| ชื่อเรื่อง | : | เสริมสร้างศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาข่า ระยะที่ 1 |
| นักวิจัย | : | ไกรสิทธิ์ สิทธิโชดก |
| คำค้น | : | เชียงราย |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2546 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG43N0003 , http://research.trf.or.th/node/2368 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | “ อาข่า “ ( akha ) เป็นชาวไทยภูเขที่อาศัยอยู่ในเขตภาคเหนือของประเทศไทย โดยมีการตั้งชุมชนอยู่เหนือระดับน้ำทะเล 500 เมตรขึ้นไป เป็นกลุ่มชาวเขาไทยที่มีประชากรอันดับ 4 จากจำนวน 9 เผ่าทั้งหมดโดยมีจังหวัดเชียงราย เป็นจังหวัดที่มีประชากรอาข่าอาศัยอยู่มากที่สุด ภาษา อาข่ามีภาษาที่ใช้ในการสื่อสารเป็นของเผ่าตนเอง โดยได้ถูกจัดแยกให้อยู่ในกลุ่มภาษาพูดของ ธิเบต – พม่า แต่ไม่มีภาษาเขียน ซึ่งเป็นประเด็นที่ทำให้ชนเผ่าอาข่า มีการสืบทอดพิธีกรรม ประเพณี โดยใช้หลักความจำและการปฏิบัติต่อกันมาจากบรรพบุรุษ จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 2000 ปี ความเชื่อ อาข่าเป็นกลุ่มชาวเขาที่มีการประกอบพิธีกรรม ประเพณี เยอะที่สุดในบรรดา 9 เผ่า โดยพิธีกรรม ประเพณี ถือเป็นเครื่องมือในการดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งพิธีกรรม ประเพณีมีความเอื้อต่อการปลูกพืชพันธ์ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การปกครองในการดำรงอยู่ร่วมกับมนุษย์ อย่างสมดุล ดังนั้นโครงการวิจัยเรื่อง “ เสริมสร้างศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาข่า “ เป็นโครงการหนึ่งที่ดำเนินการขึ้นเนื่องจากสมาคมเพื่อการศึกษาและวัฒนธรรมชาวอาข่าเชียงราย ได้ดำเนินกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาข่า โดยได้ร่วมมือกับชุมชนของพื้นที่เป้าหมาย และภายหลังการดำเนินกิจกรรมท่องเที่ยวมาระยะหนึ่งได้พบว่ากระแสการหลั่งไหลวัฒนธรรมความเชื่อใหม่ เข้าสู่ชุมชนอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดการแย่งชิงทรัพยากร ภูมิปัญญา สูญเสีย เด็ก เยาวชนขาดความรู้ความเข้าใจในวัฒนธรรมวิถีชีวิต พิธีกรรม ประเพณี ด้วยเหตุปัจจัยส่วนหนึ่งนี้ สมาคมเพื่อการศึกษาและวัฒนธรรมชาวอาข่าเชียงราย จึงได้จัดทำโครงการวิจัย “ เสริมสร้างศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาข่า “ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหา และแสวงหารูปแบบการพัฒนา เผ่าอาข่า ให้มีความเข้มแข็ง ยั่งยืน โดยใช้มิติภูมิปัญญาพิธีกรรมประเพณี เป็นเครื่องมือการพัฒนาการ เพื่อสร้างเศรษฐกิจชุมชนและความยั่งยืนชนเผ่าควบคู่กันไป โดยการวิจัยดังกล่าวได้ทำการแบ่งออกเป็น 2 ระยะกล่าวคือ ระยะที่หนึ่ง การวิจัยมุ่งเน้นประเด็นรวบรวม และเก็บข้อมูลพิธีกรรม ประเพณี ในรอบปีของชาวอาข่า โดยทำการศึกษาวิเคราะห์ความเชื่อที่เป็น องค์ความรู้ หรือภูมิปัญญา ที่มีอยู่กับพิธีกรรมประเพณี ซึ่งชาวอาข่าได้ใช้ปฏิบัติสืบกันมาโดยเน้นการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของพิธีกรรม ประเพณี ในรอบปี เชิงนิเวศสิ่งแวดล้อม ( ป่า ดิน น้ำ สัตว์ป่า ) เชิงวัฒนธรรม และเชิงความสัมพันธ์ต่อมนุษย์ โดยศึกษา ข้อห้าม ข้อปฏิบัติ คำสอน กับกลุ่มบุคคลเป้าหมาย