| ชื่อเรื่อง | : | แนวโน้มของการศึกษานอกระบบโรงเรียนของประเทศไทยในอนาคต |
| นักวิจัย | : | พงศ์สิริ สำลี |
| คำค้น | : | การศึกษานอกระบบโรงเรียน -- ไทย |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | อุ่นตา นพคุณ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2525 |
| อ้างอิง | : | 9745616753 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/10463 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2525 การวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาแนวโน้มของการศึกษานอกระบบโรงเรียนของประเทศไทยในอนาคต ในปี พ.ศ. 2535 โดยใช้เทคนิคเดลฟาย กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านการศึกษานอกระบบโรงเรียน จำนวน 21 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น วิเคราะห์ข้อมูลโดยการคำนวณหาค่ามัธยฐาน ฐานนิยมและพิสัยระหว่างควอไตล์ ผลการวิจัยปรากฎแนวโน้มที่สำคัญของการศึกษานอกระบบโรงเรียนของประเทศไทย ปี พ.ศ. 2535 ดังนี้ 1. การศึกษานอกระบบโรงเรียนจะเน้นปรัชญาให้คนคิดเป็นและรู้จักพึ่งตนเอง โดยยึดความต้องการและการมีส่วนร่วมในการกำหนดปัญหาของประชาชนเป็นหลัก และจะเป็นการให้การศึกษาตลอดชีวิต โดยมีเป้าหมายที่จะพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้พลาดโอกาสการศึกษาในระบบโรงเรียน 2. การศึกษานอกระบบโรงเรียนจะมีบทบาทต่อการพัฒนาคนในทุก ๆ ด้านตลอดจนการพัฒนากำลังคนที่อยู่นอกระบบโรงเรียน 3. กลุ่มเป้าหมายประชากรในการจัดการศึกษานอกระบบโรงเรียนที่จะต้องให้บริการอย่างเร่งด่วนที่สุด คือ กลุ่มเกษตรกรผู้ยากไร้ 4. ในการจัดกิจกรรมทางการศึกษานอกระบบโรงเรียนจะจัดกิจกรรมที่ทำให้คนมีความรู้ทันต่อวิทยาการที่เปลี่ยนแปลงไป และกิจกรรมที่ก่อให้เกิดทักษะและเพิ่มรายได้ทางเศรษฐกิจ ตลอดจนกิจกรรมเพื่อพัฒนาครอบครัวและชุมชน 5. รูปแบบที่ใช้ในการจัดการศึกษานอกระบบโรงเรียนจะใช้รูปแบบใดนั้นขึ้นอยู่กับกลุ่มเป้าหมายประชากรและสภาพการณ์ต่าง ๆ เป็นเครื่องประกอบในการพิจารณา 6. กรมการศึกษานอกโรงเรียนจะลดบทบาททางด้านปฏิบัติการลง และเพิ่มบทบาททางด้านการวางแผน ประสานงานให้การสนับสนุนทางด้านวิชาการและงบประมาณเพิ่มขึ้น 7. บุคลากรทางการศึกษานอกระบบโรงเรียนจะมีหลาย ๆ ประเภท ทั้งข้าราชการ อาสาสมัคร และประชาชนทั่วไป และในด้านการบริหารงานจะมีการมอบอำนาจและกระจายอำนาจออกไปสู่ระดับท้องถิ่นมากขึ้น 8. จะยังมีคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษานอกระบบโรงเรียนเป็นผู้ประสานงานในระดับนโยบาย ส่วนการประสานงานระดับตำบล จะมีสภาตำบลเป็นผู้รับผิดชอบ 9. จะมีการจัดการศึกษานอกระบบโรงเรียนให้สอดคล้องกับการศึกษาในระบบโรงเรียนมากขึ้น 10. สถาบันอุดมศึกษาจะเป็นผู้ทำการผลิตบุคลากรทางด้านการศึกษานอกระบบโรงเรียน โดยมีหลักสูตรที่เน้นการนำเอาไปใช้และมีทักษะในการปฏิบัติงานมากขึ้น ส่วนทางด้านทฤษฎีและหลัการจะเน้นน้อยลง 11. สำหรับโครงการทางการศึกษานอกระบบโรงเรียนที่จัดขึ้น จะมีการประเมินผลอย่างเป็นระบบโดยเฉพาะที่ตรงตามวัตถุประสงค์ของโครงการ และจะมีการวิจัยเพื่อหารูปแบบในการให้บริการตามความต้องการของกลุ่มเป้าหมายประชากร ซึ่งเป็นการวิจัยแบบสหวิทยาการ ใช้ทั้งการวิจัยเชิงคุณภาพและการวิจัยเชิงปริมาณ |
| บรรณานุกรม | : |
พงศ์สิริ สำลี . (2525). แนวโน้มของการศึกษานอกระบบโรงเรียนของประเทศไทยในอนาคต.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. พงศ์สิริ สำลี . 2525. "แนวโน้มของการศึกษานอกระบบโรงเรียนของประเทศไทยในอนาคต".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. พงศ์สิริ สำลี . "แนวโน้มของการศึกษานอกระบบโรงเรียนของประเทศไทยในอนาคต."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2525. Print. พงศ์สิริ สำลี . แนวโน้มของการศึกษานอกระบบโรงเรียนของประเทศไทยในอนาคต. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2525.
|
