| ชื่อเรื่อง | : | ทัศนะของพนักงานสอบสวนต่อการแก้ไขปรับปรุงกระบวนการ สอบสวนคดีอาญา:ศึกษาเฉพาะกรณีกองบัญชาการตำรวจนครบาล |
| นักวิจัย | : | วินัย รุ่งรักสกุล |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2537 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=59953 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | เมื่อปี พ.ศ.2526 สมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมาพิจารณาปรับปรุงแก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา พ.ศ.2477 เนื่องจากเห็นว่ากฎหมายดังกล่าว ใช้มานานแล้ว ซึ่งคณะกรรมการได้ศึกษาพิจารณาต่อเนื่อง มาโดยตลอดและได้เสนอให้มีการปรับปรุงประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา พ.ศ.2477 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ กระบวนการสอบสวนคดีอาญาใน 4 ประการ คือ 1. ให้ศาลเท่านั้นมีอำนาจออกหมายอาญา คือ หมายค้น หมายจับ 2. ลดระยะเวลาควบคุมผู้ต้องหาในชั้นสอบสวนจาก 7 วัน เหลือ 24 ชั่วโมง 3. ให้อัยการมีอำนาจสอบสวน และเข้ามาควบคุม การสอบสวน 4. ให้สิทธิ์ผู้ต้องหาในการมีทนายร่วมฟังการสอบสวน และให้คำปรึกษาแนะนำขณะให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน ประเด็นดังกล่าว ได้รับการโต้แย้งจากฝ่ายปกครอง และตำรวจเป็นอย่างมาก โดยอ้างว่าการแก้ไขปรับปรุง ดังกล่าวจะเป็นอุปสรรคในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม นอกจากนั้นในเรื่องนี้ยังได้รับความสนใจจากประชาชนและ สื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ จำนวนมาก ได้ออกมาแสดง ความคิดเห็นทั้งในแง่ที่เห็นด้วยกับการแก้ไขปรับปรุง กระบวนการสอบสวนคดีอาญาของคณะกรรมการและไม่เห็นด้วย ผู้ศึกษาเห็นว่า การแก้ไขปรับปรุงกระบวนการสอบสวน คดีอาญาทั้ง 4 ประการมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะการแก้ไข ปรับปรุงดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อสังคมและประชาชนทั้งประเทศ เนื่องจากประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา พ.ศ.2477 เป็นกฎหมายที่มีผลบังคับใช้ทั่วประเทศและบัญญัติถึงวิธีดำเนิน การทางกระบวนการยุติธรรม เกี่ยวกับความเป็นธรรมในสังคม และเกี่ยวกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สิทธิเสรีภาพ ของประชาชน ซึ่งผู้ศึกษาเคยปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานสอบสวน มาเป็นระยะเวลานานพอสมควรพบว่า การสอบสวนคดีอาญา เป็นปัญหาที่ละเอียดอ่อนและซับซ้อน จึงได้สนใจที่จะดำเนิน การศึกษาเกี่ยวกับการแก้ไขปรับปรุงกระบวนการสอบสวนคดี อาญา โดยสำรวจความคิดเห็นของตำรวจที่ทำหน้าที่เป็น พนักงานสอบสวน ซึ่งเป็นระดับผู้ปฏิบัติงานว่ามีทัศนะอย่างไร และยังศึกษาระบบการสอบสวนคดีอาญาของต่างประเทศ ซึ่งเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วเช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา อังกฤษ เยอรมัน และญี่ปุ่น เพื่อทราบถึงกระบวนการสอบสวนที่แตกต่าง กันอีกด้วย และจะได้นำเสนอผลการศึกษาแก่คณะกรรมการแก้ไข ปรับปรุงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เป็นข้อพิจารณา ในการแก้ไขปรับปรุงกระบวนการสอบสวนคดีอาญาให้เกิด ประโยชน์สูงสุดต่อไป การศึกษาทัศนะของพนักงานสอบสวน ต่อการแก้ไข ปรับปรุงกระบวนการสอบสวนคดีอาญาครั้งนี้ กลุ่มตัวอย่าง คือ พนักงานสอบสวนระดับ สารวัตรและรองสารวัตรสอบสวนในสังกัด กองบัญชาการตำรวจนครบาล (กรุงเทพมหานคร) ทั้ง 69 สถานีตำรวจ มีจำนวน 672 คน ซึ่งใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือ ในการศึกษา มีผู้ตอบแบบสอบถาม 511 คน คิดเป็นร้อยละ 76.04 ของจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด