| ชื่อเรื่อง | : | ความสามารถของกล้าไม้โกงการใบใหญ่ Rhizophora mucronata Lamk. และแสมทะเล Avicernia marina (Forsk.) Vierh. ในการบำบัดน้ำเสียชุมชน ในดินป่าชายเลนที่มีโครงสร้างต่างกัน |
| นักวิจัย | : | ปิยวรรณ สายมโนพันธ์ |
| คำค้น | : | น้ำเสียชุมชน , น้ำเสีย -- การบำบัด , ป่าชายเลน , การบำบัดโดยพืช |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | กนกพร บุญส่ง , สมเกียรติ ปิยะธีรธิติวรกุล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2543 |
| อ้างอิง | : | 9741308205 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/5683 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2543 การศึกษาความสามารถของกล้าไม้โกงกางใบใหญ่และแสมทะเล ในการบำบัดน้ำเสียชุมชนในดินป่าชายเลนที่มีโครงสร้างต่างกัน แบ่งชุดการทดลองดินเป็น 4 อัตราส่วน คือ ดินเลน ดินเลน:ทราย (3:1) ดินเลน:ทราย (2:2) และดินเลน:ทราย (1:3) ในแต่ละชุดปลูกกล้าไม้ คือ แสมทะเล โกงกางใบใหญ่ และไม่ปลูกพืช ผลการศึกษาพบว่าความสามารถในการบำบัดน้ำเสียชุมชนในชุดการทดลองดินทั้ง 4 อัตราส่วน ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และชุดการทดลองที่ปลูกพืชทั้งกล้าไม้โกงกางใบใหญ่และแสมทะเล สามารถบำบัดน้ำเสียชุมชนได้ดีกว่าชุดการทดลองซึ่งไม่ปลูกพืช อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<=0.05) โดยกล้าไม้โกงกางใบใหญ่สามารถกำจัดบีโอดี 59.60-72.08% แอมโมเนีย-ไนโตรเจน 84.47-89.46% ไนไตรท์-ไนโตรเจน 57.61-66.89% ไนเตรท-ไนโตรเจน 59.09-67.90% ไนโตรเจนทั้งหมด 64.64-72.47% ออร์โธฟอสเฟต 51.49-68.30% และฟอสฟอรัสทั้งหมด 53.77-63.06% ส่วนกล้าไม้แสมทะเลสามารถกำจัดบีโอดี 62.31-66.32% แอมโมเนีย-ไนโตรเจน 80.23-84.47% ไนไตรท์-ไนโตรเจน 52.29-66.64% ไนเตรท-ไนโตรเจน 55.61-69.20% ไนโตรเจนทั้งหมด 64.44-70.08% ออร์โธฟอสเฟต 48.57-60.49% และฟอสฟอรัสทั้งหมด 51.40-62.68% สำหรับในชุดการทดลองที่ไม่ปลูกพืชสามารถกำจัดบีโอดี 48.53-57.58% แอมโนเนีย-ไนโตรเจน 58.69-75.71% ไนไตรท์-ไนโตรเจน 38.03-58.43% ไนเตรท-ไนโตรเจน 37.07-48.64% ไนโตรเจนทั้งหมด 53.28-58.83% ออร์โธฟอสเฟต 43.30-54.77% และฟอสฟอรัสทั้งหมด 48.58-58.67% การศึกษาสมบัติของดินพบว่าปริมาณไนโตรเจน ในชุดการทดลองดินทั้งหมดหลังการทดลองไม่เปลี่ยนแปลง แต่จะมีปริมาณฟอสฟอรัสเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (p<=0.05) และมีปริมาณอินทรียวัตถุสูงที่สุดในดินเลน สำหรับการศึกษากล้าไม้พบว่าโกงกางใบใหญ่มีอัตราการเจริญเติบโต และการเพิ่มพูนมวลชีวภาพสูงที่สุดในดินเลน รองลงมา คือ ดินเลน:ทราย (3:1) ดินเลน:ทราย (2:2) และดินเลน:ทราย (1:3) ตามลำดับ และมีปริมาณธาตุอาหารในใบหลังการทดลองเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (p<=0.05) ส่วนแสมทะเลจะมีอัตราการเจริญเติบโต และการเพิ่มพูนมวลชีวภาพต่ำที่สุดในดินเลน แต่ในชุดการทดลองอื่นจะไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าทั้งโกงกางใบใหญ่และแสมทะเล สามารถช่วยในการบำบัดน้ำเสียชุมชนได้ดี โดยพบว่าในชุดการทดลองที่ปลูกกล้าไม้ทั้ง 2 ชนิดสามารถเพิ่มเปอร์เซ็นต์การกำจัดธาตุอาหาร จากน้ำเสียชุมชนได้มากขึ้น |
| บรรณานุกรม | : |
ปิยวรรณ สายมโนพันธ์ . (2543). ความสามารถของกล้าไม้โกงการใบใหญ่ Rhizophora mucronata Lamk. และแสมทะเล Avicernia marina (Forsk.) Vierh. ในการบำบัดน้ำเสียชุมชน ในดินป่าชายเลนที่มีโครงสร้างต่างกัน.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ปิยวรรณ สายมโนพันธ์ . 2543. "ความสามารถของกล้าไม้โกงการใบใหญ่ Rhizophora mucronata Lamk. และแสมทะเล Avicernia marina (Forsk.) Vierh. ในการบำบัดน้ำเสียชุมชน ในดินป่าชายเลนที่มีโครงสร้างต่างกัน".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ปิยวรรณ สายมโนพันธ์ . "ความสามารถของกล้าไม้โกงการใบใหญ่ Rhizophora mucronata Lamk. และแสมทะเล Avicernia marina (Forsk.) Vierh. ในการบำบัดน้ำเสียชุมชน ในดินป่าชายเลนที่มีโครงสร้างต่างกัน."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2543. Print. ปิยวรรณ สายมโนพันธ์ . ความสามารถของกล้าไม้โกงการใบใหญ่ Rhizophora mucronata Lamk. และแสมทะเล Avicernia marina (Forsk.) Vierh. ในการบำบัดน้ำเสียชุมชน ในดินป่าชายเลนที่มีโครงสร้างต่างกัน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2543.
|
