| ชื่อเรื่อง | : | อัตมโนทัศน์และกระบวนการสื่อสารของสตรีผู้ถูกกระทำรุนแรง ที่เข้ารับความช่วยเหลือ ณ บ้านพักฉุกเฉิน สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี |
| นักวิจัย | : | ภัทรพร ประทุมฝาง |
| คำค้น | : | การรับรู้ตนเอง , ความรุนแรงในครอบครัว , การสื่อสารระหว่างบุคคล , สตรีที่ถูกทารุณ , สื่อมวลชนกับสตรี |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ถิรนันท์ อนวัชศิริวงศ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิเทศศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2546 |
| อ้างอิง | : | 9741752016 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/5317 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (นศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2546 ศึกษาอัตมโนทัศน์ของสตรีผู้ถูกกระทำรุนแรงตั้งแต่เมื่อเผชิญกับความรุนแรง จนถึงการเข้ารับความช่วยเหลือจากบ้านพักฉุกเฉิน และกระบวนการสื่อสารของสตรีเพื่อการฟื้นฟูจิตใจในบ้านพักฉุกเฉิน ทั้งกับเจ้าหน้าที่ สตรีที่เข้ารับความช่วยเหลือเช่นเดียวกันและบุตรของตนเองและสตรีอื่น โดยศึกษาตั้งแต่การเข้าถึงความสัมพันธ์ของสตรีในช่วงแรกเข้า การพัฒนาความสัมพันธ์ของสตรี การสื่อสารเพื่อการฟื้นฟูสภาพจิตใจของสตรี โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพแบบสหวิธีการในการศึกษา ผลการวิจัยพบว่า 1. สตรีจะมีอัตมโนทัศน์ที่แตกต่างไปตามสถานการณ์ ในช่วงแรกของการแต่งงานสตรีจะมีอัตมโนทัศน์ในด้านบวก แต่เมื่อสตรีถูกกระทำรุนแรงสตรีจะมีการสร้างอัตมโนทัศน์ และความภาคภูมิใจในตนเองที่ลดลงตามระดับความรุนแรงของสถานการณ์ และเมื่อสตรีเข้าความช่วยเหลือจากบ้านพักฉุกเฉิน สตรีจะได้รับการสื่อสารเพื่อฟื้นฟูจิตใจ ได้แก่ กิจกรรมกลุ่มบำบัด การให้คำปรึกษาของเจ้าหน้าที่เป็นการส่วนตัว การฝึกอาชีพ และการสื่อสารเพื่อฟื้นฟูจิตใจของสตรีด้วยกันเองในชีวิตประจำวัน ซึ่งทำให้สตรีมีความภาคภูมิใจในตนเองมากขึ้นและมีการพัฒนาอัตมโนทัศน์ 2. กระบวนการสื่อสารของสตรีจะมีรูปแบบที่แตกต่างไป ตามสถานการณ์การสื่อสารตั้งแต่ช่วงแรกเข้า การเข้าถึงความสัมพันธ์ การพัฒนาความสัมพันธ์ กระบวนการสื่อสารของสตรีที่เข้ารับความช่วยเหลือมีดังนี้ 2.1 รูปแบบการสื่อสารของสตรีกับเจ้าหน้าที่ ในช่วงแรกเข้าสตรีจะไม่เปิดเผยเรื่องราวของตนเองมากนัก และมีการประเมินเจ้าหน้าที่ถึงคุณลักษณะในการสื่อสารเพื่อการพัฒนาความสัมพันธ์ เนื่องจากเจ้าหน้าที่มีคุณลักษณะที่ดีในการสื่อสาร ทำให้สตรียินยอมที่จะเปิดเผยเรื่องราวของตน และต้องการพัฒนาความสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตามลำดับขั้นของเจ้าหน้าที่สูงกว่าสตรี ทำให้รูปแบบของการสื่อสารมีความเป็นทางการ 2.2 รูปแบบการสื่อสารของสตรีกับสตรีที่เข้ารับความช่วยเหลือเช่นเดียวกัน ในช่วงแรกจะประเมินคุณลักษณะในการสื่อสารของสตรีด้วยกัน เนื่องจากสตรีที่เข้ารับความช่วยเหลือขาดคุณลักษณะในการสื่อสารที่ดี รูปแบบการสื่อสารของสตรีจึงไม่เปิดเผยเรื่องของตนและพยายามปรับตัว ในช่วงของการพัฒนาความสัมพันธ์ สตรีจะมีการรวมกลุ่มตามลักษณะของปัญหาความรุนแรง และการสื่อสารของสตรีจะมีเพื่อนันทนาการและการดำรงอยู่ของกลุ่ม มากกว่าการสื่อสารเพื่อการบำบัด 2.3 รูปแบบการสื่อสารของสตรีกับบุตรของตนเองและบุตรของสตรีอื่นสตรีจะมีความผูกพันกับบุตรของตนมากสตรีซึ่งบุตรจะเป็นปัจจัยสำคัญในความสามารถของสตรีในการปรับตัว และสตรีจะมีรูปแบบการสื่อสารกับบุตรของสตรีอื่นในการช่วยดูแล เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์กับสตรีอื่น รวมทั้งสตรีจะมีจิตใจที่อ่อนโยนลง |
| บรรณานุกรม | : |
ภัทรพร ประทุมฝาง . (2546). อัตมโนทัศน์และกระบวนการสื่อสารของสตรีผู้ถูกกระทำรุนแรง ที่เข้ารับความช่วยเหลือ ณ บ้านพักฉุกเฉิน สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ภัทรพร ประทุมฝาง . 2546. "อัตมโนทัศน์และกระบวนการสื่อสารของสตรีผู้ถูกกระทำรุนแรง ที่เข้ารับความช่วยเหลือ ณ บ้านพักฉุกเฉิน สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ภัทรพร ประทุมฝาง . "อัตมโนทัศน์และกระบวนการสื่อสารของสตรีผู้ถูกกระทำรุนแรง ที่เข้ารับความช่วยเหลือ ณ บ้านพักฉุกเฉิน สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2546. Print. ภัทรพร ประทุมฝาง . อัตมโนทัศน์และกระบวนการสื่อสารของสตรีผู้ถูกกระทำรุนแรง ที่เข้ารับความช่วยเหลือ ณ บ้านพักฉุกเฉิน สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2546.
|
