| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาการสื่อสารในองค์กรในฐานะที่เป็นสาเหตุของการ ประท้วงของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค ในเดือนมกราคม พ.ศ.2536 |
| นักวิจัย | : | ธีธนุส กริชพิพรรธ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2536 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=59749 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาวิจัยเรื่อง การศึกษาการสื่อสารในองค์กร ในฐานะที่เป็นสาเหตุของการประท้วงของพนักงานต้อนรับบน เครื่องบินของสายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิค ในเดือนมกราคม พ.ศ.2536 นี้ ผู้วิจัยได้กำหนดวัตถุประสงค์ทั่วไป เพื่อศึกษา นโยบายและแผนประชาสัมพันธ์ภายในของสายการบินคาเธย์แปซิฟิค เพื่อศึกษาพฤติกรรมการสื่อสารและพฤติกรรมการเปิดรับข่าวสาร ประชาสัมพันธ์ภายในของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสาย การบินคาเธ่ย์แปซิฟิค เพื่อศึกษาทัศนคติของพนักงานต้อนรับบน เครื่องบิน ที่มีต่อการดำเนินงานของสายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิค และกำหนดวัตถุประสงค์เฉพาะ เพื่อศึกษาสาเหตุและลักษณะ ของการประท้วงของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน และเพื่อ วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการเปิดรับข่าวสาร ตามนโยบายและแผนประชาสัมพันธ์ภายใน ทัศนคติของพนักงาน ต้อนรับบนเครื่องบินที่มีต่อการดำเนินงานของสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิคกับการประท้วงของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสาย การบินคาเธ่ย์แปซิฟิค ในปี พ.ศ.2536 ระเบียบวิธีวิจัยที่ใช้ในการศึกษา ผู้วิจัยได้ใช้การวิจัยเอกสาร (Documentary Research) ร่วมกับการวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) โดยเลือกแบบวิจัย One Shot Posttest การเก็บข้อมูลได้เก็บจากประชากรทั้งหมด ซึ่งได้แก่พนักงานต้อนรับ บนเครื่องบินของสายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิค จำนวน 4,068 คน โดย ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล ใช้ค่าร้อยละอธิบายสถานะภาพทาง เศรษฐกิจและสังคมพฤติกรรมการสื่อสารทั่วไป พฤติกรรมการ เปิดรับข่าวสารตามนโยบายและแผนประชาสัมพันธ์ภายในทัศนคติ ของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ที่มีต่อการดำเนินงานของหน่วยงาน การให้บริการบนเครื่องบิน และทัศนคติของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ที่มีต่อการประท้วง ในเดือนมกราคม พ.ศ.2536 ส่วนการพิสูจน์สมมติฐาน ใช้ค่าไค-สแควร์ และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ การวิจัยปรากฏผลดังนี้ 1. สถานภาพทางเศรษฐกิจและสังคม พบว่า กลุ่มตัวอย่าง ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชาย มีอายุระหว่าง 25 - 30 ปี การศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรี หรือสูงกว่าถือสัญชาติฟิลิปปินส์ มากกว่าสัญชาติอื่น ๆ มีตำแหน่งหน้าที่การทำงานเป็นพนักงาน ต้อนรับบนเครื่องบิน ในระดับล่าง กล่าวคือ เป็นพนักงาน ต้อนรับบนเครื่องบินที่ให้บริการแก่ผู้โดยสารในชั้นประหยัด หรือชั้นธุรกิจ หรือพนักงานที่ทำหน้าที่จัดเตรียมและอุ่น อาหารมากกว่าพนักงานในระดับอาวุโสหรือหัวหน้าพนักงาน ต้อนรับบนเครื่องบิน ค่าเฉลี่ยของเงินเดือนที่ได้รับอยู่ ระหว่าง 9,000-12,000 เหรียญฮ่องกง อายุการทำงานอยู่ระหว่าง 2 - 5 ปี ส่วนใหญ่กลุ่มตัวอย่างจะเคยมีประสบการณ์ทำงานกับ บริษัทเอกชนอื่น ๆ มาก่อนเป็นระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี และ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่จะเป็นสมาชิกของสหภาพแรงงานหรือเป็น สมาชิกของกลุ่มทางสังคมกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง 2. พฤติกรรมการสื่อสารทั่วไป พบว่า กลุ่มตัวอย่าง ส่วนใหญ่เปิดรับสื่อวิทยุโทรทัศน์และสื่อหนังสือพิมพ์โดย ทั่วไปสม่ำเสมอ ขณะเดียวกันเปิดรับสื่อวิทยุกระจายเสียง และสื่อนิตยสารต่าง ๆ ไม่บ่อยครั้งมากเท่ากับสื่อ วิทยุโทรทัศน์ โดยสื่อวิทยุโทรทัศน์จะเป็นสื่อที่ได้รับความนิยมจากกลุ่ม ตัวอย่างมากที่สุด กลุ่มตัวอย่างมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อน ร่วมงานในสาระสำคัญต่าง ๆ บ่อยครั้ง โดยหัวข้อเรื่องที่นำมาพูดคุยกัน มากที่สุดคือ เรื่องที่เกี่ยวกับงานของบริษัทสำหรับปฏิกิริยาในการแสดง ออกของกลุ่มตัวอย่าง เมื่อมีความคิดเห็นขัดแย้งกับเพื่อนนั้น กลุ่มตัวอย่าง ส่วนใหญ่จะใช้วิธีการให้เหตุผลแย้งกลับ อย่างไรก็ดีกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ยอมรับว่าเพื่อนมีอิทธิพลต่อความคิดเห็น และการตัดสินใจในการกระทำ ใด ๆ ของตนบ้างในบางครั้งโดยบุคคลที่มีอิทธิพลต่อความคิดเห็นของ กลุ่มตัวอย่างรองจากตนเอง คือ ครอบครัว 3. พฤติกรรมการเปิดรับข่าวสารตามนโยบายและแผน ประชาสัมพันธ์ภายใน พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ให้ความสนใจติดตาม และเปิดรับข่าวสารจากสื่อประชาสัมพันธ์ภายในองค์กรเรียงลำดับตาม ความถี่หรือความบ่อยครั้งในการเปิดรับสื่อจากมากไปน้อยได้ดังนี้ สื่อจดหมายข่าวเป็นสื่อที่ได้รับความสนใจและเปิดรับจากกลุ่มตัวอย่าง มากที่สุด กล่าวคือ มีกลุ่มตัวอย่างถึงร้อยละ 87.4 ที่เปิดรับสื่อ จดหมายข่าวบ่อยครั้ง รองลงมาคือ สื่อนิตยสาร หรือวารสารสำหรับ พนักงานสื่อข่าวแจกหรือป้ายประกาศ และสื่อวีดีโอ ตามลำดับ ส่วนสื่อ ที่ได้รับความสนใจ และเปิดรับจากกลุ่มตัวอย่างน้อยมากคือ สื่อการ สัมมนาและสื่อบุคคลหรือผู้ประสานงาน โดยกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ระบุว่าจะเข้าพบผู้ประสานงานในสถานการณ์ที่ทำผิดแล้วถูกเรียกพบ มากที่สุดอย่างไรก็ตามในการติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินงาน ของบริษัทนั้น กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่จะติดตามและเปิดรับ จากสื่อประชาสัมพันธ์ภายในของบริษัท 4. ทัศนคติของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่มีต่อการ ดำเนินงานของหน่วยงาน การให้บริการบนเครื่องบิน พบว่า กลุ่ม ตัวอย่างส่วนใหญ่ จะมีความถี่ในการพูดคุยเรื่องสาระสำคัญ ต่าง ๆ ที่ได้รับจากสื่อประชาสัมพันธ์ภายในองค์กรกับเพื่อน ร่วมงานค่อนข้างสูง และในการจัดอันดับสื่อประชาสัมพันธ์ ภายในต่าง ๆ ตามความสนใจติดตาม และการเปิดรับของกลุ่ม ตัวอย่างมากที่สุดในสามอันดับแรกนั้น จดหมายข่าวได้รับ ความสนใจติดตามและเปิดรับมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง อันดับทที่สองคือข่าวแจกหรือป้ายประกาศ และอันดับที่สาม คือสื่อวีดีโอ ส่วนการสัมมนาเป็นสื่อที่ได้รับความสนใจน้อย ที่สุดในการจัดอันดับของกลุ่มตัวอย่าง ส่วนประเภทของเนื้อหา ที่กลุ่มตัวอย่างให้ความสนใจและติดตามมากที่สุดในสาม