| ชื่อเรื่อง | : | การพัฒนารูปแบบการอบรมครูอนุบาลโดยใช้กระบวนการสืบสอบแบบร่วมมือและการเรียนรู้ด้วยใจอย่างใคร่ครวญเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะทางวิชาชีพ |
| นักวิจัย | : | แสงโสม กชกรกมุท |
| คำค้น | : | ครูอนุบาล -- การฝึกอบรม , การพัฒนาอาชีพ , Kindergarten teachers -- Training of , Career development |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ธีรานุรักษ์ จารุชัยนิวัฒน์ , จุมพล พูลภัทรชีวิน , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2554 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/35688 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554 การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนารูปแบบการอบรมครูอนุบาลโดยใช้กระบวนการสืบสอบแบบร่วมมือและการเรียนรู้ด้วยใจอย่างใคร่ครวญเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะทางวิชาชีพ 2) ศึกษาผลของสมรรถนะทางวิชาชีพของครูผู้เข้าร่วมการวิจัยในรูปแบบการอบรมครูอนุบาลโดยใช้กระบวนการสืบสอบแบบร่วมมือและการเรียนรู้ด้วยใจอย่างใคร่ครวญเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะทางวิชาชีพ ในด้านความรู้ ด้านการปฏิบัติงาน และด้านการปฏิบัติตน ผู้เข้าร่วมการวิจัยได้แก่ ครูชั้นอนุบาลปีที่ 1-3 สังกัดสำนักบริหารงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน กรุงเทพมหานคร จำนวน 6 คน การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา ใช้การเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพ มีขั้นตอนการดำเนินการวิจัย 4 ขั้น คือ ขั้นที่ 1 การเตรียมการ ขั้นที่ 2 การพัฒนารูปแบบฯ ระยะที่ 1 ขั้นที่ 3 การพัฒนารูปแบบฯ ระยะที่ 2 และ ขั้นที่ 4 การนำเสนอรูปแบบการอบรมครูอนุบาลโดยใช้กระบวนการสืบสอบแบบร่วมมือและการเรียนรู้ด้วยใจอย่างใคร่ครวญเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะทางวิชาชีพ (ฉบับสมบูรณ์) ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. รูปแบบการอบรมครูอนุบาลโดยใช้กระบวนการสืบสอบแบบร่วมมือ และการเรียนรู้ด้วยใจอย่างใคร่ครวญเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะทางวิชาชีพ ประกอบด้วย หลักการ วัตถุประสงค์ เนื้อหา กระบวนการ และการประเมินการเรียนรู้ กระบวนการของรูปแบบการอบรมครูอนุบาลโดยใช้กระบวนการสืบสอบแบบร่วมมือและการเรียนรู้ด้วยใจอย่างใคร่ครวญเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะทางวิชาชีพประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นที่ 1 การรวมกลุ่มเปิดใจ ขั้นที่ 2 การร่วมมือแสวงหาแนวทาง ขั้นที่ 3 การปฏิบัติสืบสอบตามแนวทางเป็นรายบุคคล และ ขั้นที่ 4 การสร้างความหมาย และ 3 กระบวนการย่อย ได้แก่ 1) สุนทรียสนทนา 2) การฟังอย่างลึกซึ้ง และ 3) การสะท้อนการเรียนรู้ เนื้อหาของรูปแบบฯประกอบด้วย พัฒนาการเด็ก การจัดการเรียนรู้ การทำงานและสร้างความร่วมมือกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับเด็ก การเป็นแบบอย่างที่ดีและความภาคภูมิใจในวิชาชีพครู ใช้เวลาในการดำเนินการ 12 สัปดาห์ 2. รูปแบบการอบรมครูอนุบาลโดยใช้กระบวนการสืบสอบแบบร่วมมือ และการเรียนรู้ด้วยใจอย่างใคร่ครวญ มีผลต่อการเสริมสร้างสมรรถนะทางวิชาชีพ โดยครูผู้เข้าร่วมการวิจัยทุกคนมีระดับพฤติกรรมสมรรถนะทางวิชาชีพด้านความรู้เพิ่มขึ้น 2 ระดับ สมรรถนะทางวิชาชีพด้านการปฏิบัติงานเพิ่มขึ้น 2 ระดับ และสมรรถนะทางวิชาชีพด้านการปฏิบัติตนเพิ่มขึ้น 3 ระดับ |
| บรรณานุกรม | : |
แสงโสม กชกรกมุท . (2554). การพัฒนารูปแบบการอบรมครูอนุบาลโดยใช้กระบวนการสืบสอบแบบร่วมมือและการเรียนรู้ด้วยใจอย่างใคร่ครวญเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะทางวิชาชีพ.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. แสงโสม กชกรกมุท . 2554. "การพัฒนารูปแบบการอบรมครูอนุบาลโดยใช้กระบวนการสืบสอบแบบร่วมมือและการเรียนรู้ด้วยใจอย่างใคร่ครวญเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะทางวิชาชีพ".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. แสงโสม กชกรกมุท . "การพัฒนารูปแบบการอบรมครูอนุบาลโดยใช้กระบวนการสืบสอบแบบร่วมมือและการเรียนรู้ด้วยใจอย่างใคร่ครวญเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะทางวิชาชีพ."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554. Print. แสงโสม กชกรกมุท . การพัฒนารูปแบบการอบรมครูอนุบาลโดยใช้กระบวนการสืบสอบแบบร่วมมือและการเรียนรู้ด้วยใจอย่างใคร่ครวญเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะทางวิชาชีพ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2554.
|