ที่มีตำแหน่งทางสังคมวัฒนธรรมของชุมชนอาข่า คือ เจ่วมา ( Dzoeq ma ) พี้มา ( Pil ma ) หน่าเง่อ ( Naq ngeuq ) จิมา ( Civq ma ) ขะมา ( Qav ma ) และผู้ทรงคุณวุฒิ โดยใช้วิธีการสัมภาษณ์เจาะลึก ศึกษาที่มา การสังเกตแบบมีส่วนร่วมการประกอบพิธีกรรม การประชุมกลุ่มเล็ก และเวทีกลุ่มใหญ่ ของพื้นที่เป้าหมาย โดยทำการเขียนบันทึก ถ่ายภาพนิ่ง วีดีโอ เพื่อเตรียมการจัดทำเป็นคู่มือในการให้การศึกษา เรียนรู้แก่เด็ก เยาวชน ผู้มาท่องเที่ยว และผู้สนใจ ระยะที่สอง เน้นกระบวนการพัฒนารูปแบบการเสริมศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาข่า และการติดตามประเมินผลงานวิจัย เนื่องจากการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาข่า นอกจากจะเป็นการส่งเสริมรณรงค์ให้ความรู้ข้อมูลเกี่ยวกับพิธีกรรม ประเพณี ที่ถูกต้องกับผู้มาท่องเที่ยวกับชุมชนแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน ได้รับการเรียนรู้พิธีกรรม ประเพณีอันจะนำไปสู่การสืบสานพิธีกรรม ประเพณี และชาติพันธุ์ รวมทั้งมีการใช้ทรัพยากรอย่างรู้ค่า มีความสมดุลกับธรรมชาติ ซึ่งระยะนี้ จะใช้กระบวนการ คือ การผลิตสื่อ และคู่มือพิธีกรรมประเพณี การเตรียมชุมชนเป้าหมายท่องเที่ยวโดยกระบวนการ AIC การพัฒนารูปแบบท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาข่า การดำเนินกิจกรรมท่องเที่ยวอย่างเหมาะสมตามกาลสมัยและการติดตาม ประเมินผล โดยกระบวนการวิจัยนี้ เป็นกระบวนการวิจัยและพัฒนา Research and development แล้ว โครงการวิจัยมีความเชื่อมั่นว่า จะส่งผลต่อกระบวนการดำเนินชีวิตทั้งในชนเผ่าและสังคมไทย โดยเฉพาะภูมิปัญญาของพิธีกรรม ประเพณี สามารถที่จะรักษาความเป็นชาติพันธุ์ และดำรงอยู่ในกระแสสังคมบนพื้นฐานความเอื้อเฟื้อต่อกัน ระหว่างมนุษย์ สิ่งแวดล้อม อย่างเหมาะสม ความเป็นชาติพันธุ์ จะเป็นจุดเด่นทางด้านเอกลักษณ์ ที่จะช่วยเสริมสร้างรายได้ในทางเศรษฐกิจของชุมชน และของชาติโดยองค์รวม รวมไปถึงการสร้างความเข้าใจร่วมระหว่างชาติพันธุ์อื่นๆ และสุดท้าย สื่อ ข้อมูล ที่เกิดจากการวิจัยทั้งหมด จะเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีคุณค่าของเผ่าอาข่าและของชาติ ถือเป็นมรดกที่สามารถใช้ในการถ่ายทอด เผยแพร่ แก่อนุชนคนอาข่า และผู้สนใจ ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ตลอดจนเป็นหนังสือการบันทึกทางประวัติศาสตร์ของชนเผ่า ที่จะใช้เพื่อการสืบสานต่อไป |
| บรรณานุกรม | : |
ไกรสิทธิ์ สิทธิโชดก . (2546). เสริมสร้างศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาข่า ระยะที่ 1.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ไกรสิทธิ์ สิทธิโชดก . 2546. "เสริมสร้างศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาข่า ระยะที่ 1".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ไกรสิทธิ์ สิทธิโชดก . "เสริมสร้างศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาข่า ระยะที่ 1."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2546. Print. ไกรสิทธิ์ สิทธิโชดก . เสริมสร้างศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาข่า ระยะที่ 1. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2546.
|
