ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

อำนาจของฝ่ายปกครองตามประมวลรัษฎากร

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : อำนาจของฝ่ายปกครองตามประมวลรัษฎากร
นักวิจัย : สมศักดิ์ ฎาราณุท
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2535
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=59614
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาเรื่อง อำนาจของฝ่ายปกครองตามประมวลรัษฎากร มีความมุ่งหมายที่จะศึกษาถึงอำนาจตรากฎหมายลำดับรอง อำนาจ เรียกเก็บภาษีอากร และอำนาจบังคับชำระหนี้ขององค์กรเจ้าหน้าที่ ของรัฐฝ่ายปกครองที่มีอยู่ในประมวลรัษฎากร และระบบการควบคุม การใช้อำนาจดังกล่าวว่ามีความถูกต้องและให้ความคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพของประชาชนผู้ถูกประเมินเรียกเก็บภาษีอากร ได้มากน้อยเพียงใด และมีข้อกฎหมายที่ควรได้รับการแก้ไข ปรับปรุงอย่างไรเพื่อให้กฎหมายมีความสมบูรณ์ถูกต้องยิ่งขึ้น การวิจัยในเรื่องนี้เป็นการวิจัยเอกสาร โดยศึกษาประมวล รัษฎากรของไทยตั้งแต่ พ.ศ 2481 จนถึงประมวลรัษฎากร พ.ศ 2534 อันเป็นฉบับปัจจุบันและกฎหมายลำดับรองที่ออก โดยอาศัยอำนาจประมวลรัษฎากรซึ่งเป็นกฎหมายแม่บท ได้แก่ พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ประกาศกระทรวง ประกาศกรม ระเบียบและคำสั่งของกระทรวงการคลังและกรมสรรพากร ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการประเมินภาษี การอุทธรณ์ภาษีอากร การยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สิน รวมทั้งการศึกษา แนวคำพิพากษาฎีกา และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัย ร้องทุกข์ เพื่อพิจารณาถึงหลักเกณฑ์ที่องค์กรดังกล่าวใช้ในการควบคุมอำนาจ ดังกล่าวข้างต้น ผลการวิจัยสรุปได้ว่า ประมวลรัษฎากรให้อำนาจองค์กร เจ้าหน้าที่ของรัฐฝ่ายปกครองในการประเมินภาษีอากรซึ่งเรา เรียกว่า เจ้าพนักงานประเมิน ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การคลังได้แต่งตั้งให้ข้าราชการพลเรือนสามัญตั้งแต่ระดับ 5 ขึ้นไป ในราชการบริหารส่วนกลางและส่วนภูมิภาคของ กรมสรรพากร เป็นเจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินภาษี ไต่สวนสอบสวน หรือซักถามผู้เสียภาษี ผู้นำส่งภาษี หรือ พยานบุคคลเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงมาประกอบการประเมิน เรียกเก็บภาษีอากรจากประชาชนผู้มีหน้าที่ต้องเสียภาษีอากร ภายใต้เงื่อนไขของกฎหมายหากผู้ถูกประเมินาาาาหลีกเลี่ยง ในการชำระภาษีอากร เจ้าพนักงานประเมินก็มีอำนาจในการ บังคับชำระหนี้ โดยการยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สิน ของผู้ค้างภาษีอากร และประมวลรัษฎากรได้กำหนดวิธีการ การใช้อำนาจของเจ้าพนักงานประเมิน โดยให้ผู้ถูกประเมิน ที่เห็นว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถอุทธรณ์การประเมิน ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้ และถ้ายังไม่พอใจผลการ พิจารณาอุทธรณ์ก็สามารถฟ้องคดีต่อศาลภาษีอากรหรือร้องทุกข์ ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการ วินิจฉัยร้องทุกข์ หรือคำพิพากษาของศาล ย่อมมีผลบังคับ ให้กรมสรรพากรหรือเจ้าพนักงานประเมิน ยกเลิก เพิกถอน เปลี่ยนแปลง แก้ไข การประเมินที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายได้ จึงกล่าวได้ว่ากฎหมายได้กำหนดวิธีการควบคุมตรวจสอบ การทำนิติกรรมทางปกครอง โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐไว้ใน ประมวลรัษฎากรด้วย ผู้เขียนมีข้อเสนอแนะว่า ควรมีการกำหนดหลักเกณฑ์ หรือระเบียบปฏิบัติที่สำคัญไว้ในประมวลรัษฎากรมากกว่าที่จะ ให้องค์กรเจ้าหน้าที่ของรัฐฝ่ายปกครอง กำหนดระเบียบ คำสั่งหรือประกาศเองเพราะอาจเป็นช่องทางให้ใช้อำนาจ ตรากฎหมายลำดับรองที่มีผลกระทบต่อสถานภาพและสิทธิ ในทรัพย์สินของประชาชนมากเกินสมควร และโดยมิได้มี การตรวจสอบความถูกต้อง และเห็นควรจะได้มีการกำหนด มาตรการเร่งรัดการพิจารณาอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณา อุทธรณ์ภาษีอากรให้เป็นไปด้วยความรวดเร็ว เพื่อประโยชน์ ของประชาชนด้วย

บรรณานุกรม :
สมศักดิ์ ฎาราณุท . (2535). อำนาจของฝ่ายปกครองตามประมวลรัษฎากร.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สมศักดิ์ ฎาราณุท . 2535. "อำนาจของฝ่ายปกครองตามประมวลรัษฎากร".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สมศักดิ์ ฎาราณุท . "อำนาจของฝ่ายปกครองตามประมวลรัษฎากร."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2535. Print.
สมศักดิ์ ฎาราณุท . อำนาจของฝ่ายปกครองตามประมวลรัษฎากร. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2535.