| ชื่อเรื่อง | : | ความสัมพันธ์ระหว่างรูปแบบ เนื้อหาของรายการมองต่างมุม กับทัศนคติ ความพึงพอใจและการใช้ประโยชน์ของผู้ชมรายการ มองต่างมุม ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง 11 |
| นักวิจัย | : | ชูศักดิ์ รองสวัสดิ์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2536 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=59758 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างรูปแบบเนื้อหา ของรายการมองต่างมุมกับทัศนคติ ความพึงพอใจ และการใช้ ประโยชน์ของผู้ชมรายการมองต่างมุม ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ แห่งประเทศไทย ช่อง 11 มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทัศนคติ ของประชาชนผู้เข้าร่วมรายการมองต่างมุมที่มีต่อรายการมอง ต่างมุม และศึกษาความสัมพันธ์ของรูปแบบเนื้อหาของ รายการ มองต่างมุมกับทัศนคติของผู้เข้าร่วมรายการรวมไปถึงการศึกษา ความน่าเชื่อถือ ความพึงพอใจ และการนำข่าวสารไปใช้ประโยชน์ ของประชาชนผู้เข้าชมรายการมองต่างมุม นอกจากนั้นยังศึกษา เพื่อดูความสัมพันธ์ระหว่างคุณลักษณะด้านประชากร ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษาและอาชีพของผู้เข้าร่วมรายการที่แตกต่างกัน ในการเข้าชมรายการมองต่างมุม ประชากรที่ศึกษาคือ ประชาชน ผู้เข้าร่วมรายการมองต่างมุม กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา คือ ประชาชน ผู้เข้าร่วมรายการมอบต่างมุม จำกัดขอบเขตเฉพาะประชาชนผู้ ที่เข้าร่วมรายการมองต่างมุม ระหว่างวันเสาร์ที่ 13 มีนาคม ถึงวันเสาร์ที่ 24 เมษายน 2536 รวม 7 ครั้งจำนวน 300 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือ แบบสอบถามประเภท ให้ผู้ตอบกรอกคำตอบเอง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ สถิติบรรยายโดยใช้ค่าร้อยละอธิบายภูมิหลังและทัศนคติ การทดสอบ สมมติฐาน เพื่ออธิบายความสัมพันธ์ระหว่างทัศนคติและความน่า เชื่อถือ และตัวแปรที่ศึกษาใช้ T-Test และ One Way Anowa ในส่วนของการทดสอบและการวิเคราะห์ความพึงพอใจรูปแบบ เนื้อหา และผู้ดำเนินรายการมองต่างมุมว่ามีความสัมพันธ์ต่อการ เข้าชมรายการมองต่างมุม ใช้สถิติไคสแควส์อธิบายความสัมพันธ์ ระหว่างตัวแปรที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 ผลการศึกษาวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างที่เข้าร่วมชมรายการ มองต่างมุมจะมีพฤติกรรมเจาะจงในการแสวงหาข่าวสาร และการ ใช้สื่อตามความพอใจ และความต้องการ ทั้งนี้เพื่อตอบสนองความ ต้องการในการรับรู้เหตุการณ์ ความเคลื่อนไหวของข่าวสารต่าง ๆ รวมทั้งต้องการข้อมูลข่าวสารเพื่อนำไปใช้ในการเสริมความคิด และตัดสินใจในข้อมูลข่าวสารที่สนใจนั้น ๆ ซึ่งสอดคล้องกับทฤษฎีการ ใช้ประโยชน์และความพอใจจากการใช้สื่อ (Uses and Fratifica- tions) สำหรับทัศนคติต่อรายการมองต่างมุมพบว่า คุณลักษณะของ ประชากรกลุ่มตัวอย่างไม่มีความสัมพันธ์กับทัศนคติที่มีต่อรายการมอง ต่างมุม ยกเว้น เพศ และอาชีพ ซึ่งปรากฎว่ากลุ่มเพศชายมีมาก กว่า เพศหญิง และสนใจเข้าร่วมรายการเพราะชอบเนื้อหา ต้องการ มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น และชอบรูปแบบรายการ ส่วนอาชีพของ กลุ่มตัวอย่างกลุ่มข้าราชการมีจำนวนร้อยละ 37 รองลงมา มีอาชีพ รับจ้างในจำนวนนี้ ร้อยละ 60 จะติดตาม และเปิดชมรายการทุกครั้ง ที่มีโอกาส กลุ่มตัวอย่างเกินกว่าครึ่งมีทัศนคติความโน้มเอียงทางบวก ในแง่ของการเป็นรายการส่งเสริมและสร้างสำนึกความเป็นประชา- ธิปไตย และเห็นด้วยว่าเป็นรายการที่ส่งเสริมการยอมรับความคิด