| ชื่อเรื่อง | : | ทัศนคติความพึงพอใจและการใช้ประโยชน์ของผู้ชมรายการตีสิบ ทางสถานีวิทยุ โทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 3 อ.ส.ม.ท. |
| นักวิจัย | : | อนุชิต มุรธาทิพย์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2541 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=60811 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยเรื่อง ทัศนคติ ความพึงพอใจและการใช้ประโยชน์ของผู้ชมรายการ ตีสิบ ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 3 อ.ส.ม.ท. มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาข้อมูลเกี่ยว กับลักษณะทางประชากรศาสตร์ ทัศนคติต่อรายการ พฤติกรรมการชม ความพึงพอใจและการใช้ ประโยชน์ของผู้ชมรายการทางสถานีวิทยุโทรทัศนไทยทีวีสีช่อง 3 อ.ส.ม.ท. และศึกษาความ สัมพันธ์ระหว่างลักษณะทางประชากรศาสตร์ของผู้ชมกับทัศนคติต่อรายการ พฤติกรรมการชม รยการ และความพึงพอใจและการใช้ประโยชน์ จากการชมรายการ ตีสิบ รวมทั้งศึกษาความ สัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการชมรายการ ตีสิบ กับความพึงพอใจและการใช้ประโยชน์จาก การชมรยการ ตีสิบ และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างทัศนคติต่อรายการ ตีสิบ กับความ พึงพอใจและการใช้ประโยชน์จากการชมรายการ ตีสิบ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ โดยใช้แบบสอบถามในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประชากรที่ศึกษา ได้แก่ ประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปที่เข้าร่วมชมการบันทึกเทปรายการ ตีสิบ ในห้องส่ง โดยเก็บข้อมูลแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จากผู้เข้าชมรายการ ซึ่งแบ่งเป็น 4 กลุ่ม ๆ ละ 100 คนต่อสัปดาห์ จำนวน 400 คน สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล ใช้สถิติต่าง ๆ ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย การเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยสำหรับประชากรสองกลุ่ม ที่เป็นอิสระต่อกัน (T-Test) การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว (One-Way ANOVA) ใช้การวิเคราะห์โดยการทดสอบแบบไคสแควร์ (Chi-Square) และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ แบบเพียร์สัน (Pearsons Product Moment Correlation) ผลการวิจัย พบว่ากลุ่มตัวอย่างที่เข้าชมรายการ ตีสิบ ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มี อายุระหว่าง 18-23 ปี การศึกษาระดับปริญญาตรี อาชีพนักเรียนและนักศึกษา และมีรายได้ต่อเดือน ต่ำกว่า 10,000 บาท สำหรับพฤติกรรมในการชมรายการ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ชมบ่อยๆ (3 ครั้ง ต่อเดือน) และชมเป็นเวลานานมากกว่า 8 เดือนขึ้นไป โดยตั้งใจชมมากแต่เปลี่ยนช่องเมื่อมีโฆษณา และชอบชมช่วงเรียบทีวีมากที่สุดและชอบเป็นอันดับ 1 ส่วนทัศนคติต่อรายการ ตีสิบ พบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีทัศนคติทั่วไปต่อรายการ และทัศนคติต่อรายการในแต่ละช่วงดีมาก โดยช่วงเปิดรายการ กลุ่มตัวอย่างมีทัศนคติดีมาก ที่สุด รองลงมาคือช่วงเรียลทีวี ส่วนความพึงพอใจและการใช้ประโยชน์จากรายการ ตีสิบ พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจและการใช้ประโยชน์จากการชมรายการอยู่ในระดับมาก และมีความ พึงพอใจและใช้ประโยชน์จากการชมเพื่อให้ได้รับความเพลิดเพลินและความบันเทิงมากที่สุด รอง ลงมาคือ เพื่อให้ได้รับข่าวสารที่ทันสมัย ทันเหตุการณ์ ทันโลก การทดสอบสมมุติฐาน พบว่ากลุ่มตัวอย่างที่มีลักษณะทางประชากรศาสตร์ ได้แก่ เพศที่ แตกต่างกันจะมีทัศนคติต่อรายการ ตีสิบ ไม่แตกต่างกัน แต่กลุ่มตัวอย่างที่มีอายุ ระดับการ ศึกษา อาชีพ และรายได้ที่แตกต่างกัน จะมีทัศนคติแตกต่างกัน โดยกลุ่มตัวอย่างที่มีอายุ 35 ปี ขึ้นไป การศึกษาระดับประถมศึกษา อาชีพนักเรียน/นักศึกษา และรายได้ต่อเดือนต่ำกว่า 10,000 บาท