| ชื่อเรื่อง | : | หนังสือพิมพ์ไทยกับนายกรัฐมนตรี : กรณีศึกษาภาวะผู้นำของชวน หลีกภัย (2535-2538) |
| นักวิจัย | : | บูฆอรี ยีหมะ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=60393 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | สื่อมวลชนมีบทบาทมากขึ้นทุกทีในสังคมไทยปัจจุบัน อาจกล่าวได้ว่าอิทธิพลของ สื่อมวลชนส่งผลกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลและนักการเมือง ในสายตาของประชาชน บ่อยครั้งที่สื่อมวลชนสร้างความไม่พอใจแก่รัฐบาลหรือนักการเมือง เมื่อนำเสนอข่าวที่ส่งผลกระทบในด้านลบต่อชื่อเสียง เกียรติภูมิของพวกเขา แต่ทว่า สื่อมวลชนมักปกป้องการทำงานของตนเองอยู่เสมอว่า นำเสนอข่าวอย่าง ตรงไปตรงมาตามที่เกิดขึ้นจริง ด้วยการยึดมั่นในหลัก ภาวะวิสัย (Objectivity) ทำหน้าที่เป็น กระจกเงา(Mirror) สะท้อนความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในสังคมอย่างแท้จริง ตรงไปตรงมา แต่กระนั้น หลัก ภาวะวิสัย ที่สื่อมวลชนยึดมั่นไม่อาจเป็นจริงได้ เพราะใน ขณะเดียวกัน สื่อมวลชนยังยอมรับในบทบาทของตนเองว่าเป็น หมาเฝ้าบ้าน(Watchdog) อีกด้วย ภารกิจของ หมาเฝ้าบ้าน ก็คือ การตักเตือน คัดค้าน ทักท้วงความไม่ชอบมาพากล ที่เกิดขึ้นในสังคม และแนะนำทิศทางที่สังคมควรจะไป สื่อมวลชนยังดำรงบทบาทของ การสร้างความจริง(Reality Construction) ด้วยการสร้าง นิยาม หรือให้ความหมายแก่เหตุการณ์ทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และบทบาทประการสุดท้าย สื่อมวลชนทำหน้าที่กำหนดประเด็นความสนใจ (Agenda Setting) แก่ผู้รับข่าวสารว่าควรให้ความสนใจกับข่าวใด ข่าวใดต้องสนใจมากเป็นพิเศษ หรือข่าวใดควรละเลย ด้วยกระบวนการเลือกสรรข่าว และรูปแบบหรือวิธีการนำเสนอของ สื่อมวลชน หลักภาวะวิสัย หรือการรายงานข่าวอย่างตรงไปตรงมาตามที่สื่อมวลชนมักนำมาใช้เพื่อ ปกป้องการทำงานของตนเอง จึงไม่อาจเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์ในโลกของความเป็นจริง เพราะ บทบาทที่เหลือ 3 ประการหลังเป็นสิ่งที่คอยขัดขวางไม่ให้เกิดขึ้น และบทบาท 3 ประการหลัง เป็นภาพสะท้อนอย่างดีว่าสื่อมวลชนนั้นได้ทำหน้าที่ของการตัดสินความจริง (Reality Judgement) ที่เกิดขึ้นในสังคมตามความคิด ความเชื่อ อคติ หรืออุดมการณ์ที่บุคลากรใน วงการสื่อมวลชนยึดมั่นอยู่ ผู้วิจัยได้ข้อสรุปข้างต้นหลังจากดำเนินการศึกษาวิทยานิพนธ์ในหัวข้อ หนังสือพิมพ์ไทยกับนายกรัฐมนตรี:กรณีศึกษาภาวะผู้นำของชวน หลีกภัย (2535-2538) หนังสือพิมพ์แสดงการสนับสนุนชวน หลีกภัย ว่าเป็นผู้มีภาวะผู้นำ เหมาะสมสำหรับ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตั้งแต่ยังอยู่ในช่วงของการหาเสียงเลือกตั้ง เมื่อเดือน กันยายน ปี 2535 ส่วนใหญ่ต่างเห็นว่า ชวน หลีกภัย มีความโดดเด่นและได้เปรียบเหนือ นักการเมืองรายอื่นดังนี้คือ 1. มีประวัติทางการเมืองที่ได้รับการยอมรับมานานว่าซื่อสัตย์ สุจริต 2. เดินสายกลาง ประนีประนอมไม่แตกหัก 3. ยึดมั่นในระบบรัฐสภาเห็นการต่อสู้ทางการเมืองนอกสภาฯเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม 4. ยึดมั่นในหลักการ/หลักกฎหมาย อาจกล่าวได้ว่า การนำเสนอของหนังสือพิมพ์ส่วนใหญ่ต่อบุคลิก ลักษณะและความเป็น ผู้นำทางการเมืองของชวน หลีกภัย ในช่วงนี้มีที่มาจากส่วนผสมระหว่างประวัติส่วนตัว ในอดีตของเขานับตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตการเป็นนักการเมือง ผสมกับท่าทีและจุดยืนทาง การเมืองในช่วงของเหตุการณ์เรียกร้องประชาธิปไตยเดือนพฤษภาคม ปี 2535 ซึ่งหนังสือพิมพ์ เห็นว่า ชวน หลีกภัย ไม่นิยมความรุนแรงเน้นการประนีประนอม ต่างจาก พล.ต.จำลอง ศรีเมือง อดีตผู้นำพรรคพลังธรรม ที่หนังสือพิมพ์เห็นว่ามีจุดยืนที่แข็งกร้าว ไม่ยอมประนีประนอม ในเหตุการณ์เดียวกันนี้ เมื่อชวน หลีกภัย และพรรคประชาธิปัตย์มีคะแนนเหนือพรรคการเมืองอื่นในการ เลือกตั้ง และได้รับพระราชโองการจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี จึงได้รับการขานรับอย่างดียิ่งจากหนังสือพิมพ์ บางฉบับถึงกับสรุปว่า ชวน หลีกภัย เป็นแบบฉบับของนักการเมืองที่นักการเมืองรายอื่น ๆ สมควรต้องดำเนินรอยตาม และเป็นความหวังต่อพัฒนาการประชาธิปไตยในสังคมไทยอีกด้วย แต่ทว่า หลังจากการบริหารประเทศไปได้ไม่นาน เสียงชื่นชมยินดีที่มีต่อชวน หลีกภัย ก็เริ่มแปรเปลี่ยนไป เมื่อหนังสือพิมพ์เห็นว่าการบริหารประเทศของชวน หลีกภัย ไม่เป็น ไปตามที่พวกเขาเคยคาดหวังเอาไว้ บุคลิก ลักษณะและคุณสมบัติอันโดดเด่นของชวน หลีกภัย ที่มีเหนือนักการเมืองรายอื่น ถูกหนังสือพิมพ์นำมาใช้เป็นเกณฑ์ในการวิพากษ์วิจารณ์ ถึงความบกพร่องหรือเป็นอุปสรรคในการบริหารประเทศ บุคลิกลักษณะและคุณสมบัติอันโดดเด่นของชวน หลีกภัย จึงแปรเปลี่ยนไปจากแง่บวก กลายเป็นแง่ลบไปเสียแล้ว และในท้ายที่สุด เมื่อหนังสือพิมพ์เห็นว่าชวน หลีกภัย ไร้ประสิทธิภาพ ขาดภาวะผู้นำ คุณสมบัติอันโดดเด่นอันหนึ่งคือ การยึดมั่นในหลักการ ได้กลายเป็นบทสรุปภาวะผู้นำของชวน หลีกภัย ในสายตาของหนังสือพิมพ์ เมื่อหนังสือพิมพ์ ให้ข้อสรุปว่าชวน หลีกภัย เป็น ผู้นำหลักเสื่อม วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงได้ข้อสรุปว่า ข้อมูลข่าวสารที่ผู้อ่านได้รับจากหนังสือพิมพ์ นั้น มิได้ปลอดจากอคติ ความคิด ความเชื่อ หรืออุดมการณ์ของบุคลากรในองค์กรหนังสือพิมพ์ ดังนั้นการรู้เท่าทันสื่อมวลชนจึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง การอ่านหนังสือพิมพ์หรือรับข้อมูล ข่าวสารจากสื่อมวลชนแขนงอื่น ๆ นั้น จึงต้องดำเนินไปด้วยความตระหนักรู้ ตื่นตัวอยู่ ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้ตกลงไปสู่กับดักหรือหลุมพรางที่หนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนแขนง ต่าง ๆ ขุดล่อรอเอาไว้ ไม่ว่าจะกระทำไปเพื่อจุดมุ่งหมายใด หรือเพื่ออุดมการณ์ อุดมคติ ความคิด ความเชื่อใด ๆ ก็ตาม |
| บรรณานุกรม | : |
บูฆอรี ยีหมะ . (2540). หนังสือพิมพ์ไทยกับนายกรัฐมนตรี : กรณีศึกษาภาวะผู้นำของชวน หลีกภัย (2535-2538).
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. บูฆอรี ยีหมะ . 2540. "หนังสือพิมพ์ไทยกับนายกรัฐมนตรี : กรณีศึกษาภาวะผู้นำของชวน หลีกภัย (2535-2538)".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. บูฆอรี ยีหมะ . "หนังสือพิมพ์ไทยกับนายกรัฐมนตรี : กรณีศึกษาภาวะผู้นำของชวน หลีกภัย (2535-2538)."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print. บูฆอรี ยีหมะ . หนังสือพิมพ์ไทยกับนายกรัฐมนตรี : กรณีศึกษาภาวะผู้นำของชวน หลีกภัย (2535-2538). กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.
|
