ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาวิธีการตรวจหานมผงในตัวอย่างนม

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาวิธีการตรวจหานมผงในตัวอย่างนม
นักวิจัย : พรพิมล ม่วงไทย
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2546
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1162546000993
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยนี้พัฒนาวิธีการตรวจหานมผงในนมแปรรูป ด้วยศึกษาการเปลี่ยนแปลงโปรตีนเวย์เมื่อแปรผันอุณหภูมิระหว่าง 40-150 (+,ฐ)C นาน 5 นาที่ และแปรผันเวลาที่แต่ละอุณหภูมิระหว่าง 5-30 นาที เปรียบเทียบกับไฮดรอกซีเมทิลเฟอร์ฟิวราลซึ่งเป็นดัชนีควบคุมผลการศึกษาพบว่าโปรตีนเวย์และไฮดรอกซีเมทิลเฟอร์ฟิวราลเปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิและเวลาซึ่งโปรตีนเวย์ลดปริมาณลงขณะที่ไฮดรอกซีเมทิลเฟอร์ฟิวราลมีปริมาณเพิ่มขึ้นตามระดับอุณหภูมิที่สูงขึ้นและเวลานานขึ้น และมีความสัมพันธ์กับปริมาณนมผงในนมตัวอย่างแบบเชิงเส้นตรงด้วยค่า (+,g) = -0.97 และ +0.98 ตามลำดับ ความสัมพันธ์ระหว่างโปรตีนเวย์ที่เหลือจากการเสียสภาพธรรมชาติกับไฮดรอกซีเมทิลเฟอร์ฟิวราลในนมผสมเป็นแบบเชิงเส้นตรงด้วยค่า (+,g) -0.97 ที่ p (+,ฃ) 0.05 ปริมาณทั้งสองมีความสัมพันธ์แบบผกผัน และสามารถใช้โปรตีนเวย์ในนมเพื่อตรวจสอบการผสมนมผง จากนั้นพัฒนาวิธีการตรวจสอบแบบประยุกต์โดยเน้นการตรวจสอบโปรตีนเวย์ 2 วิธี วิธีที่ 1 ตรวจสอบปริมาณกรดอะมิโนทริปโทเฟนด้วยเทคนิคฟลูออริเมตรี เนื่องจากทริปโทเฟนปล่อยแสงฟลูออเรสเซนต์ที่ความยาวคลื่น340 นาโนเมตร วิธีที่ 2 เป็นการวิเคราะห์ปริมาณไทออลอิสระด้วยวิธีคัลเลอริเมตรีโดยหมู่ไทออลทำปฏิกิริยากับ DTNB เกิดสารที่ดูดกลืนแสงได้ที่ความยาวคลื่น 412 นาโนเมตรเมื่อวิเคราะห์ปริมาณทริปโทเฟนและไทออลอิสระในนมดิบเทียบกับนมคืนรูปที่ผ่านการพาสเจอร์ไรซ์แบบอุณหภูมิต่ำระยะเวลานาน แบบอุณหภูมิสูงระยะเวลาสั้น และยูเอชทีพบว่าปริมาณทริปโทเฟนและไทออลอิสระในนมดิบและนมคืนรูปที่ผ่านขบวนการเดียวกันมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p (+,ฃ) 0.05 เมื่อนำวิธีทั้งสองไปตรวจสอบบนนมตัวอย่างที่มีนมผงผสมในปริมาณต่าง ๆ กัน เปรียบเทียบกับการตรวจปริมาณไฮดรอกซีเมทิลเฟอร์ฟิวราล ซึ่งเป็นดัชนีมาตรฐาน พบว่า วิธีทั้งสองสามารถใช้ตรวจสอบนมผงในนมตัวอย่างได้เช่นเดียวกับการวัดด้วยดัชนีมาตรฐาน การตรวจการผสมนมผงในนมด้วยวิธีวัดปริมาณทริปโทเฟนและไทออลอิสระสามารถตรวจการผสมนมผงได้ที่ระดับต่ำสุดที่ 0.625% และ 0.250% ตามลำดับ การนำวิธีที่ 1 ไปตรจสอบตัวอย่างนมที่มีนมผงผสม0.625% และ 11.25% มีความผิดพลาดเฉลี่ย 12.5% และ 2% ตามลำดับ แต่การตรวจการผสมนมผงด้วยวิธีวัดปริมาณไทออลอิสระในนมที่มีนมผงที่ระดับเดียวกัน พบว่ามีความผิดพลาดเฉลี่ย 6% และ 1.3% ตามลำดับ วิธีที่ 1 และวิธีที่ 2 สามารถนำไปใช้ในการตรวจสอบได้สะดวกในเวลาสั้น 15-20 นาทีต่อ 1 ตัวอย่าง ต้นทุนในการตรวจสอบต่ำ และสามารถใช้ในห้องปฏิบัติการที่มีเครื่องวัดฟลูออเรสเซนต์ และวัดค่าการดูดกลืนแสง แต่อย่างไรก็ตามวิธีทั้งสองไม่สามารถนำไปตรวจสอบกับนมแปรรูปที่มีรสหวานและนมที่เก็บไว้เป็นเวลานานเนื่องจากไทออลอิสระขึ้นกับระยะเวลาการเก็บนม

บรรณานุกรม :
พรพิมล ม่วงไทย . (2546). การพัฒนาวิธีการตรวจหานมผงในตัวอย่างนม.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พรพิมล ม่วงไทย . 2546. "การพัฒนาวิธีการตรวจหานมผงในตัวอย่างนม".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พรพิมล ม่วงไทย . "การพัฒนาวิธีการตรวจหานมผงในตัวอย่างนม."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print.
พรพิมล ม่วงไทย . การพัฒนาวิธีการตรวจหานมผงในตัวอย่างนม. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.