู้เข้าร่วมสัมมนามีความพึงพอใจและภูมิใจที่ได้เข้ามีส่วนร่วมจัดทำแผนระดับชาติ การมีส่วนร่วมมีประโยชน์ต่อการจัดทำแผนฯ 8 และการพัฒนาประเทศ โดยช่วยให้ทราบปัญหาและความต้องการที่แท้จริงของประชาชน ได้แนวคิดใหม่ในการพัฒนา อยากติดตามความก้าวหน้า และเกิดเครือข่ายในการพัฒนา นอกจากนี้ยังเกิดประโยชน์กับผู้มีส่วนร่วมเอง กลุ่มตัวอย่างต้องการให้จัดระดมความคิดจากประชาชนในการทำแผนฯ ฉบับต่อไป โดยขยายกลุ่มผู้มีส่วนร่วมให้กว้างขวางขึ้น และเป็นตัวแทนที่แท้จริง มีวิสัยทัศน์ กล้าแสดงออก และควรนำกระบวนการ เอ ไอ ซี ไปใช้ โดยปรับปรุงขั้นตอนให้เหมาะสม ใช้วิธีการสื่อสารที่แต่ละคนถนัดตามขั้นตอนต่าง ๆ ส่วนการจัดให้มีส่วนร่วมนั้นเสนอให้จัดการประชุมในระดับย่อยก่อน เช่น ระดับจังหวัด หรือกลุ่มอาชีพ และคัดเลือกตัวแทนเข้าร่วมประชุมในระดับภูมิภาคต่อไป |
| บรรณานุกรม | : |
กัญญารักษ์ ศรีทองรุ่ง . (2542). การใช้กระบวนการ เอ ไอ ซี ในการสื่อสารเพื่อการมีส่วนร่วมของตัวแทนจากกลุ่มอาชีพ ในกระบวนการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 (พ.ศ.2540-2544).
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กัญญารักษ์ ศรีทองรุ่ง . 2542. "การใช้กระบวนการ เอ ไอ ซี ในการสื่อสารเพื่อการมีส่วนร่วมของตัวแทนจากกลุ่มอาชีพ ในกระบวนการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 (พ.ศ.2540-2544)".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กัญญารักษ์ ศรีทองรุ่ง . "การใช้กระบวนการ เอ ไอ ซี ในการสื่อสารเพื่อการมีส่วนร่วมของตัวแทนจากกลุ่มอาชีพ ในกระบวนการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 (พ.ศ.2540-2544)."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542. Print. กัญญารักษ์ ศรีทองรุ่ง . การใช้กระบวนการ เอ ไอ ซี ในการสื่อสารเพื่อการมีส่วนร่วมของตัวแทนจากกลุ่มอาชีพ ในกระบวนการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 (พ.ศ.2540-2544). กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2542.
|
