| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาระบบการผลิตทางการเกษตรในเขตป่าสงวนแห่งชาติ : ศึกษาเฉพาะกรณีบ้านทุ่งนางครวญตำบลชะแล อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี |
| นักวิจัย | : | วาณี ศิลประสาทเอก |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2546 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1162546000555 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) สภาพพื้นฐานทางเกษตรนิเวศเศรษฐกิจและสังคม 2) รูปแบบและลักษณะของระบบการผลิตทางการเกษตร 3) ศักยภาพ ข้อจำกัดและแนวทางในการพัฒนาระบบการผลิตทางการเกษตรของชุมชนบ้านทุ่งนางครวญ ตำบลชะแลอำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี โดยทำการศึกษา 130 ครัวเรือน และมีการคัดเลือกเกษตรกรตัวแทนแบบเจาะจง 26 ครัวเรือน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้การสำรวจ การสัมภาษณ์ และการสังเกต การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าสถิติร้อยละสำหรับข้อมูลเชิงปริมาณ และใช้การวิเคราะห์เนื้อหาสำหรับข้อมูลเชิงคุณภาพ ผลการวิจัยมีดังนี้ 1) จากสภาพพื้นฐานทางเกษตรนิเวศ เศรษฐกิจและสังคม รูปแบบของระบบการผลิตทางการเกษตร รวมถึงสภาพการยังชีพของเกษตรกร สามารถนำมาจัดจำแนกประเภทเกษตรกรได้ 3 ประเภท คือ ~iฟาร์มขนาดเล็ก~i มีพื้นที่ต่อหน่วยแรงงานไม่เกิน 10 ไร่พบว่าเกษตรกรกลุ่มนี้มีรายได้ในภาคการเกษตรต่ำกว่าเส้นยังชีพ สาเหตุเนื่องจากมีข้อจำกัดในด้านขนาดพื้นที่และมีต้นทุนการผลิตสูง ~iฟาร์มขนาดกลาง~i มีพื้นที่ต่อหน่วยแรงงาน11-30 ไร่ พบทั้งเกษตรกรที่มีรายได้ในภาคการเกษตรสูงกว่าเส้นยังชีพและต่ำกว่าเส้นยังชีพโดยเกษตรกรที่มีรายได้ในภาคการเกษตรสูงกว่าเส้นยังชีพ สาเหตุเนื่องจากสามารถลดต้นทุนการผลิตได้ โดยทำเกษตรปลอดสารพิษและเลี้ยงโคพื้นเมืองร่วมกับการปลูกพืช ส่วนเกษตรกรที่มีรายได้ในภาคการเกษตรต่ำกว่าเส้นยังชีพ สาเหตุเนื่องจากมีต้นทุนการผลิตสูงและไม่สามารถต่อรองราคาผลผลิตได้ ~iฟาร์มขนาดใหญ่~i มีพื้นที่ต่อหน่วยแรงงานเกิน 30 ไร่พบว่าเกษตรกรมีรายได้ในภาคการเกษตรสูงกว่าเส้นยังชีพค่อนข้างสูง เนื่องจากมีพื้นที่ขนาดใหญ่ ทุนเป็นของตนเอง สามารถหาตลาดและติดต่อขายผลผลิตด้วยตนเองได้ 2) จากการวิเคราะห์เส้นแห่งการยังชีพ โดยใช้สมการการยังชีพ นำมาคำนวณพื้นที่การผลิตที่ทำให้ครัวเรือนเกษตรกรที่มีสมาชิก 4 คน สามารถสร้างรายได้ในภาคการเกษตรเพียงพอต่อการยังชีพพบว่า พืชที่ปลูกเพื่อการบริโภคไม่มีการจำหน่าย ได้แก่ข้าวนั้น มีพื้นที่การผลิตที่ทำให้ได้ผลผลิตพอเพียงสำหรับการบริโภค คือ 2.74 ไร่/ครัวเรือน สำหรับพืชที่ปลูกเพื่อเป็นรายได้หลัก พบว่า พื้นที่การปลูกพืชที่ทำให้เกษตรกรสร้างรายได้พอเพียงต่อการยังชีพโดยเรียงขนาดพื้นที่จากน้อยไปหามาก ได้แก่ การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม (2.74 ไร่/ครัวเรือน)ผัก (5.09 ไร่/ครัวเรือน) พริก (8.81 ไร่/ครัวเรือน) มันสำปะหลัง (14.78 ไร่/ครัวเรือน)ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (29.10 ไร่/ครัวเรือน) ข้าวโพดหวาน (60.67 ไร่/ครัวเรือน)และ ฟักทอง (124.09 ไร่/ครัวเรือน) ตามลำดับ จากผลการวิจัย สามารถนำมาเป็นแนวทางการจัดสรรพื้นที่ทำการเกษตร พัฒนาระบบการผลิตทางการเกษตรที่เหมาะสมกับเกษตรกรแต่ละประเภท สิ่งจำเป็น คือ การไตร่ตรองและการคิดใหม่ในการพัฒนาวิถีชีวิตที่จะนำไปสู่การอยู่รอดของเกษตรกรและทำให้สามารถพึ่งตนเองได้ในภาวะวิกฤติของสังคม |
| บรรณานุกรม | : |
วาณี ศิลประสาทเอก . (2546). การศึกษาระบบการผลิตทางการเกษตรในเขตป่าสงวนแห่งชาติ : ศึกษาเฉพาะกรณีบ้านทุ่งนางครวญตำบลชะแล อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วาณี ศิลประสาทเอก . 2546. "การศึกษาระบบการผลิตทางการเกษตรในเขตป่าสงวนแห่งชาติ : ศึกษาเฉพาะกรณีบ้านทุ่งนางครวญตำบลชะแล อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วาณี ศิลประสาทเอก . "การศึกษาระบบการผลิตทางการเกษตรในเขตป่าสงวนแห่งชาติ : ศึกษาเฉพาะกรณีบ้านทุ่งนางครวญตำบลชะแล อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print. วาณี ศิลประสาทเอก . การศึกษาระบบการผลิตทางการเกษตรในเขตป่าสงวนแห่งชาติ : ศึกษาเฉพาะกรณีบ้านทุ่งนางครวญตำบลชะแล อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.
|