จะมีทัศนคติต่อรายการดีมากกว่ากลุ่มอื่นๆ เพศที่แตกต่างกันจะมีพฤติกรรมในการชมรายการ ตีสิบ ไม่แตกต่างกัน แต่กลุ่มตัวอย่าง ที่มีอายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ แตกต่างกัน จะมีพฤติกรรมในการชมรายการ แตกต่างกัน โดยกลุ่มตัวอย่างที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ระดับการศึกษามัธยมศึกษา อาชีพข้าราชการ/ พนักงานรัฐวิสาหกิจ รายได้ต่อเดือน 30,000 บาทขึ้นไป ส่วนใหญ่จะมีความถี่ในการชมรายการ ตีสิบ มากที่สุด สำหรับระยะเวลาในการชมรายการ ตีสิบ พบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ชม มากกว่า 8 เดือนขึ้นไป โดยมีอายุ 35 ปีขึ้นไป การศึกษาระดับมัธยมศึกษา อาชีพข้าราชการ/ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และพบว่ากลุ่มตัวอย่างที่มีรายได้ต่อเดือนแตกต่างกัน จะมีระยะเวลาในการ ชมรายการไม่แตกต่างกัน เพศที่แตกต่างกันจะมีความพึงพอใจและการใช้ประโยชน์จากรายการ ตีสิบ ไม่แตกต่างกัน แต่กลุ่มตัวอย่างที่มีอายุ ระดับการศึกษา อาชีพและรายได้ต่อเดือน แตกต่างกันจะมีความ พึงพอใจและการใช้ประโยชน์แตกต่างกัน โดยกลุ่มตัวอย่างที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป การศึกษา ระดับประถมศึกษา อาชีพแม่บ้าน รายได้ต่อเดือนต่ำกว่า 10,000 บาท จะมีความพึงพอใจและ การใช้ประโยชน์จากการชมมากที่สุด สำหรับพฤติกรรมการชมรายการ ตีสิบ ที่แตกต่างกันจะมีความพึงพอใจและการใช้ ประโยชน์จากการชมรายการ ตีสิบ แตกต่างกัน คือกลุ่มตัวอย่างที่มีความถี่ในการชมรายการ ตีสิบ บ่อย ๆ (3 ครั้งต่อเดือน) จะมีความพึงพอใจและการใช้ประโยชน์จากการชมรายการ มากที่สุด รองลงมา คือชมทุก ๆ ครั้ง (4 ครั้งต่อเดือน) และกลุ่มตัวอย่างที่มีระยะเวลา การชมมากกว่า 8 เดือน จะมีความพึงพอใจและการใช้ประโยชน์จากการชมรายการมากที่สุด รองลงมาคือ มีระยะเวลาในการชม 1-4 เดือน ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างทัศนคติต่อรายการ ตีสิบ กับความพึงพอใจและการใช้ ประโยชน์จากการชมรายการ ตีสิบ พบว่ามีความสัมพันธ์ในทางบวก คือกลุ่มตัวอย่างที่มี ทัศนคติต่อรายการตีสิบ ดีมากเท่าไร จะมีความพึงพอใจและการใช้ประโยชน์จากการชมรายการ มากเท่านั้น ในส่วนข้อเสนอแนะและความคิดเห็นอื่น ๆ ที่มีต่อรายการ ตีสิบ พบว่ากลุ่มตัวอย่าง ต้องการให้ปรับปรุงมากที่สุด ดังนี้ ช่วงต้นตอนเปิดรายการให้เพิ่มเนื้อหาสาระให้มากขึ้น ช่วงเรียลทีวี ต้องการให้ เพิ่มเนื้อหาสาระให้หลากหลายและเพิ่มเวลา ช่วงสัมภาษณ์บุคคล ต้องการให้แขกรับเชิญมีความ หลากหลาย น่าสนใจ อาจไม่ใช่ดารา แต่เป็นคนที่ทำประโยชน์ให้แก่สังคมหรือเป็นผู้ด้อยโอกาส ทางสังคม ช่วงโชว์เพลง ต้องการให้นักร้องรับเชิญมีความหลากหลายเปลี่ยนเป็นโชว์ ประเภทอื่น ๆ แทน ช่วงสตาร์สโจ๊กส์ ควรปรับปรุงให้ตลกและขำกว่านี้ ช่วง 108 มงกุฏ ควรปรับปรุงให้มีมุขตลกแปลก ๆ ใหม่ ๆ และมีเนื้อหาสาระเข้าใจง่ายกว่านี้ |
| บรรณานุกรม | : |
อนุชิต มุรธาทิพย์ . (2541). ทัศนคติความพึงพอใจและการใช้ประโยชน์ของผู้ชมรายการตีสิบ ทางสถานีวิทยุ โทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 3 อ.ส.ม.ท..
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อนุชิต มุรธาทิพย์ . 2541. "ทัศนคติความพึงพอใจและการใช้ประโยชน์ของผู้ชมรายการตีสิบ ทางสถานีวิทยุ โทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 3 อ.ส.ม.ท.".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อนุชิต มุรธาทิพย์ . "ทัศนคติความพึงพอใจและการใช้ประโยชน์ของผู้ชมรายการตีสิบ ทางสถานีวิทยุ โทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 3 อ.ส.ม.ท.."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print. อนุชิต มุรธาทิพย์ . ทัศนคติความพึงพอใจและการใช้ประโยชน์ของผู้ชมรายการตีสิบ ทางสถานีวิทยุ โทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 3 อ.ส.ม.ท.. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.
|