อันดับแรกนั้น ข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัทได้ รับความสนใจและติดตามมากเป็นอันดับที่หนึ่ง ข่าวท่อง เที่ยวเป็นอันดับที่สอง และสารคดีหรือข่าวปกิณกะเป็นอันดับที่สาม ส่วนข่าวประเภทอื่น ๆ ซึ่งเป็นคำถามแบบเปิดที่เว้นช่องว่างไว้ ให้ผู้ตอบแบบสอบถามเป็นผู้เสนอคำตอบเองนั้น ได้รับความสนใจน้อย ที่สุด กล่าวคือ มีผู้สนใจและระบุคำตอบกลับมาเพียงร้อยละ 3.1 โดยกลุ่มตัวอย่างระบุคำตอบเป็นบทบรรณาธิการ การตอบจดหมาย หรือบทความที่แสดงความคิดเห็นต่าง ๆ เป็นต้น ส่วนปัจจัยที่มี อิทธิพลต่อการไม่เปิดรับหรือติดตามข่าวสารการประชาสัมพันธ์ภาย ในองค์กรของกลุ่มตัวอย่างมากที่สุด คือการที่ข่าวสารที่ได้รับจากสื่อ ประชาสัมพันธ์ภายในองค์กรต่าง ๆ นั้นมีจำนวนมากเกินไป อย่างไร ก็ตามเมื่อถามความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างในเรื่องปริมาณข่าวสาร ที่ได้รับจากสื่อประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ภายในองค์กรในขณะนี้โดยตรง พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีความเห็นว่ามีปริมาณเหมาะสมดีแล้ว และไม่มีความต้องการสื่ออื่น ๆ เพิ่มเติมอีก ในเรื่องประสิทธิภาพ ของการให้คำแนะนำช่วยเหลือของผู้ประสานงานนั้นกลุ่มตัวอย่าง ส่วนใหญ่คิดว่ายังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ และสมควรจะต้องมีการ ปรับปรุง สำหรับการได้รับประโยชน์จากการเปิดรับข่าวสารจาก สื่อประชาสัมพันธ์ภายในต่าง ๆ นั้น กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คิดว่าได้ รับประโยชน์อยู่ในระดับปานกลาง และความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่าง ที่มีต่อสื่อประชาสัมพันธ์ภายในองค์กรต่าง ๆ นั้น ส่วนใหญ่จะเป็น ความคิดเห็นที่ค่อนไปในทางบวกมากกว่าทางลบ และผลการประเมิณ ประสิทธิภาพของสื่อในการบรรลุผลตามวัตถุประสงค์ของการดำเนินงาน นั้น พบว่าอยู่ในระดับปานกลางเป็นส่วนใหญ่ 5. ทัศนคติของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่มีต่อการประท้วง ในเดือนมกราคม พ.ศ.2536 พบว่า กลุ่มตัวอย่างของการศึกษาวิจัย ครั้งนี้ ส่วนใหญ่เข้าร่วมการประท้วงเมื่อเดือน มกราคม พ.ศ.2536 มากกว่าไม่เข้าร่วมการประท้วง โดยเหตุผลของการเข้าร่วมการประท้วง ส่วนใหญ่เนื่องมาจากการเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน และเหตุผลของการ ไม่เข้าร่วมการประท้วงของกลุ่มตัวอย่าง ส่วนใหญ่เนื่องจากการ ไม่เห็นด้วยกับวัตถุประสงค์ของการประท้วงหรือคิดว่าเหตุผลของการ ประท้วงยังไม่เพียงพอ สำหรับความคิดเห็นส่วนตัวของกลุ่มตัวอย่าง เกี่ยวกับการประท้วงในเดือนมกราคม พ.ศ.2536 นั้น พบว่า กลุ่ม ตัวอย่างส่วนใหญ่ของการวิจัยครั้งนี้จะไม่แสดงความคิดเห็นส่วนตัว ในเรื่องเกี่ยวกับการประท้วงที่ผ่านมา ส่วนความคิดเห็นของกลุ่ม ตัวอย่างที่มีต่อพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินคนอื่น ๆ นั้น กลุ่ม ตัวอย่างส่วนใหญ่คิดว่า พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินคนอื่น ๆ ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการประท้วงและในระหว่างการประท้วงที่ ผ่านมากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีการเปิดรับสื่อบุคคลหรือการพูดคุย กับเพื่อนหรือบุคคลอื่น ในเรื่องการประท้วงบ่อยครั้งมีการติดตาม ข่าวสารจากสื่อต่าง ๆ ของสหภาพในบางครั้ง สำหรับความเชื่อถือ ของกลุ่มตัวอย่างที่มีต่อสื่อและการเปิดรับข่าวสารความเคลื่อนไหว จากสื่อต่าง ๆ ในระหว่างการประท้วง พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ จะมีพฤติกรรมในการเปิดรับข่าวสารเพิ่มขึ้น กล่าวคือ มีการติดตาม และเปิดรับข่าวสารจากทุกสื่อในระหว่างการประท้วง ส่วนความ คิดเห็นของกลุ่ม ตัวอย่างที่มีต่อสหภาพแรงงานนั้น กลุ่มตัวอย่าง ส่วนใหญ่มีความเห็นว่าสหภาพแรงงานยังขาดการวางแผนและการ บริหารงานที่ดี ในขณะเดียวกันกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ยังคงเห็นความ สำคัญของการมีสหภาพแรงงาน รวมทั้งคิดว่าสหภาพแรงงานเป็นสิ่ง ที่สำคัญ และมีประโยชน์อย่างยิ่ง 6. การพิสูจน์สมมติฐาน พบว่า6.1 ความแตกต่างกันในเรื่องเพศ อายุ การศึกษา สัญชาติ ตำแหน่ง อายุการทำงาน เงินเดือน ประสบการณ์การทำงาน และการเป็นสมาชิกกลุ่มทางสังคมของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ของสายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิคมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการสื่อสาร โดยทั่วไป6.2 ความแตกต่างกันในเรื่องเพศ อายุ การศึกษา สัญชาติ ตำแหน่ง อายุการทำงาน เงินเดือน ประสบการณ์การทำงาน และการเป็นสมาชิกกลุ่มทางสังคมของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของ สายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิค มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการเปิดรับข่าวสาร ตามนโยบาย และแผนประชาสัมพันธ์ภายใน6.3 การก่อตัวประท้วงของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ของสายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิค ในเดือนมกราคม พ.ศ.2536 เป็นพฤติกรรม การสื่อสารซึ่งได้รับสิทธิพลจากสื่อบุคคล6.4 พฤติกรรมการเปิดรับข่าวสารตามนโยบาย และแผน ประชาสัมพันธ์ภายในมีความสัมพันธ์กับการประท้วงของพนักงานต้อนรับ บนเครื่องบินของสายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิค ในเดือนมกราคม พ.ศ.25366.5 ทัศนคติของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่มีต่อการ ดำเนินงานของสายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิค มีความสัมพันธ์กับการประท้วง ของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินในเดือน มกราคม พ.ศ.2536 |
| บรรณานุกรม | : |
ธีธนุส กริชพิพรรธ . (2536). การศึกษาการสื่อสารในองค์กรในฐานะที่เป็นสาเหตุของการ ประท้วงของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค ในเดือนมกราคม พ.ศ.2536.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ธีธนุส กริชพิพรรธ . 2536. "การศึกษาการสื่อสารในองค์กรในฐานะที่เป็นสาเหตุของการ ประท้วงของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค ในเดือนมกราคม พ.ศ.2536".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ธีธนุส กริชพิพรรธ . "การศึกษาการสื่อสารในองค์กรในฐานะที่เป็นสาเหตุของการ ประท้วงของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค ในเดือนมกราคม พ.ศ.2536."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2536. Print. ธีธนุส กริชพิพรรธ . การศึกษาการสื่อสารในองค์กรในฐานะที่เป็นสาเหตุของการ ประท้วงของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค ในเดือนมกราคม พ.ศ.2536. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2536.
|
