ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การดัดแปรพอลิเมอร์ผสมพีวีซีกับยางไนไตรล์โดยใช้ยางธรรมชาติ ยางสไตรีน-บิวทาไดอีนและยางพอลิบิวทาไดอีน

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การดัดแปรพอลิเมอร์ผสมพีวีซีกับยางไนไตรล์โดยใช้ยางธรรมชาติ ยางสไตรีน-บิวทาไดอีนและยางพอลิบิวทาไดอีน
นักวิจัย : เอกรัช พุฒฑิตวงศ์
คำค้น : โพลิเมอร์ผสม , ยางไนไตรล์ , โพลิไวนิลคลอไรด์
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ภัทรพรรณ ประศาสน์สารกิจ , วราภรณ์ ขจรไชยกูล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.คณะวิทยาศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : 9741301375 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/4679
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2543

งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาพอลิเมอร์ผสมพีวีซีและยางไนไตรล์ที่ 20/80, 30/70 และ 40/60 โดยใช้ยางธรรมชาติ ยางสไตรีน-บิวทาไดอีน และยางพอลิบิวทาไดอีน ทดแทนยางไนไตรล์บางส่วนที่ 10, 20 และ 30 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักพอลิเมอร์ผสมทั้งหมด โดยศึกษาสมบัติทางกายภาพ ได้แก่ สมบัติการยืดยาง ความต้านทานต่อการสึกหรอ การกระดอน การยุบตัว ความแข็ง การบ่มเร่งด้วยความร้อนและสมบัติทางเคมี จากการศึกษาพบว่า พีวีซีมีผลต่อสมบัติทางกายภาพของพอลิเมอร์ผสมทั้งสมบัติก่อนการคงรูป ได้แก่ ความหนืดมูนนีเพิ่มขึ้นและเวลาวัลคาไนซ์เพิ่มขึ้น แต่เวลาเริ่มวัลคาไนซ์เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ส่วนสมบัติหลังการคงรูป ได้แก่ ความทนแรงดึง โมดูลัส ความทนทานต่อการฉีกขาด ความต้านทานต่อการสึกหรอมีค่าเพิ่มขึ้น เปอร์เซ็นต์การยุบตัวที่ 100 องศาเซลเซียส เวลา 22 ชั่วโมงลดลง แต่สมบัติด้านการกระดอน ระยะยืดเมื่อขาด มีค่าลดลง ส่วนสมบัติทางกายภาพพอลิเมอร์ผสมพีวีซีและยางไนไตรล์ ที่อัตราส่วนของพีวีซีและยางไนไตรล์ คือ 20:80, 30:70 และ 40:60 พบว่าการเติมยางธรรมชาติที่ 10, 20 เปอร์เซ็นต์, ยางสไตรีน-บิวทาไดอีน และยางพอลิบิวทาไดอีนที่ 10, 20, 30 เปอร์เซ็นต์ ให้ผลสมบัติต่างๆ ที่ดีขึ้น แต่ค่าความต้านทานต่อการสึกหรอ และความต้านทานต่อน้ำมันมีค่าลดลงเมื่อเพิ่มยางธรรมชาติ ยางสไตรีน-บิวทาไดอีน และยางพอลิบิวทาไดอีน (20-30%) และพอลิเมอร์ผสมพีวีซีและยางไนไตรล์ ที่อัตราส่วนของพีวีซีและยางไนไตรล์ที่ 20:80 โดยเติมยางธรรมชาติ 10 เปอร์เซ็นต์ ที่อัตราส่วนของพีวีซีและยางไนไตรล์ที่ 30:70 โดยเติมยางธรรมชาติ 10เปอร์เซ็นต์ และยางสไตรีน-บิวทาไดอีน 10, 20 เปอร์เซ็นต์ และที่อัตราส่วนของพีวีซีและยางไนไตรล์ที่ 40:60 โดยเติมยางสไตรีน-บิวทาไดอีน 10 เปอร์เซ็นต์ ให้สมบัติทางกายภาพที่ดีขึ้นและต้นทุนการผลิตลดลง โดยเปรียบเทียบกับพอลิเมอร์พีวีซีและยางไนไตรล์ ที่อัตราส่วนของพีวีซีและยางไนไตรล์ที่ 30:70

บรรณานุกรม :
เอกรัช พุฒฑิตวงศ์ . (2543). การดัดแปรพอลิเมอร์ผสมพีวีซีกับยางไนไตรล์โดยใช้ยางธรรมชาติ ยางสไตรีน-บิวทาไดอีนและยางพอลิบิวทาไดอีน.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เอกรัช พุฒฑิตวงศ์ . 2543. "การดัดแปรพอลิเมอร์ผสมพีวีซีกับยางไนไตรล์โดยใช้ยางธรรมชาติ ยางสไตรีน-บิวทาไดอีนและยางพอลิบิวทาไดอีน".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เอกรัช พุฒฑิตวงศ์ . "การดัดแปรพอลิเมอร์ผสมพีวีซีกับยางไนไตรล์โดยใช้ยางธรรมชาติ ยางสไตรีน-บิวทาไดอีนและยางพอลิบิวทาไดอีน."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2543. Print.
เอกรัช พุฒฑิตวงศ์ . การดัดแปรพอลิเมอร์ผสมพีวีซีกับยางไนไตรล์โดยใช้ยางธรรมชาติ ยางสไตรีน-บิวทาไดอีนและยางพอลิบิวทาไดอีน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2543.