| ชื่อเรื่อง | : | การคัดเลือกสายพันธุ์เซลล์ยางพารา (Hevea brasiliensis Muell. Arg.) ที่ต้านทานต่อสารจากเชื้อ Phytophthora สาเหตุโรคใบร่วงยางพารา |
| นักวิจัย | : | พจมาลย์ สุรนิลพงศ์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2537 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=57721 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การคัดเลือกสายพันธุ์เซลล์ยางพารา (Hevea brasiliensis Muell. Arg.) ที่ต้านทานต่อสารจากเชื้อไฟทอปโทร่าสาเหตุโรค ใบร่วงยางพารา ใช้เอ็มบริโอเจนิคแคลลัสที่ชักนำจากเปลือกหุ้ม เมล็ดและอาหารเลี้ยงต้นอ่อนและเอ็มบริโอเจนิคซัสเพนชันที่ชัก นำจากเปลือกหุ้มเมล็ด เลี้ยงร่วมกับสารจากเชื้อ Phytophthora palmivora Butler. และเชื้อ Phytophthora botryosa Chee. ความเข้มข้นต่าง ๆ สำหรับเอ็มบริโอเจนิคแคลลัสวิธีการเลี้ยง กระทำ 2 วิธี คือเลี้ยงโดยตรงในอาหารเติมสารจากเชื้อ และ เขย่าเลี้ยงในอาหารเติมสารจากเชื้อที่ความเร็ว 55 รอบต่อนาที ก่อนเป็นเวลา 12 24 48 และ 72 ชั่วโมง แล้วจึงย้ายไปเลี้ยงใน อาหารสูตรเพิ่มปริมาณเอ็มบริโอเจนิคแคลลัส ส่วนเอ็มบริโอ เจนิคซัสเพนชันใช้อายุและความหนาแน่นต่าง ๆเลี้ยงโดยตรงใน อาหารเติมสารจากเชื้อทั้งสองที่ระดับความเข้มข้นข้างต้น หลังจากวางเลี้ยงเป็นเวลา 3 สัปดาห์ ตรวจสอบความมีชีวิตของ แคลลัส และกลไกการต้านทานทางชีวเคมีด้วยเทคนิคอิเลคโตรฟอริซีส ผลการทดลองพบว่าเอ็มบริโอเจนิคแคลลัสที่ชักนำจากเปลือก หุ้มเมล็ดอายุ 3 สัปดาห์ หลังย้ายเลี้ยงและเอ็มบริโอเจนิค ซัสเพนชันอายุ 6 วัน หลังย้ายเลี้ยงมีอัตราการเจริญเติบโต สูงสุดเหมาะที่จะนำมาใช้เลี้ยงร่วมกับสารจากเชื้อ สารจากเชื้อ สารจากเชื้อ P. palmivora เข้มข้น 50 เปอร์เซ็นต์ ยับยั้ง การเจริญเติบโตของเอ็มบริโอเจนิคแคลลัสที่ชักนำจากเปลือกหุ้ม เมล็ดและอาหารเลี้ยงต้นอ่อนได้สูงที่สุด 75 และ 90.7 เปอร์ เซ็นต์ ตามลำดับ สูงกว่าสารจากเชื้อเข้มข้น 75 และ 25 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของแคลลัสได้ 71.7 68.7 88.0 และ 82.7 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ แต่ไม่มี ความแตกต่างทางสถิติสารจากเชื้อ P. botryosa ทุกระดับความ เข้มข้นยับยั้งการเจริญเติบโตของเอ็มบริโอเยนิคแคลลัสได้ 100 เปอร์เซ็นต์เอ็มบริโอเจนิคซัสเพนชันอายุ 6 วัน และความ หนาแน่น 1.5 มิลิเมตร มีชีวิตรอดสูงที่สุดบนอาหารเติมสาร จากเชื้อทุกระดับความเข้มข้น แต่เมื่อนำแคลลัสต้านทานที่ ชักนำได้ไปศึกษาแถบโปรตีนและรูปแบบเอ็นไซม์พบว่าแถบโปรตีน และรูปแบบของเอ็นไซม์ไม่แตกต่างจากหน่วยทดลองเปรียบเทียบ ในขณะที่ผลการเขย่าเลี้ยงแคลลัสในอาหารเหลวร่วมกับสารจาก เชื้อทั้งสองก่อนย้ายไปวางเลี้ยงบนอาหารสูตรเพิ่มปริมาณเอ็ม บริโอเจนิคแคลลัส พบว่าเปอร์เซ็นต์ความมีชีวิตรอดของเอ็ม บริโอเจนิคแคลลัสลดลงเมื่อความเข้มข้นของสารจากเชื้อเพิ่ม ขึ้นหรือเขย่าเลี้ยงเป็นเวลานานขึ้น สารจากเชื้อ P. botryosa และ P.palmivora เข้มข้น 50 เปอร์เซ็นต์ เขย่า เลี้ยงเป็นเวลา 24 และ 48 ชั่วโมง ยับยั้งการเจริญเติบโต ของแคลลัส 73.67 และ 85.00 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ความเข้มข้น และเวลาข้างต้นชักนำแคลลัสต้านทานให้มีการเปลี่ยนแปลงใน ระดับยีนได้ ซึ่งเมื่อศึกษารูปแบบไซโมแกรมเอ็นไซม peroxidase และเอ็นไซม์ acid phosphatase ระหว่าง แคลลัสต้านทานและ หน่วยทดลองเปรียบเทียบ พบว่ามีความแตกต่างอย่างชัดเจน ในขณะ ที่แถบโปรตีนของสายพันธุ์แคลลัสต้านทานไม่แตกต่างจากแถบ โปรตีนของหน่วยทดลองเปรียบเทียบ |
| บรรณานุกรม | : |
พจมาลย์ สุรนิลพงศ์ . (2537). การคัดเลือกสายพันธุ์เซลล์ยางพารา (Hevea brasiliensis Muell. Arg.) ที่ต้านทานต่อสารจากเชื้อ Phytophthora สาเหตุโรคใบร่วงยางพารา.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. พจมาลย์ สุรนิลพงศ์ . 2537. "การคัดเลือกสายพันธุ์เซลล์ยางพารา (Hevea brasiliensis Muell. Arg.) ที่ต้านทานต่อสารจากเชื้อ Phytophthora สาเหตุโรคใบร่วงยางพารา".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. พจมาลย์ สุรนิลพงศ์ . "การคัดเลือกสายพันธุ์เซลล์ยางพารา (Hevea brasiliensis Muell. Arg.) ที่ต้านทานต่อสารจากเชื้อ Phytophthora สาเหตุโรคใบร่วงยางพารา."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2537. Print. พจมาลย์ สุรนิลพงศ์ . การคัดเลือกสายพันธุ์เซลล์ยางพารา (Hevea brasiliensis Muell. Arg.) ที่ต้านทานต่อสารจากเชื้อ Phytophthora สาเหตุโรคใบร่วงยางพารา. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2537.
|
