ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การเปรียบเทียบการตรวจสอบค่าผิดปกติสำหรับตัวแบบการถดถอยเชิงเส้นอย่างง่าย เมื่อใช้การประมาณตัวแบบด้วยวิธีกำลังสองน้อยที่สุดและวิธีการของอันดับ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การเปรียบเทียบการตรวจสอบค่าผิดปกติสำหรับตัวแบบการถดถอยเชิงเส้นอย่างง่าย เมื่อใช้การประมาณตัวแบบด้วยวิธีกำลังสองน้อยที่สุดและวิธีการของอันดับ
นักวิจัย : จิตราพันธ์ สุวรรณฉัตร
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=56887
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะเปรียบเทียบการตรวจสอบค่าผิดปกติ สำหรับตัว แบบการถดถอยเชิงเส้นอย่างง่าย เมื่อใช้การประมาณตัวแบบด้วยวิธีกำลังสองน้อยที่สุดและวิธี ของอันดับ ในกรณีที่ความคลาดเคลื่อนในตัวแบบการถดถอยมีการแจกแจงแบบสมมาตรและแบบไม่ สมมาตร ในการตรวจสอบค่าผิดปกติใช้ค่าส่วนเหลือมาตรฐานภายใน (Internally Studentized Residual) หรือวิธี IST เมื่อประมาณค่าพารามิเตอร์ด้วยวิธีกำลังสองน้อยที่สุด และใช้ค่า ส่วนเหลือมาตรฐานภายในของอันดับ (Internal R-studentized Residual) หรือวิธี IRST ที่ เสนอโดย Mckean, Sheather and Hettmansperger (1990) เมื่อประมาณค่าพารามิเตอร์ด้วย วิธีของอันดับ ในการศึกษากำหนดให้ความคลาดเคลื่อนในตัวแบบการถดถอยเชิงเส้นอย่างง่าย มีการแจกแจงในลักษณะการแจกแจงแบบปกติปลอมปน ซึ่งการแจกแจงหลักเป็นการแจกแจงแบบปกติ ที่มีค่าเฉลี่ย 0 ความแปรปรวน 4 รวมกับการแจกแจงแบบปกติที่มีค่าเฉลี่ยและความแปรปรวน เท่ากับ (0,100) และ (0,225) ในกรณีที่ความคลาดเคลื่อนมีการแจกแจงแบบสมมาตร และรวมกับ การแจกแจงแบบปกติที่มีค่าเฉลี่ยและความแปรปรวนเท่ากับ (10,4), (10,100), (20,100) และ (20,225) ในกรณีที่ความคลาดเคลื่อนมีการแจกแจงแบบไม่สมมาตร โดยระดับการปลอมปนที่ใช้คือ 5%, 10% และ 15% ในขนาดตัวอย่าง 100 สำหรับข้อมูลต่าง ๆ ที่ใช้ในการทดลองนี้จำลองมาจาก โปรแกรม MINITAB และมีการกระทำซ้ำกัน 100 ครั้งในแต่ละกรณี ประสิทธิภาพของการตรวจสอบจะวัด จากจำนวนครั้งที่ใช้วิธีการทั้งสองตรวจพบจำนวนค่าที่ผิดปกติในตัวแบบ เทียบกับเปอร์เซนต์ ของค่าผิดปกติที่นำไปปลอมปนในแต่ละกรณี ผลจากการศึกษาสามารถสรุปได้ดังนี้ 1. กรณีการปลอมปน 5 % การตรวจสอบด้วยวิธี IST จะพบจำนวนค่าที่ผิดปกติเฉลี่ยไม่แตก ต่างกับจำนวนการปลอมปนมากนัก ส่วนการตรวจสอบด้วยวิธี IRST จะพบจำนวนค่าที่ผิดปกติเฉลี่ย ใกล้เคียงกับจำนวนการปลอมปนเช่นกัน แต่เป็นไปในลักษณะที่พบจำนวนค่าผิดปกติมากกว่าจำนวน ที่นำไปปลอมปน ในขณะที่วิธี IST จะพบจำนวนค่าที่ผิดปกติเฉลี่ยน้อยกว่าจำนวนที่นำไปปลอมปน ทั้งในกรณีที่ความคลาดเคลื่อนในตัวแบบการถดถอยมีการแจกแจงแบบสมมาตรและไม่สมมาตร 2. กรณีการปลอมปน 10 % การตรวจสอบด้วยวิธี IST จะพบจำนวนค่าที่ผิดปกติเฉลี่ยน้อย กว่าจำนวนการปลอมปนมาก ทั้งในกรณีที่ความคลาดเคลื่อนในตัวแบบการถดถอยมีการแจกแจงในแบบ สมมาตรและไม่สมมาตร ส่วนการตรวจสอบด้วยวิธี IRST เมื่อความคลาดเคลื่อนมีการแจกแจงในแบบ ไม่สมมาตร จะพบค่าที่ผิดปกติเฉลี่ยในจำนวนมากกว่าจำนวนการปลอมปนเล็กน้อย แต่เมื่อความ คลาดเคลื่อนในตัวแบบการถดถอยมีการแจกแจงแบบสมมาตรจะพบค่าที่ผิดปกติเฉลี่ยในจำนวนใกล้เคียง กับจำนวนการปลอมปน 3. กรณีการปลอมปน 15 % การตรวจสอบด้วยวิธี IST จะพบจำนวนค่าที่ผิดปกติเฉลี่ย เพียงครึ่งหนึ่งของจำนวนการปลอมปน ส่วนการตรวจสอบด้วยวิธีของ IRST จะพบจำนวนค่าที่ผิด ปกติเฉลี่ยใกล้เคียงกับจำนวนการปลอมปนมาก ทั้งในกรณีที่ความคลาดเคลื่อนในตัวแบบการถดถอย มีการแจกแจงแบบสมมาตรและไม่สมมาตร

บรรณานุกรม :
จิตราพันธ์ สุวรรณฉัตร . (2542). การเปรียบเทียบการตรวจสอบค่าผิดปกติสำหรับตัวแบบการถดถอยเชิงเส้นอย่างง่าย เมื่อใช้การประมาณตัวแบบด้วยวิธีกำลังสองน้อยที่สุดและวิธีการของอันดับ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
จิตราพันธ์ สุวรรณฉัตร . 2542. "การเปรียบเทียบการตรวจสอบค่าผิดปกติสำหรับตัวแบบการถดถอยเชิงเส้นอย่างง่าย เมื่อใช้การประมาณตัวแบบด้วยวิธีกำลังสองน้อยที่สุดและวิธีการของอันดับ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
จิตราพันธ์ สุวรรณฉัตร . "การเปรียบเทียบการตรวจสอบค่าผิดปกติสำหรับตัวแบบการถดถอยเชิงเส้นอย่างง่าย เมื่อใช้การประมาณตัวแบบด้วยวิธีกำลังสองน้อยที่สุดและวิธีการของอันดับ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print.
จิตราพันธ์ สุวรรณฉัตร . การเปรียบเทียบการตรวจสอบค่าผิดปกติสำหรับตัวแบบการถดถอยเชิงเส้นอย่างง่าย เมื่อใช้การประมาณตัวแบบด้วยวิธีกำลังสองน้อยที่สุดและวิธีการของอันดับ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.