สำหรับสถิติที่ใช้ในการศึกษาและการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์ สหสัมพันธ์เพียรสัน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นบันได สมมุติฐานที่ใช้ในการศึกษา 1. พนักงานสอบสวนมีทัศนะไม่เห็นด้วยต่อการแก้ไข ปรับปรุงกระบวนการสอบสวนคดีอาญาในประเด็นที่คณะกรรมการ เสนอทั้ง 4 ประเด็น 2. อายุ ตำแหน่ง ระดับการศึกษา ระยะเวลาปฏิบัติ หน้าที่ในการสอบสวน ปริมาณคดีที่มีอยู่ในความรับผิดชอบของ พนักงานสอบสวนใน 1 ปี สัมพันธ์กับการแสดงทัศนะต่อการแก้ไข ปรับปรุงกระบวนการสอบสวนคดีอาญา ผลการศึกษา พนักงานสอบสวนส่วนใหญ่ มีทัศนะไม่เห็นด้วยต่อการแก้ไข ปรับปรุงกระบวนการสอบสวนคดีอาญาทั้ง 4 ประการ คือ - การให้ศาลเท่านั้นมีอำนาจออกหมายอาญา - การลดระยะเวลาควบคุมผู้ต้องหาในชั้นสอบสวนเหลือ 24 ชั่วโมง - ให้อัยการมีอำนาจสอบสวนและเข้ามาควบคุมการสอบสวน - ผู้ต้องหามีสิทธิ์ในการมีทนายร่วมฟังการสอบสวน และ ให้คำปรึกษาขณะให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน โดยพนักงานสอบสวนให้ความเห็นว่า การแก้ไขปรับปรุง กระบวนการสอบสวนคดีอาญาดังกล่าว ยังไม่เหมาะสมที่จะนำมา ใช้กับประเทศไทย เนื่องจากพนักงานสอบสวนส่วนใหญ่เห็นว่า ปัญหาและอุปสรรคในกระบวนการสอบสวนคดีอาญาไม่ใช่เกิดจาก โครงสร้างของกระบวนการสอบสวน แต่ปัญหาเกิดจากบุคลากร ซึ่งมีจำนวนน้อย งานมีปริมาณมากจนเกินขีดความสามารถที่จะ ดำเนินการให้มีประสิทธิภาพและสมบูรณ์ได้ และยังมีปัญหา ในเรื่องสวัสดิการเครื่องมืออุปกรณ์เครื่องใช้ที่สนับสนุน การสอบสวนยังมีไม่เพียงพอ นอกจากนั้นพนักงานสอบสวน ยังให้ความเห็นว่าลักษณะสังคม วัฒนธรรม และกระบวนการ ยุติธรรมทั้งระบบที่ศาล อัยการ และตำรวจของต่างประเทศ แตกต่างจากประเทศไทย พนักงานสอบสวนส่วนใหญ่ จึง ไม่เห็นด้วยต่อการแก้ไขปรับปรุงกระบวนการสอบสวนคดีอาญา ในประเด็นที่ศึกษา สำหรับความสัมพันธ์ทางด้าน อายุ ตำแหน่ง ระดับ การศึกษา ระยะเวลาปฏิบัติหน้าที่ในงานสอบสวน ปริมาณคดี ที่มีอยู่ในความรับผิดชอบของพนักงานสอบสวนกับการแก้ไข ปรับปรุงกระบวนการสอบสวนคดีอาญา พบว่าระยะเวลาในการ ปฏิบัติหน้าที่สอบสวนต่ำกว่า 2 ปี ระดับการศึกษาชั้นปริญญาโท และจำนวนคดีที่รับผิดชอบมีความสัมพันธ์กับการแก้ไขปรับปรุง กระบวนการสอบสวนคดีอาญามีนัยสำคัญที่ .05 จึงอธิบายได้ว่า การจะแก้ไขปรับปรุงกระบวนการสอบสวนคดีอาญาให้มีประสิทธิภาพ และอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนได้อย่างแท้จริงนั้น บุคคล ที่จะมาเป็นพนักงานสอบสวนเอง จะต้องมีประสบการณ์ในการ ทำงานสอบสวนมาเป็นระยะเวลานานพอสมควร และต้องมี การศึกษาความรู้เกี่ยวกับงานสอบสวนเป็นอย่างดี ซึ่งเป็น ปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้การสอบสวนคดีอาญาสมบูรณ์มีประสิทธิภาพ และอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนอย่างแท้จริง |
| บรรณานุกรม | : |
วินัย รุ่งรักสกุล . (2537). ทัศนะของพนักงานสอบสวนต่อการแก้ไขปรับปรุงกระบวนการ สอบสวนคดีอาญา:ศึกษาเฉพาะกรณีกองบัญชาการตำรวจนครบาล.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วินัย รุ่งรักสกุล . 2537. "ทัศนะของพนักงานสอบสวนต่อการแก้ไขปรับปรุงกระบวนการ สอบสวนคดีอาญา:ศึกษาเฉพาะกรณีกองบัญชาการตำรวจนครบาล".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วินัย รุ่งรักสกุล . "ทัศนะของพนักงานสอบสวนต่อการแก้ไขปรับปรุงกระบวนการ สอบสวนคดีอาญา:ศึกษาเฉพาะกรณีกองบัญชาการตำรวจนครบาล."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2537. Print. วินัย รุ่งรักสกุล . ทัศนะของพนักงานสอบสวนต่อการแก้ไขปรับปรุงกระบวนการ สอบสวนคดีอาญา:ศึกษาเฉพาะกรณีกองบัญชาการตำรวจนครบาล. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2537.
|
