| ชื่อเรื่อง | : | การฟื้นฟูดินเหมืองแร่ดีบุกร้างเพื่อการเพาะปลูก |
| นักวิจัย | : | พนม อินทฤทธิ์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2537 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=57727 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การฟื้นฟูดินเหมืองแร่ดีบุกร้างเพื่อการเพาะปลูก ได้ นำดินตัวอย่างที่ผ่านการทำเหมืองแร่แล้วใน 3 จังหวัดภาคใต้ คือ ภูเก็ต, นครศรีธรรมราช และสงขลา จำนวน 5 แห่งคือ เหมืองแร่ดินลาน, เหมืองแร่บ้านไร่, เหมืองแร่เจ้าฟ้า, เหมืองแร่ขุนเลิศโภคารักษ์ และเหมืองแร่บ้านห้วยสะท้อน นำ มาวิเคราะห์สมบัติทางเคมี และทางกายภาพพบว่าดินตัวอย่าง ทั้ง 5 แห่ง มีปริมาณธาตุอาหารพืชอยู่ในระดับต่ำ เนื้อดิน เป็นดินทรายจัดเป็นกรดเล็กน้อยถึงปานกลาง ความสามารถในการ อุ้มน้ำต่ำไม่เหมาะต่อการนำไปใช้ประโยชน์ทางการเพาะปลูก ในการทดลองศึกษาครั้งนี้ได้เลือกเหมืองแร่ดินลาน ซึ่งตั้ง อยู่หมู่ที่ 5 ตำบลท่าช้าง กิ่งอำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา เป็นตัวแทนของเหมืองแร่ร้างทั้ง 5 แห่ง และใช้หญ้าพลิแคตูลัม (Paspalum plicatulum)เป็นพืชทดลองโดยทดสอบการแก้ไขปรับปรุง สมบัติทางเคมี และทางกายภาพ การแก้ไขปรับปรุงสมบัติทางเคมีของดินเหมืองแร่ร้าง จากการทดลองแบบใส่ขาด (omission trial) พบว่าดินเหมืองแร่ ร้างจำเป็นต้องมีการเพิ่มธาตุอาหารหลักคือ ไนโตรเจน, ฟอสฟอรัส และโปแตสเซียม โดยเฉพาะอย่างยิ่งธาตุไนโตรเจน และฟอสฟอรัสถ้าไม่มีการใส่ผลผลิตน้ำหนักแห้งของหญ้าพลิแคตูลัม จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญยิ่ง และมีค่าเท่าเทียมกับการไม่ใส่ ธาตุอาหารใดๆ เลย สำหรับการขาดธาตุอาหารรองได้แก่ แมงกานิส สังกะสี โบรอน แมกนีเซียม แคลเซียม และเหล็กพบว่าไม่แตกต่างจากการ ไม่ใส่อย่างมีนัยสำคัญ การใส่ปริมาณธาตุอาหารทั้งหมดเพียงครึ่งหนึ่งจะให้ผล ผลิตน้ำหนักแห้งมากกว่าการใส่ปริมาณธาตุอาหารทั้งหมด และ การใส่เป็นสองเท่าอย่างมีนัยสำคัญยิ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ ไม่มีการใส่ธาตุอาหารหลัก และอาหารรองทั้งนี้เนื่องจากว่า การใส่ธาตุอาหารครบทั้งหมดในปริมาณที่เพิ่มขึ้นจะเพิ่มความ เป็นกรด และค่าการนำไฟฟ้าของดิน และมีผลต่อการเจริญเติบ โตของพืชโดยตรง ส่วนการทดลองในเรื่องอัตราธาตุอาหารที่เหมาะสมต่อการ เจริญเติบโตของหญ้าพลิแคตูลัมพบว่า การใส่ธาตุอาหารไนโตรเจน ที่อัตรา 32 และ 48 กิโลกรัมไนโตรเจนต่อไร่และใส่ธาตุฟอส