| ชื่อเรื่อง | : | ชีววิทยาและนิเวศวิทยาของชันโรง [Hypotrigona และ Trigona (Hymenoptera: Apidae)] |
| นักวิจัย | : | สุระพงศ์ สายบุญ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2538 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=57904 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | จากการวินิจฉัยชันโรง (Hymenoptera: Apidae) จำนวน 103 ตัวอย่าง ที่สุ่มเก็บจากในเขต 8 จังหวัด ภาคใต้ตอนล่าง ของประเทศไทย ระหว่าง มกราคม 2535 ถึง มีนาคม 2537 จำแนก ชันโรงได้ 9 ชนิด คือ Hypotrigona (Pariotrigona) pendleburyi (Schwarz),Trigona (Tetragonula) laeviceps Smith, T.(T.) fuscobalteata Cameron, T. (Lepidotrigona) ventralis Smith, T. (L.) terminata Smith, T. (Tetragonula) atripes Smith, T. (Tetrigona) apicalis Smith, T. ( Heterotrigona) itam Cockerell และ T. (Geniotrigona) thoracica Smith มี 1 ชนิดที่ไม่เคยมี รายงานว่าพบในประเทศไทยมาก่อน คือ H.(P.) pendleburyi และ สร้างรังเป็นอุโมงค์เกาะอยู่บนผิวเปลือกของต้นไม้ ชันโรง ในสกุล Trigona ที่ สำรวจพบจำนวน 8 ชนิด สร้างรังในโพรง ที่มืด เช่น ในโพรงไม้ โพรงใต้ดิน และตามช่องว่างของอาคาร นอกจากการจำแนกชนิดของชันโรงโดยใช้รูปวิธาน ยังได้ศึกษา รายละเอียดเกี่ยวกับขนาดของโครงสร้างภายนอก ได้แก่ ความยาว ลำตัว ความกว้างของหัว ความยาวของ scape และ flatellum ความยาวของปีกหน้าและปีกหลัง ความกว้างและความยาวของ tibia ของขาคู่ที่สาม และจำนวน humuli จากการศึกษาการแพร่กระจาย ทั่วไปทั้งในบริเวณที่ราบทำนาและการทำสวนหลังบ้าน บริเวณ ทำสวนหลังบ้าน บริเวณทำสวนไม้ผลและบริเวณป่าไม้ในสภาพ พื้นที่ที่เป็นภูเขา T. itama, T. thoracica, T. apicalis และ T. fuscobalteata แพร่กระจายอยู่ในบริเวณพื้นที่ทำสวน ผลไม้ และบริเวณป่าไม้ในสภาพพื้นที่ที่เป็นภูเขา H.pendleburyi, T.terminata, T. ventralis และ T. atripes แพร่กระจายอยู่ในบริเวณป่าไม้ในสภาพพื้นที่ที่เป็นภูเขา เท่านั้นจากการเปรียบเทียบวิธีการศึกษาวัฏจักรชีวิตของ T.laeviceps ด้วยการใช้สีสะท้อนแสงทำเครื่องหมายบนหลอดรัง และวิธีหลังเป็นวิธีการที่ดีกว่า วัฏจักรของ T.laeviceps จากระยะไข่จนเป็นตัวเต็มวัยใช้เวลาประมาณ 4 วัน การศึกษา ครั้งนี้พบเฉพาะวรรณะนางพญา และวรรณะงาน ไม่พบวรรณะ เพศผู้ภายในรังประกอบด้วย กลุ่มหลอดรัง และกลุ่มหลอด ผลิตภัณฑ์ กลุ่มหลอดรังประกอบด้วย หลอดรังตัวอ่อน และ หลอดรังดักแด้ กลุ่มหลอดผลิตภัณฑ์ประกอบด้วย หลอดเก็บ น้ำหวานและหลอดเก็บเกสร จากการศึกษาพฤติกรรมการหาอาหาร และการป้องกันศัตรูของชันโรง พบว่า T. laeviceps เข้าไป ตอมดอกของพืชชนิดต่าง ๆ จำนวน 66 ชนิด จาก 31 วงศ์ และออก ตอมดอกไม้ในช่วงเช้า (06:00-11:00 นาฬิกา) โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งวันที่มีอากาศแจ่มใสและมีแดด กิจกรรมเหล่านี้จะลดลง ในช่วงต่อมาของวัน ชันโรงขับไล่ศัตรูโดยใช้ฟันกรามที่ แข็งแรงกัดศัตรูและผลิตสารเหนียวออกมาคลุมตัวของศัตรูไม่ ให้เคลื่อนไหวได้สะดวก สามารถเลี้ยงชันโรงในวัสดุเหลือใช้ เช่นกระบอกไม้ไผ่ ท่อซีเมนต์ และปิ่นโต ที่ดัดแปลงเป็น รังเลี้ยงและเลี้ยงในหีบเลี้ยงที่สร้างขึ้น ซึ่งการเลี้ยง ในหีบเลี้ยงที่มีลักษณะแนวนอนจะดีกว่าลักษณะแนวตั้ง การ ย้ายรังจากรังในธรรมชาติลงในหีบเลี้ยงสามารถทำได้ทั้งใน ตอนกลางวันและตอนกลางคืน ซึ่งมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน ชันโรงให้ผลิตภัณฑ์คล้ายกับผึ้ง คือให้น้ำหวานและยางไม้ ที่ชันโรงเก็บจากธรรมชาติ มีการนำน้ำหวานเป็นส่วนผสมของ ยาสมุนไพร และนำยางไม้ไปอุดรอยรั่วของภาชนะ และใช้เคลือบ กระสวยของเครื่องทอผ้า |
| บรรณานุกรม | : |
สุระพงศ์ สายบุญ . (2538). ชีววิทยาและนิเวศวิทยาของชันโรง [Hypotrigona และ Trigona (Hymenoptera: Apidae)].
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สุระพงศ์ สายบุญ . 2538. "ชีววิทยาและนิเวศวิทยาของชันโรง [Hypotrigona และ Trigona (Hymenoptera: Apidae)]".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สุระพงศ์ สายบุญ . "ชีววิทยาและนิเวศวิทยาของชันโรง [Hypotrigona และ Trigona (Hymenoptera: Apidae)]."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2538. Print. สุระพงศ์ สายบุญ . ชีววิทยาและนิเวศวิทยาของชันโรง [Hypotrigona และ Trigona (Hymenoptera: Apidae)]. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2538.
|
