| ชื่อเรื่อง | : | ระบบตรวจสอบยาปฏิชีวนะตกค้างในผลิตภัณฑ์จากไก่และสุกร |
| นักวิจัย | : | เกรียงศักดิ์ สายธนู |
| คำค้น | : | ยาปฎิชีวนะในไก่และสุกร |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2544 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4120041 , http://research.trf.or.th/node/1006 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ทำการทดสอบเปรียบเทียบประสิทธิภาพของชุดตรวจสอบยาปฏิชีวนะและยาซัลฟาตกค้างที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้ตรวจหายาปฏิชีวนะและยาซัลฟาตกค้างในเนื้อไก่และสุกร ชุดตรวจสอบใช้หลักการการซึมผ่านของยาในหลอด (Tube diffusion method) ซึ่งประกอบด้วย สปอร์ของเชื้อแบซิลัส สเตียโรเทอร์โมฟิลัส วาร์ แคลิโดแลคติสในอาหารเลี้ยงเชื้อ 4 สูตร (โดยให้ชื่อว่า ชุดตรวจสอบ เคเอส-4, เคเอส-9, เคเอส-23 และ เคเอส-25) และสารโบรโมครีซัล เพอพัล บรรจุลงในหลอดพลาสติค (โพลี่โพร-ไพลีน) ขนาด 100 x 390 มิลลิเมตร และปิดปากหลอดให้สนิทด้วยอลูมินัมฟอยล์ สามารถใช้ตรวจหายาปฏิชีวนะและยาซัลฟาตกค้างในเนื้อไก่และสุกร หรือในเนื้อเยื่อตับและไต หรือในเซรุ่ม โดยการหยอดสารสกัดจากตัวอย่างเนื้อหรือเนื้อเยื่อ หรือเซรุ่ม หรือปัสสาวะลงไปในชุดตรวจสอบประมาณ 0.1 มิลลิลิตร แล้วนำไปอบที่อุณหภูมิ 65 ? 1 ?เซลเซียส นานประมาณ 2 ? ถึง 3 ? ชั่วโมง ทำการอ่านผลว่าตัวอย่างที่ตรวจมียาปฏิชีวนะและยาซัลฟาตกค้างหรือไม่โดยสังเกตสีของชุดตรวจสอบ ถ้าสีของชุดตรวจสอบยังคงมีสีม่วงแสดงว่าตัวอย่างที่ตรวจมียาปฏิชีวนะหรือยาซัลฟาตกค้าง แต่ถ้าสีของชุดตรวจสอบเปลี่ยนเป็นสีเหลืองแสดงว่าตัวอย่างที่ตรวจไม่มียาตกค้าง หรือมีปริมาณยาในระดับที่ต่ำกว่าความสามารถของชุดตรวจสอบที่จะตรวจพบได้ ในการทดสอบหายาปฏิชีวนะและยาซัลฟา 17 ชนิด พบว่า ชุดตรวจสอบ เคเอส-9 สามารถตรวจพบยาปฏิชีวนะและยาซัลฟาได้ดีที่สุด รองลงไปคือ ชุดตรวจสอบ เคเอส-4, เคเอส-23 และ เคเอส-25 และสารละลายฟอสเฟต-บัฟเฟอร์ พีเอช 8 (KH2PO4 0.004 โมลาร์ และ K2HPO4 0.1 โมลาร์) เป็นสารละลายที่ดีที่สุดในสกัดยาปฏิชีวนะและยาซัลฟาจากเนื้อเยื่อของไก่และสุกร เมื่อทำการเติมยาทรัยเม็ทโทปริมลงในชุดตรวจสอบ เคเอส-9 และ เคเอส-23 โดยให้มีปริมาณยาทรัยเม็ทโทปริม 0.0125-0.1 ไมโครกรัม/มิลลิลิตรในชุดตรวจสอบซึ่งเรียกชุดตรวจสอบนี้ว่า เคเอส-9เอส และ เคเอส-23เอส ตามลำดับ แล้วนำไปตรวจหายาซัลฟาที่สกัดจากเนื้อไก่และเนื้อสุกร พบว่าชุดตรวจสอบ เคเอส-9เอส สามารถตรวจหายาซัลฟาได้ดีกว่า ชุดตรวจสอบ เคเอส-9 และ เคเอส-23เอส มาก โดย เคเอส-9เอส จะสามารถตรวจพบยาซัลฟาในเนื้อสุกรส่วนใหญ่ได้ 100 % ที่ 0.4 ไมโครกรัม/กรัม และในเนื้อไก่ที่ 0.2 ไมโครกรัม/กรัม อย่างไรก็ดี ประสิทธิภาพของชุดตรวจสอบ เคเอส-9 และ เคเอส-9เอส ในการตรวจหายาปฏิชีวนะที่ผสมในเนื้อไก่และเนื้อสุกร ในเซรุ่มไก่และสุกร รวมทั้งในปัสสาวะสุกร ส่วนใหญ่จะไม่แตกต่างกันนัก เมื่อทำการทดสอบชุดตรวจสอบ เคเอส-9เอส ในตัวอย่างเนื้อไก่และเนื้อสุกรที่สุ่มจากตลาดสดและซุปเปอร์มาเก็ตร์ และจากโรงงานฆ่าสัตว์เพื่อการส่งออก รวมทั้งการทดสอบในไก่และสุกรที่ได้รับยาปฏิชีวนะและยาซัลฟา พบว่า ชุดตรวจสอบ เคเอส-9เอส มีประสิทธิภาพในการตรวจหายาปฏิชีวนะและยาซัลฟาในเนื้อไก่และสุกรได้ดีกว่า เคเอส-9 และวิธีมาตรฐานของสหภาพยุโรป (European Four Plate Test) โดยตัวอย่างส่วนใหญ่พบว่ามียาซัลฟาปนเปื้อนเมื่อทำการตรวจสอบยืนยันด้วยวิธีการ ชาร์ม ทู เทส จากการศึกษาความน่าเชื่อถือของชุดตรวจสอบในตัวอย่างเนื้อและเซรุ่มไก่ พบว่าชุดตรวจสอบ เคเอส-9เอส มีค่าความไว (Sensitivity) 96 % และความจำเพาะ (Specificity) 95 % ในการตรวจสอบหายาปฏิชีวนะและยาซัลฟาตกค้างในตัวอย่างเนื้อไก่ และมีค่าความไวและความจำเพาะเท่ากับ 91 และ 86 % ตามลำดับในการตรวจสอบหายาปฏิชีวนะและยาซัลฟาในเซรุ่มไก่ สำหรับผลการทดสอบอายุการเก็บรักษาของชุดตรวจสอบ เคเอส-9เอส เป็นระยะเวลานาน 6 เดือน ที่อุณหภูมิ 4-7 ?เซลเซียส พบว่า ชุดตรวจสอบ เคเอส-9เอส ที่เติมยาทรัยเม็ทโทปริม 0.05-0.10 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร จะมีอายุการเก็บรักษาต่ำกว่า 1 เดือน ส่วนชุดตรวจสอบที่เติมยาทรัยเม็ทโทปริม 0.0125-0.025 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร จะมีอายุการเก็บรักษาได้ถึง 6 เดือน แต่จะมีประสิทธิภาพในการตรวจหายาปฏิชีวนะและยาซัลฟาตกค้างในเนื้อไก่และเนื้อสุกรต่ำลงไปบ้าง และจำเป็นต้องทำการอบเพาะชุดตรวจสอบนานขึ้นแต่ไม่เกิน 4 ชั่วโมง ดังนั้น ชุดตรวจสอบ เคเอส-9เอส จึงเป็นชุดตรวจสอบเบื้องต้น (Screening test) ในการตรวจยาปฏิชีวนะและยาซัลฟาตกค้างที่เหมาะสม และอาจใช้แทนวิธีการซึ่งใช้อยู่ในปัจจุบัน นั่นคือ วิธี Microbial Inhibition Assay หรือวิธี EFPT เนื่องจากมีความสามารถในการตรวจหายาปฏิชีวนะในกลุ่มเบต้า-แลคแตม ในระดับที่ยอมรับให้มีตกค้างได้ (Maximum residue limits) และตรวจพบยาปฏิชีวนะอื่นๆ รวมทั้งยาซัลฟาส่วนใหญ่ได้ในระดับที่ใกล้เคียงกับค่าที่ยอมรับ ทั้งนี้ตัวอย่างที่ใช้เพื่อการตรวจหายาปฏิชีวนะและยาซัลฟาตกค้างในซากสัตว์ควรใช้ตัวอย่างกล้ามเนื้อไก่และสุกร เพราะมีความสะดวกและเป็นตัวอย่างที่ใช้ในทางปฏิบัติของห้องปฏิบัติการตรวจสอบคุณภาพเนื้อ สำหรับการตรวจหายาปฏิชีวนะและยาซัลฟาในเซรุ่มไก่และสุกรน่าจะเป็นวิธีการที่ใช้ในสุ่มตัวอย่างเพื่อการตรวจสอบก่อนส่งสัตว์เข้าโรงงานฆ่าสัตว์ ซึ่งเป็นวิธีการหนึ่งในการเฝ้าระวังและป้องกันการตกค้างยาปฏิชีวนะและยาซัลฟาในเนื้อและผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้จากสัตว์ Antimicrobial screening test kits KS-4, KS-9, KS-23, and KS-25 had been developed by using principle of tube diffusion method which consisted of spores of Bacillus stearothermophilus var. Calidolactis in 4 different media and bromocresol purple in polypropylene tube 100 x 390 mm. and sealed with aluminum foil. The test result could be read after 2 ? - 3 ? hours after added 0.1 mL of tissue extract or serum or urine into the test kit and incubated at 65 ? 1 ?C. The test was read negative if colour of the media was changed to yellow and was read positive if the colour of media was still purple. These test kits were compared their efficiency by testing of 17 antibiotics and sulfa drugs in fortified meat, liver, and kidney tissues of chicken and swine and serum of chicken. The result showed that KS-9 was the best test kit and the appropriate solution for extracting drug residues from tissue samples was