| ชื่อเรื่อง | : | การประเมินค่าการคายระเหยน้ำสูงสุด โดยใช้ข้อมูลการสำรวจระยะไกลและข้อมูลอุตุนิยมวิทยาบริเวณลุ่มน้ำมูล-ชี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย |
| นักวิจัย | : | พิมพ์พงศ์ หฤทัยทิพย์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2546 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1162546001575 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การประเมินค่าการคายระเหยน้ำสูงสุดโดยใช้ข้อมูลการสำรวจระยะไกล และข้อมูลอุตุนิยมวิทยา ในพื้นที่ลุ่มน้ำมูล-ชี โดยใช้ข้อมูลอุตุนิยมวิทยา เดือนมกราคม - ธันวาคมปี พ.ศ. 2543 และข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม NOAA-14/AVHRR เดือนพฤษภาคม - กรกฎาคมปี พ.ศ. 2543 มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินค่าการคายระเหยน้ำสูงสุด บริเวณลุ่มน้ำมูล-ชีโดยใช้ข้อมูลอุตุนิยมวิทยาและข้อมูลการสำรวจระยะไกล และสร้างแผนที่ศักยภาพการคายระเหยน้ำสูงสุดของลุ่มน้ำมูล-ชี การประเมินค่าการคายระเหยน้ำสูงสุด โดยนำวิธีของ Thornthwaith, Turc,Jensen-Haise และ Penman ที่ใช้ข้อมูลทางอุตุนิยมวิทยามาทำการประเมินค่าการคายระเหยน้ำสูงสุดนั้น พบว่าในเดือนมีนาคมมีค่าเฉลี่ยรายเดือนสูงสุด ประมาณ 5.32 มิลลิเมตรต่อวันและเดือนที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุดพบในเดือนพฤศจิกายนและเดือนธันวาคม ประมาณ 3.97 มิลลิเมตรต่อวัน นำค่าการคายระเหยน้ำสูงสุดที่คำนวณได้เปรียบเทียบกับค่าการระเหยน้ำจากถาดวัดการระเหย เพื่อหาวิธีที่ดีที่สุด โดยพิจารณาจากค่าสัมประสิทธิ์ตัวกำหนด (R('2)) พบว่าวิธีของ Penman Method เป็นวิธีที่ดีและมีความถูกต้องที่สุดในการประเมินค่าการคายระเหยน้ำสูงสุดในพื้นที่ชุ่มน้ำมูล-ชี ส่วนการประเมินค่าการคายระเหยน้ำสูงสุด โดยใช้ข้อมูลจากการสำรวจระยะไกล หาความสัมพันธ์เชิงเส้นพหุ ระหว่างค่าการคายระเหยน้ำที่คำนวณได้กับค่าดัชนีความแตกต่างพืชพรรณ (NDVI) และอุณหภูมิพื้นผิว (LST) ที่ได้จากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียม มีรูปแบบความสัมพันธ์ดังนี้ ET = A + B (NDVI) +C(LST) มีค่าสัมประสิทธิ์ตัวกำหนด (R('2)) ที่วิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงพหุ อยู่ในช่วง0.5 - 0.7 และนำสมการที่ได้ไปคำนวณหาค่าการคายระเหยน้ำสูงสุดและสร้างแผนที่การคายระเหยน้ำสูงสุดในบริเวณพื้นที่ลุ่มน้ำมูล-ชี พบว่า ค่าการคายระเหยน้ำสูงสุดในเดือนพฤษภาคม มิถุนายน และกรกฎาคม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.14 4.45 และ 4.06 มิลลิเมตรต่อวัน ตามลำดับ ข้อมูลและแผนที่การคายระเหยน้ำสูงสุดในแต่ละช่วงเวลา สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการลุ่มน้ำ ในการศึกษาสมดุลน้ำเป็นรายปี รายเดือน และรายวัน ในการประเมินหาการใช้น้ำของพืชได้ โดยการนำค่าที่ได้จากการประมาณการคายระเหยน้ำสูงสุดมาคูณกับค่าสัมประสิทธิ์พืช (crop coefficient) ชนิดต่าง ๆ ที่ต้องการทราบค่าการใช้น้ำของพืชเพื่อนำข้อมูลการใช้น้ำของพืชไปกำหนดการให้น้ำแก่พืช และเลือกพืชที่ต้องการปลูกได้นอกจากนี้ยังสามารถนำไปใช้เป็นตัวแปรในการวิเคราะห์ความแห้งแล้ง |
| บรรณานุกรม | : |
พิมพ์พงศ์ หฤทัยทิพย์ . (2546). การประเมินค่าการคายระเหยน้ำสูงสุด โดยใช้ข้อมูลการสำรวจระยะไกลและข้อมูลอุตุนิยมวิทยาบริเวณลุ่มน้ำมูล-ชี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. พิมพ์พงศ์ หฤทัยทิพย์ . 2546. "การประเมินค่าการคายระเหยน้ำสูงสุด โดยใช้ข้อมูลการสำรวจระยะไกลและข้อมูลอุตุนิยมวิทยาบริเวณลุ่มน้ำมูล-ชี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. พิมพ์พงศ์ หฤทัยทิพย์ . "การประเมินค่าการคายระเหยน้ำสูงสุด โดยใช้ข้อมูลการสำรวจระยะไกลและข้อมูลอุตุนิยมวิทยาบริเวณลุ่มน้ำมูล-ชี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print. พิมพ์พงศ์ หฤทัยทิพย์ . การประเมินค่าการคายระเหยน้ำสูงสุด โดยใช้ข้อมูลการสำรวจระยะไกลและข้อมูลอุตุนิยมวิทยาบริเวณลุ่มน้ำมูล-ชี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.
|
