ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การเลี้ยง Chlorella sp. T9 ในน้ำทิ้งจากโรงงานแปรรูป อาหารทะเล

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การเลี้ยง Chlorella sp. T9 ในน้ำทิ้งจากโรงงานแปรรูป อาหารทะเล
นักวิจัย : กรองจันทร์ รัตนประดิษฐ์
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2535
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=57609
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ศึกษาชนิดและแยกสาหร่ายขนาดเล็กจากน้ำทิ้งโรงงานแปร รูปอาหารทะเล (บริษัททรอปิคอลแคนนิ่ง จำกัด) พบสาหร่าย 4 ดิวิชั่น 12 สกุล โดยพบสาหร่าย Chlorella ในนำ้ทิ้งทุก ตัวอย่างและสามารถแยกได้ 3 สายพันธุ์ คือ T7, T9 และ T12 เปรียบเทียบการเติบโตของ Chlorella sp.3 สายพันธุ์และ Chlorella sp.K3 ซึ่งเป็นสายพันธุ์เปรียบเทียบในอาหาร เลี้ยงเชื้อ NS lllพบว่า สายพันธุ์ T9 ในมวลชีวภาพ (1.95 กรัม/ลิตร) สูงกว่าสายพันธุ์ T7, T12 และ K3 ที่ระยะเวลาเลี้ยง 14 วัน มีค่าอัตราการเติบโตจำเพาะเท่ากับ 0.017,0.016, 0.017 และ 0.017 ต่อชั่วโมง ตามลำดับ เมื่อวิเคราะห์ คุณสมบัติทางเคมีของน้ำทิ้งจากบ่อที่ 7-12 พบว่านำ้ทิ้ง จากบ่อที่ 9 (มีค่าซีโอดี 450 มิลิกรัมต่อลิตร ปริมาณ ไนโตรเจนทั้งหมด 105 มิลลิกรัมต่อลิตร และปริมาณฟอสเฟต 16 มิลลิกรัมต่อลิตร) มีความเหมาะสมต่อการนำมาเลี้ยง สาหร่าย เมื่อเลี้ยง Chlorella sp. T9 ในนำ้ทิ้งจากบ่อ ที่ 9 พบว่าได้มวลชีวภาพ (2.7 กรัมต่อลิตร สูงและเซลล์มี สีเขียวเข้มกว่าที่ได้จากการเลี้ยงในอาหารเลี้ยงเชื้อ NS lll ที่ระยะเวลาการเลี้ยง 18 วันมีอัตราการเติบโต จำเพาะเท่ากับ 0.024 ชั่วโมง ส่วน Chlorlla sp. T 9 ซึ่งเลี้ยงในอาหารเลี้ยงเชื้อ NS lll เซลล์มีสีเขียวอมเหลือง เมื่อเติมโพแทสเซียมไนเทรตปริมาณ 150 มิลลิกรัมต่อลิตร ลงในอาหารเลี้ยงเชื้อ NS lll เซลล์มีสีใกล้เคียงกับสี ของเซลล์สาหร่ายซึ่งเลี้ยงในนำ้ทิ้ง จากการศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการเติบโตของ Chlorella sp. T9 ที่เลี้ยงในนำ้ทิ้งจากบ่อที่ 9 พบว่าสาหร่ายให้ มวลชีวภาพเพิ่มขึ้น เมื่อความเข้มแสงเพิ่มขึ้นเป็น 5,200 ลักซ์ และการเติมแก๊สคาร์บอนไดออกไซค์ ร้อยละ 2 ลง ในนำ้ทิ้งระหว่างการเลี้ยงเป็นผลให้ระยะเวลาเลี้ยงสาหร่าย ลดลงเกือบครึ่งหนึ่งและได้ปริมาณเซลล์สูงสุด 3.2 กรัมต่อ ลิตร ที่ระยะเวลาการเลี้ยง 10 วัน จากการเติมแหล่งไนโตรเจน ชนิดต่าง ๆ [NaNO3,(NH4)2SO4, NH4NO3, NH4CI และ (NH4) 2HPO4] ลงในนำ้ทิ้งพบว่า NaNO3 เป็นแหล่งไนโตรเจนที่ เหมาะสมสำหรับการเติบโตของ Chlorella sp. T9 และเมื่อ ทดลองเติมโซเดียมไนเทรต (ช่วง 42.5-127.4 มิลลิกรัม/ลิตร) ลงในน้ำทิ้งพบว่า ความเข้มข้นที่เหมาะสมเท่ากับ 85 มิลลิกรัมต่อลิตร (คิดเป็นไนโตรเจน ร้อยละ 1.4) ให้มวล ชีวภาพสูงสุดคือมีค่าเท่ากับ 5.4 กรัมต่อลิตร ที่ระยะเวลา เลี้ยง 10 วัน ส่วนการเติมฟอสฟอรัส ไม่มีผลต่อการเติบโต ของสาหร่าย การบำบัดน้ำทิ้งด้วย CHloraella sp. T9 พบว่า ประสิทธิภาพในการบำบัดสูงสุด ที่ระยะเวลาเลี้ยง 2 วัน ค่าซีโอดี ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด ปริมาณแอมโมเนีย ปริมาณ ไนเทรตและปริมาณฟอสเฟตลดลงคิดเป็นร้อยละ 60 -90Chlorella sp. T9 ที่เลี้ยงในนำ้ทิ้ง และน้ำทิ้งที่เติมโซเดียมไนเทรต ที่ระยะเวลาเลี้ยง 8 วันมีปริมาณโปรตีน และโลหะหนัก ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญโดยมีปริมาณโปรตีนร้อยละ 33 และ 30 ตามลำดับ มีเหล็กในปริมาณ 0.05 และ 0.05 มิลลิกรัมต่อกรัม และทองแดงในปริมาณ 0.04 และ 0.02 มิลลิกรัมต่อกรัม ตามลำดับไม่พบโครเมียมและแคดเมียม

บรรณานุกรม :
กรองจันทร์ รัตนประดิษฐ์ . (2535). การเลี้ยง Chlorella sp. T9 ในน้ำทิ้งจากโรงงานแปรรูป อาหารทะเล.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กรองจันทร์ รัตนประดิษฐ์ . 2535. "การเลี้ยง Chlorella sp. T9 ในน้ำทิ้งจากโรงงานแปรรูป อาหารทะเล".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กรองจันทร์ รัตนประดิษฐ์ . "การเลี้ยง Chlorella sp. T9 ในน้ำทิ้งจากโรงงานแปรรูป อาหารทะเล."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2535. Print.
กรองจันทร์ รัตนประดิษฐ์ . การเลี้ยง Chlorella sp. T9 ในน้ำทิ้งจากโรงงานแปรรูป อาหารทะเล. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2535.