ฟอรัสพบว่าที่ระดับ 16 กิโลกรัมฟอสฟอรัสต่อไร่ จะให้ผลผลิต น้ำหนักแห้งสูงสุดแตกต่างจากระดับอื่นๆ อย่างมีนัยสำคัญยิ่ง ในขณะที่อัตราใส่ธาตุอาหารโปแตสเซียมที่ระดับ 14.4 และ 28.8 กิโลกรัมโปแตสเซียมต่อไร่ ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ และพบปฏิกิริยาสัมพันธ์ในการใส่ธาตุไนโตรเจนกับฟอสฟอรัส ไนโตรเจนกับโปแตสเซียมและฟอสฟอรัสกับโปแตสเซียมแต่ไม่พบ ปฏิกิริยาสัมพันธ์ร่วมกันในการใส่ธาตุอาหารทั้งสาม (NxPxK) สำหรับการแก้ไขสมบัติทางกายภาพของดินเหมืองแร่ร้าง จากการทดลองได้ใช้ขุยมะพร้าวและขี้เลื่อยไม้ยางพาราเป็น วัสดุปรับปรุงดิน โดยใช้อัตราส่วนผสม 0, 5, 10, 15, 20, 30, 50, 75, และ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยน้ำหนักพบว่าขุยมะพร้าว เป็นวัสดุที่เหมาะสมในการปรับปรุงดิน โดยใช้อัตราส่วนผสม ที่ระดับ 5, 10 และ 15 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักจะให้ผลผลิต น้ำหนักแห้งเฉลี่ยเท่ากับ 8.80, 8.57 และ 8.57 กรัมต่อกระถาง ตามลำดับซึ่งให้ผลผลิตน้ำหนักแห้งสูงสุดแตกต่างจากอัตราส่วน ผสมอื่นๆ อย่างมีนัยสำคัญยิ่ง แต่ถ้าใส่อัตราส่วนผสมขุย มะพร้าวมากขึ้น ทำให้ผลผลิตน้ำหนักแห้งลดต่ำลงอย่างมีนัย สำคัญยิ่ง ส่วนการใช้ขี้เลื่อยไม้ยางพาราเป็นวัสดุปรับปรุง ดินพบว่าทุกสิ่งทดลองมีความแตกต่างทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญ กับกระถางควบคุม (control) ซึ่งลักษณะลำต้นแคระแกร็น การ เจริญเติบโตช้าให้ผลผลิตน้ำหนักแห้งต่ำมาก และถ้าใช้เวลาปลูก ให้ยาวนานหรือใช้ขี้เลื่อยไม้ยางพาราเก่าอาจจะเหมาะต่อการ เจริญเติบโตได้ ผลการทดลองนี้ชี้ให้เห็นว่าการฟื้นฟูดินเหมืองแร่ดีบุก ร้างเพื่อการเพาะปลูกนั้นต้องมีการใส่ธาตุอาหาร และใช้สาร ปรับปรุงดินในอัตราส่วนที่เหมาะสมเท่านั้น ถึงจะทำให้ดิน เหมืองแร่ดีบุกร้างเหมาะต่อการเพาะปลูกได้ |
| บรรณานุกรม | : |
พนม อินทฤทธิ์ . (2537). การฟื้นฟูดินเหมืองแร่ดีบุกร้างเพื่อการเพาะปลูก.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. พนม อินทฤทธิ์ . 2537. "การฟื้นฟูดินเหมืองแร่ดีบุกร้างเพื่อการเพาะปลูก".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. พนม อินทฤทธิ์ . "การฟื้นฟูดินเหมืองแร่ดีบุกร้างเพื่อการเพาะปลูก."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2537. Print. พนม อินทฤทธิ์ . การฟื้นฟูดินเหมืองแร่ดีบุกร้างเพื่อการเพาะปลูก. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2537.
|