ที่แตกต่าง รวมทั้งให้ข้อมูลที่ทันสมัยทันต่อเหตุการณ์และช่วยเปิด โลกทัศน์ของผู้ชมได้ดี ในด้านความน่าเชื่อถือต่อรายการมองต่างมุมพบว่า คุณลักษณะ ด้านประชากรไม่มีความสัมพันธ์กับความน่าเชื่อถือที่มีต่อรายการมอง ต่างมุม ส่วนความพึงพอใจในรายการมองต่างมุมพบว่า ความพึงพอใจ ในรูปแบบรายการการนำเสนอเนื้อหาของรายการ และผู้ดำเนินรายการ ไม่มีความสัมพันธ์กับการเข้าชมรายการมองต่างมุม กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ พึงพอใจในเนื้อหาและรูปแบบรายการ และเห็นว่าเหมาะสมดีแล้ว ใน ขณะที่เกินกว่าครึ่งพึงพอใจกับผู้ดำเนินรายการ และเห็นว่าเหมาะสมดีแล้ว นอกจากนั้น กลุ่มตัวอย่างเกินกว่าครึ่งใช้ข้อมูลข่าวสารที่ได้รับจาก รายการ โดยนำไปพัฒนาความคิดในชีวิตประจำวัน นำไปใช้พูดคุยกับ เพื่อนที่ทำงาน และใช้เป็นแหล่งข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องที่สนใจ การทดสอบสมมติฐานพบว่า กลุ่มเพศชายมีความสนใจเข้า ร่วมรายการมองต่างมุมมากกว่าเพศหญิง และอายุของกลุ่ม ตัวอย่างที่เข้าร่วมในรายการมีอายุระหว่าง 31-40 ปี ใน ด้านอาชีพพบว่า อาชีพที่แตกต่างกันของผู้เข้าร่วมรายการ มีความสัมพันธ์ต่อทัศนคติที่มีต่อรายการมองต่างมุม การทดสอบสมมติฐานยังพบว่า ในแง่ของความเชื่อและความ พึงพอใจในรายการปัจจัยที่เป็นคุณลักษณะของประชากรไม่มีผลต่อการเข้า ชมรายการมองต่างมุม รวมไปถึงรูปแบบเนื้อหาการนำเสนอรายการ และผู้ดำเนินรายการ การศึกษาวิจัยครั้งนี้ ช่วยให้ผู้ศึกษาได้ข้อสรุปว่า ถ้าหากศึกษาคุณลักษณะประชากรทั้งหมดของผู้เข้าร่วมรายการ มองต่างมุม คุณลักษณะประชากรไม่มีความสัมพันธ์ผลต่อการเข้า ชมรายการมองต่างมุม หากแยกศึกษาคุณลักษณะประชากรด้านเพศ และอาชีพจะ พบว่ามีความสัมพันธ์ต่อทัศนคติในทางบวกและต่อการเข้าร่วม รายการมองต่างมุม นอกจากนี้ยังพบว่า กลุ่มตัวอย่างผู้สนใจเข้าร่วมรายการจะนำข้อมูล ข่าวสารที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน และนำไปขยายผล ทำให้ ความนิยมและความสนใจของผู้ชมอื่นมีมากขึ้นตามลำดับ ซึ่งผลของการ วิจัยครั้งนี้สามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลในการพิจารณาปรับปรุงรูปแบบเนื้อหา และการดำเนินงานของสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 ในส่วนที่เกี่ยวข้องในโอกาสต่อไปด้วย |
| บรรณานุกรม | : |
ชูศักดิ์ รองสวัสดิ์ . (2536). ความสัมพันธ์ระหว่างรูปแบบ เนื้อหาของรายการมองต่างมุม กับทัศนคติ ความพึงพอใจและการใช้ประโยชน์ของผู้ชมรายการ มองต่างมุม ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง 11.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ชูศักดิ์ รองสวัสดิ์ . 2536. "ความสัมพันธ์ระหว่างรูปแบบ เนื้อหาของรายการมองต่างมุม กับทัศนคติ ความพึงพอใจและการใช้ประโยชน์ของผู้ชมรายการ มองต่างมุม ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง 11".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ชูศักดิ์ รองสวัสดิ์ . "ความสัมพันธ์ระหว่างรูปแบบ เนื้อหาของรายการมองต่างมุม กับทัศนคติ ความพึงพอใจและการใช้ประโยชน์ของผู้ชมรายการ มองต่างมุม ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง 11."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2536. Print. ชูศักดิ์ รองสวัสดิ์ . ความสัมพันธ์ระหว่างรูปแบบ เนื้อหาของรายการมองต่างมุม กับทัศนคติ ความพึงพอใจและการใช้ประโยชน์ของผู้ชมรายการ มองต่างมุม ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง 11. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2536.
|
