ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การเปรียบเทียบคุณภาพของวิธีการวัดคะแนนพัฒนาการโดยใช้โมเดลโค้งพัฒนาการที่มีตัวแปรแฝงเป็นเกณฑ์ : การศึกษาแบบมอนติคาร์โล

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การเปรียบเทียบคุณภาพของวิธีการวัดคะแนนพัฒนาการโดยใช้โมเดลโค้งพัฒนาการที่มีตัวแปรแฝงเป็นเกณฑ์ : การศึกษาแบบมอนติคาร์โล
นักวิจัย : นิอร ไชยพรพัฒนา
คำค้น : วิธีมอนติคาร์โล , การวัดผลทางการศึกษา
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : อวยพร เรืองตระกูล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2549
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/9218
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบคุณภาพของวิธีการวัดคะแนนพัฒนาการตามแนวคิดแบบดั้งเดิม 3 วิธี ได้แก่ วิธีการวัดคะแนนพัฒนาการจากความแตกต่างระหว่างคะแนนดิบ (DS) วิธีการวัดคะแนนพัฒนาการสัมพัทธ์ (RG) และวิธีการวัดคะแนนพัฒนาการสัมพัทธ์สมดุล (BRG) โดยใช้โมเดลโค้งพัฒนาการที่มีตัวแปรแฝงเป็นเกณฑ์ เมื่อข้อมูลมีเงื่อนไขการเปลี่ยนแปลงเป็นแบบเส้นตรงและแบบไม่เป็นเส้นตรง และจำนวนครั้งของการวัดซ้ำแตกต่างกัน ซึ่งข้อมูลที่ใช้วิจัยครั้งนี้ เป็นข้อมูลที่ได้มาจากการจำลอง (simulate) ข้อมูลด้วยเทคนิคมอนติคาร์โลโดยใช้โปรแกรม MPLUS version 4.1 ตามเงื่อนไข 4 ประการ ได้แก่ 1) รูปแบบของการเปลี่ยนแปลงของข้อมูล 2) จำนวนครั้งของการวัดซ้ำ 3) ค่าเฉลี่ยตัวแปรแฝงระดับคะแนนในการวัดครั้งแรก (ML) และ 4) ค่าอัตราพัฒนาการ (MS) รวมทั้งสิ้น 108 สถานการณ์ และในแต่ละสถานการณ์มีกลุ่มตัวอย่างเป็น 500 ชุดข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การประมาณค่าคะแนนพัฒนาการ และวิเคราะห์เปรียบเทียบคุณภาพของวิธีการวัดคะแนนพัฒนาการในด้านความตรงตามเกณฑ์สัมพันธ์และค่าความคลาดเคลื่อนด้วยสถิติทดสอบ Hotelling และแผนภาพการกระจาย ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1) คะแนนพัฒนาการที่ได้จากการประมาณค่าด้วยวิธีการวัดทั้ง 3 วิธี มีความตรงตามเกณฑ์สัมพันธ์อยู่ในระดับสูง และให้ค่าความคลาดเคลื่อนของคะแนนพัฒนาการต่ำ 2) เมื่อข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลงเป็นแบบเส้นตรง และมีค่าสัมประสิทธิ์พื้นฐานเป็น [0, 1, 2, 3, 4] ในภาพรวม คะแนนพัฒนาการจากวิธีการวัด RG มีคุณภาพมากกว่าวิธีอื่น รองลงมาได้แก่คะแนนพัฒนาการจากวิธีการวัด DS และ BRG เมื่อพิจารณาจากเงื่อนไขจำนวนครั้งของการวัดซ้ำ พบว่าคะแนนพัฒนาการจากวิธีการวัด RG มีคุณภาพมากกว่าวิธีอื่นทุกจำนวนครั้งของการวัดซ้ำ 3) เมื่อข้อมูลมีลักษณะการเปลี่ยนแปลงเป็นแบบเส้นตรง และมีค่าสัมประสิทธิ์พื้นฐานเป็น [0, 0.2, 0.4, 0.6, 0.8] ในภาพรวมคะแนนพัฒนาการจากวิธีการวัด RG มีคุณภาพมากกว่าวิธีอื่น ๆ รองลงมาได้แก่ คะแนนพัฒนาการจากวิธีการวัด BRG และ DS เมื่อข้อมูลมีจำนวนครั้งของการวัดซ้ำเป็น 3 ครั้งและ 4 ครั้ง คะแนนพัฒนาการจากวิธีการวัด RG มีคุณภาพมากกว่าวิธีอื่น ส่วนข้อมูลที่มีจำนวนครั้งของการวัดซ้ำเป็น 5 ครั้ง คะแนนพัฒนาการจากวิธีการวัด BRG มีคุณภาพมากกว่าวิธีอื่น 4) สำหรับข้อมูลที่มีลักษณะของการเปลี่ยนแปลงไม่เป็นแบบเส้นตรง ในภาพรวมคะแนนพัฒนาการจากวิธีการวัด RG มีคุณภาพมากกว่าวิธีอื่น รองลงมาได้แก่คะแนนพัฒนาการจากวิธีการวัด BRG และ DS เมื่อข้อมูลมีจำนวนครั้งของการวัดซ้ำเป็น 3 ครั้ง คะแนนพัฒนาการจากวิธีการวัด BRG มีคุณภาพมากกว่าวิธีอื่น ส่วนข้อมูลที่มีจำนวนครั้งของการวัดซ้ำเป็น 4 ครั้ง และ 5 ครั้ง คะแนนพัฒนาการจากวิธีการวัด RG มีคุณภาพมากกว่าวิธีอื่น

บรรณานุกรม :
นิอร ไชยพรพัฒนา . (2549). การเปรียบเทียบคุณภาพของวิธีการวัดคะแนนพัฒนาการโดยใช้โมเดลโค้งพัฒนาการที่มีตัวแปรแฝงเป็นเกณฑ์ : การศึกษาแบบมอนติคาร์โล.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นิอร ไชยพรพัฒนา . 2549. "การเปรียบเทียบคุณภาพของวิธีการวัดคะแนนพัฒนาการโดยใช้โมเดลโค้งพัฒนาการที่มีตัวแปรแฝงเป็นเกณฑ์ : การศึกษาแบบมอนติคาร์โล".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นิอร ไชยพรพัฒนา . "การเปรียบเทียบคุณภาพของวิธีการวัดคะแนนพัฒนาการโดยใช้โมเดลโค้งพัฒนาการที่มีตัวแปรแฝงเป็นเกณฑ์ : การศึกษาแบบมอนติคาร์โล."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549. Print.
นิอร ไชยพรพัฒนา . การเปรียบเทียบคุณภาพของวิธีการวัดคะแนนพัฒนาการโดยใช้โมเดลโค้งพัฒนาการที่มีตัวแปรแฝงเป็นเกณฑ์ : การศึกษาแบบมอนติคาร์โล. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2549.