phosphate buffer pH 8 (KH2PO4 0.004 Molar and K2HPO4 0.1 Molar). After adding trimethroprim 0.0125-0.10 ?g/mL into KS-9 and KS-23 test kits which were named KS-9S and KS-23S, respectively, and tested with extracts from fortified chicken meat and pork samples. The results found that KS-9S was able to detect sulfa drugs better than KS-9 and KS-23S which had detection limits of 0.04 ?g/g in pork and 0.2 ?g/g in chicken meat. However, there were not found any different of detecting efficiency on other antibiotic residues between KS-9S and KS-9. The test results from using KS-9S for detecting antibiotic and sulfa residues in sampling chicken meat and pork from supermarkets and slaughter houses for exportation were found that KS-9S was able to detect antibiotic and sulfa residues better than KS-9 and European Four Plate Test (EFPT). The positive samples were confirmed by using Charm II Test method which found most of the samples were contained sulfa drug group. The validity test study of KS-9S was revealed that this test kit had high sensitivity and specificity which were 96 and 95 % in chicken meat and 91 % and 86 % in chicken and serum, respectively. The shelf-life study of KS-9S was shown that its shelf-life was less than 1 month if KS-9S contained trimethoprim 0.50-0.10 ?g/mL. The KS-9S’s shelf-life could be upto 6 months if it contained trimethoprim at lower concentrations (0.0125-0.025 ?g/mL). However, its efficiency would be lower as the time passed by and required longer incubation time (but still less than 4 hours) even test kits had been kept at 4-7 ?C. Therefore, KS-9S should be the appropriate screening test kit for detecting antibiotic and sulfa drug residues in chicken meat and pork instead of using Microbial Inhibition Assay Method because KS-9 had better efficiency and was less cost and time consuming method. Besides, this study would recommend that chicken meat and pork samples were ideal samples for the screening test of antibiotic and sulfa drug residues in carcasses since they were practical and given satisfied valid test results. However, the serum samples would be suitable for monitoring of antibiotic and sulfa drug residues in animals before slaughtering. |
| บรรณานุกรม | : |
เกรียงศักดิ์ สายธนู . (2544). ระบบตรวจสอบยาปฏิชีวนะตกค้างในผลิตภัณฑ์จากไก่และสุกร.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. เกรียงศักดิ์ สายธนู . 2544. "ระบบตรวจสอบยาปฏิชีวนะตกค้างในผลิตภัณฑ์จากไก่และสุกร".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. เกรียงศักดิ์ สายธนู . "ระบบตรวจสอบยาปฏิชีวนะตกค้างในผลิตภัณฑ์จากไก่และสุกร."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2544. Print. เกรียงศักดิ์ สายธนู . ระบบตรวจสอบยาปฏิชีวนะตกค้างในผลิตภัณฑ์จากไก่และสุกร. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2544.
|
