ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของการใช้วิธีการเรียนแบบร่วมมือที่ใช้เทคนิคสแตคในการเรียนการสอนเรื่องหลักธรรม ในรายวิชา ส 018 พระพุทธศาสนา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสีกัน (วัฒนานันท์อุปถัมภ์) กรุงเทพมหานคร

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของการใช้วิธีการเรียนแบบร่วมมือที่ใช้เทคนิคสแตคในการเรียนการสอนเรื่องหลักธรรม ในรายวิชา ส 018 พระพุทธศาสนา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสีกัน (วัฒนานันท์อุปถัมภ์) กรุงเทพมหานคร
นักวิจัย : อารมณ์ ชอบศิลปประกอบ
คำค้น : การเรียนแบบร่วมมือที่ใช้เทคนิคสแตด , ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาพระพุทธศาสนา , พฤติกรรมการทำงานกลุ่ม , เจตคติต่อการทำงานกลุ่ม , STAD COOPERATIVE LEARNING TECHNIQUE , BUDDHISM LEARNING ACHIEVEMENT , GROUPS WORK BEHAVIOR , ATTITUDES TOWARD GROUP WORKING
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=58964
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนที่สอนโดยการเรียนแบบร่วมมือ ที่ใช้เทคนิคสแตค กับการสอนตามปกติ (2) เปรียบ เทียบพฤติกรรมการทำงานกลุ่มของนักเรียนที่สอน โดยการเรียนแบบร่วมมือ ที่ใช้เทคนิคสแตค กับการสอนตามปกติ และ (3) เปรียบเทียบคะแนนเจตคติของนักเรียนที่สอนโดยการเรียนแบบ ร่วมมือที่ใช้เทคนิคสแตค ที่มีต่อการทำงานกลุ่มระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 68 คน ที่ได้มาจากการสุ่ม อย่างง่าย จากจำนวนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ทั้งหมดของโรงเรียนสีกัน (วัฒนานันท์อุปถัมภ์) กรุงเทพฯ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแผนการสอน แบบทดสอบ แบบวัดพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม แบบวัดเจตคติต่อการทำงานกลุ่ม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่การทดสอบค่าที (t-test) ผลการวิจัยพบว่า (1) นักเรียนที่ได้รับการสอนโดยการเรียนแบบร่วมมือที่ใช้เทคนิค สแตค มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่านักเรียนที่ได้รับการสอนตามปกติ อย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติที่ระดับ .01 (2) นักเรียนที่ได้รับการสอนโดยการเรียนแบบร่วมมือที่ใช้เทคนิคสแตค มีพฤติกรรมการทำงานกลุ่มสูงกว่านักเรียนที่ได้รับการสอนตามปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .01 และ (3) นักเรียนที่ได้รับการสอนโดยการเรียนแบบร่วมมือที่ใช้เทคนิคสแตค มีคะแนนเจตคติหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

บรรณานุกรม :
อารมณ์ ชอบศิลปประกอบ . (2542). ผลของการใช้วิธีการเรียนแบบร่วมมือที่ใช้เทคนิคสแตคในการเรียนการสอนเรื่องหลักธรรม ในรายวิชา ส 018 พระพุทธศาสนา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสีกัน (วัฒนานันท์อุปถัมภ์) กรุงเทพมหานคร.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อารมณ์ ชอบศิลปประกอบ . 2542. "ผลของการใช้วิธีการเรียนแบบร่วมมือที่ใช้เทคนิคสแตคในการเรียนการสอนเรื่องหลักธรรม ในรายวิชา ส 018 พระพุทธศาสนา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสีกัน (วัฒนานันท์อุปถัมภ์) กรุงเทพมหานคร".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อารมณ์ ชอบศิลปประกอบ . "ผลของการใช้วิธีการเรียนแบบร่วมมือที่ใช้เทคนิคสแตคในการเรียนการสอนเรื่องหลักธรรม ในรายวิชา ส 018 พระพุทธศาสนา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสีกัน (วัฒนานันท์อุปถัมภ์) กรุงเทพมหานคร."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print.
อารมณ์ ชอบศิลปประกอบ . ผลของการใช้วิธีการเรียนแบบร่วมมือที่ใช้เทคนิคสแตคในการเรียนการสอนเรื่องหลักธรรม ในรายวิชา ส 018 พระพุทธศาสนา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสีกัน (วัฒนานันท์อุปถัมภ์) กรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.