| ชื่อเรื่อง | : | มหาตมะ คานธี กับการพยายามแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างฮินดูกับมุสลิม |
| นักวิจัย | : | เรือรบ เมืองมั่น |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2534 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=59544 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | มหาตมะ คานธี เป็นผู้นำทางการเมือง และจิตวิญญาณของอินเดีย ที่ ประสบความสำเร็จมากที่สุดในการแก้ไขปัญหา ความขัดแย้งระหว่างชาวฮิน ดูกับชาวมุสลิม ทั้งนี้โดยอาศัยหลักการที่ชื่อว่า หลักสัตยาเคราะห์ หลัก ศัตยาเคราะห์เป็นหลักการณ์ที่ท่านรังสรรค์ขึ้นเองอันได้รับอิทธิพลมาจากการขัด เกลาทางสังคม ระวห่างศาสนาในอินเดีย อาทิ ฮินดูและเช่นกับปรัชญาตะวัน ตก อาทิของรัสกิ้นและตอลสตอย โดยการใช้วิธีอหิงสา หรือการไม่ใช้ความ รุนแรงในการปฏิบัติกิจทุกสิ่งผสานกับคุณลักษณะพิเศษของท่าน อาทิ ความจริงใจแน่วแน่และลักษณะผู้นำ ทำให้ท่านประสบความสำเร็จระดับหนึ่งใน การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างชาวฮินดูกับชาวมุสลิม ในความเป็นจริง ปัญหาความขัดแย้งระหว่างฮินดูกับมุสลิมเกิดขึ้น ยาวนานกว่าหนึ่งพันปีแล้วโดยมีรากฐานมาจากหลักศาสนาของพวกเขาที่ แตกต่างอย่างสุดขั้ว และสงครามทารุณกรรมระหว่างกัน ทั้งมวลนี้บ่มเพาะ ลักษณะนิสัยที่ไม่ประนีประนอมต่อกันให้กับทั้งสองกลุ่มชนต่อมาความรู้สึกไม่ไว้ วางใจในสำนึกของพวกเขาได้ถูกกระตุ้นให้เปิดกว้างขึ้น โดยกระบวนการ ปฏิรูปฟื้นฟูทางวัฒนธรรมและศาสนาในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ปัญหาของสัทธิแบ่ง กลุ่มชนรุนแรงขึ้นเมื่ออินเดียปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่อังกฤษซึ่งเป็นผู้ ปกครองนำมาใช้ เราะชาวมุสลิมไม่ไว้ใจชาวฮินดูที่มีจำนวนประชากรมากกว่า ปัญหานี้นำไปสู่การแบ่งแยกประเทศเป็นสองส่วน คือ อินเดียกับปากีสถาน ภายหลังการได้รับอิสรภาพ เมื่อ ค.ศ 1947 บทบาทของมหาตมะ คานธี ในการแก้ไขปัญหาระหว่างฮินดูกับมุสลิม เริ่มต้นตั้งแต่เมื่อท่านกลับจากแอฟริกาใต้ในปี ค.ศ 1915 บทบาทของท่าน สามารถแบ่งจำแนกออกเป็น 3 ช่วง ดังนี้ 1. ระหว่าง ค.ศ 1919-1922 ท่านสนับสนุนขบวนการกอบกู้ราช บัลลังก์สนับสนุนสถาบันกาหลิบแห่งจักรวรรดิออตโตมัน หรือ ขบวนการคิลาฟัต เพราะว่าฮินดูกับมุสลิมมีวัตถุประสงค์ร่วมกันในเวลานั้น คือ การต่อต้าน อังกฤษ ที่ปกครองด้วยความอลัตย์ แต่เมื่อขบวนการนี้เลือกใช้วิธีการรุนแรง มหาตมะ คานธี จึงจำต้องถอนการสนับสนุน 2. ระหว่าง ค.ศ 1939-1947 ท่านพยายามต่อต้านการแบ่งแยก อินเดียและการสร้างชาติปากีสถานโดยสันนิบาตมุสลิมที่นำโดย โมฮัมเหมิ็ด อาลี จินนาห์ ถึงแม้ว่าท่านคานธีจะไม่ประสบความสำเร็จในการยับยั้งการ แบ่งแยกนี้ แต่ความเชื่อของท่านที่เล็งเห็นผลเสียของการแข่งแยกครั้งนี้ก็เป็น จริง เมื่อการแบ่งแยกนำไปสู่ความรุนแรงและนองเลือดที่สุดในประวัติศาสตร์ อินเดีย 3. ระหว่างครึ่งหลังของ ปี ค.ศ 1947 ภายหลังการแบ่งแยกประ เทศความรุนแรงยังไม่ยุติลง ท่านคานธีจึงต้องปฏิบัติภารกิจเพื่อสันติภาพ โดยการจารึกเข้าไปในพื้นที่ที่เกิดสงครามกลางเมือง เพื่อดับไฟสงครามนั้น ด้วยตัวของท่านเองโดยไม่หวาดหวั่นต่อภยันตรายซึ่งท่านก็ประสบผลสำเร็จ อย่างมหาศาลแต่ในขณะที่ท่านกำลังวางโครงการจะจารึกเพื่อสันติภาพสู่ ปากีสถานเพื่อความปรองดองกันในระดับชาติ ท่านก็ถูกยิงเสียชีวติ เมื่อวันที่ 30 มากราคม 1948 สันติภาพถาวรระหว่างสองกลุ่มชนและสองประเทศจึงไม่ มีวันเกิดขึ้นได้จนถึงบัดนี้ |
| บรรณานุกรม | : |
เรือรบ เมืองมั่น . (2534). มหาตมะ คานธี กับการพยายามแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างฮินดูกับมุสลิม.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. เรือรบ เมืองมั่น . 2534. "มหาตมะ คานธี กับการพยายามแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างฮินดูกับมุสลิม".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. เรือรบ เมืองมั่น . "มหาตมะ คานธี กับการพยายามแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างฮินดูกับมุสลิม."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2534. Print. เรือรบ เมืองมั่น . มหาตมะ คานธี กับการพยายามแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างฮินดูกับมุสลิม. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2534.
|
